คลี่ปมยิงเบ้าตาฆ่าโหดพ่อค้ารับซื้อต้นข้าวโพดส่งขายคอกวัว มือลั่นไกเป็นน้าชายของลูกจ้างสาวที่เหยื่อกำลังติดพัน ตำรวจนำหมายจับบุกรวบถึงบ้าน เค้นสอบจนเปิดปากรับสารภาพสิ้นไส้ไม่พอใจเหยื่อมาติดพัน วันเกิดเหตุค่ำแล้วหลานสาวยังไม่กลับบ้าน ขี่รถ จยย.ออกตามหาพบนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ผู้ตาย เรียกให้จอดจะพาหลานสาวกลับบ้านเอง กลายเป็นชนวนโต้เถียงรุนแรง บอกเหยื่อไม่ให้ผู้ตายยุ่งเกี่ยวอีก กลับท้าทาย “จะยุ่งแล้วทำไง” เลยฉุนขาดชักปืนจ่อยิงศีรษะดับคาที่

รวบมือปืนยิงเจาะเบ้าตาฆ่าเหี้ยมพ่อค้ารับซื้อต้นข้าวโพดส่งขายคอกวัวคาบ้าน สารภาพสาเหตุห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับหลานสาวแต่เหยื่อไม่ฟังแถมท้าทาย เลยโมโหชักปืนยิงดิ้น โดยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.พ. พล.ต.ต.สุรชาติ มณีจักร ผบก.ภ.จ.นครปฐม พ.ต.อ.ภาณุทัต เหลืองสัจกุล ผกก.สส.ภ.จ.นครปฐม พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก.สภ.โพรงมะเดื่อ นำกำลังพร้อมหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน บุกจับกุมนายวีรยุทธ หรือหนึ่ง สง่าแสง อายุ 36 ปี ที่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 4 ต.บ้านยาง อ.เมืองนครปฐม กล่าวหาเป็นคนร้ายยิงนายสมาน จำเริญ อายุ 51 ปี ชาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พ่อค้ารับซื้อต้นข้าวโพดส่งขายคอกวัว ตายคร่อมรถ จยย. ริมถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ 4 ต.บ้านยาง อ.เมืองนครปฐม เหตุเกิดค่ำวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา

จากนั้นตำรวจได้ค้นบ้านเพื่อหาหลักฐาน โดยเฉพาะปืน .45 ที่ใช้สังหารเหยื่อ ปรากฏว่าพบเพียงปืน 11 มม. 1 กระบอก บรรจุกระสุนปืน 9 นัด นายวีรยุทธแจ้งว่าเป็นปืนมรดกที่พ่อทิ้งไว้ให้ หลังถูกตำรวจเค้นสอบพักใหญ่ นายวีรยุทธถึงยอมรับสารภาพเป็นคนยิงผู้ตายเพราะไม่พอใจที่ผู้ตายเข้าไปติดพันหลานสาว ชื่อ น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ลูกจ้างของผู้ตาย ส่วนปืน .45 ได้โยนทิ้งแม่น้ำนครชัยศรี บริเวณสะพานหน้าโรงเรียน ภปร.สามพราน หลังวันเกิดเหตุ 1 วัน

นายวีรยุทธ ผู้ต้องหา ให้การว่า ครอบครัวของตนมีอยู่ด้วยกัน 4 คน คือแม่เป็นผู้ป่วยติดเตียง พี่สาว มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ลูกของพี่สาวคือ น.ส.โอ๋ และตนเคยทำงานขายโทรศัพท์มือถือแต่ตกงานมาหลายเดือนแล้วจากพิษโควิด-19 ก่อนหน้านี้นายสมานผู้ตายขี่รถ จยย.รับส่ง น.ส.โอ๋ หลายครั้ง ตนเห็นว่าหลานสาวเป็นคนหัวอ่อนกลัวถูกหลอก เตือนหลานสาวไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับผู้ตาย เพราะผู้ตายเป็นคนเจ้าชู้มีภรรยาหลายคน และเคยขอร้องไม่ให้ผู้ตายเข้ามาพัวพันกับ น.ส.โอ๋ แต่ผู้ตายไม่สนใจ

มือปืนโหดให้การต่อว่า วันเกิดเหตุหลานสาวหายไปจนค่ำยังไม่กลับบ้าน ขี่รถ จยย.ออกตามหาจนถึงที่เกิดเหตุ เห็นซ้อนท้ายรถ จยย.ของผู้ตาย เรียกให้หยุดบอกให้หลานสาวลงจากรถจะพากลับบ้านเอง ทำให้มีปากเสียงกับผู้ตาย ตนได้ขอร้องอย่ามายุ่งอีก ผู้ตายกลับท้าทายว่าจะยุ่งแล้วทำไมและท้าให้ไปแจ้งความ ด้วยความโมโหชักปืนที่พกติดตัวออกมายิงศีรษะผู้ตายในระยะประชิดล้มแน่นิ่งก็รีบขี่รถ จยย.พาหลานกลับบ้าน ก่อนหน้านี้ตำรวจมาตามหลานสาวและตนไปสอบปากคำ ก็บอกไปว่าไม่รู้ไม่เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น คิดไม่ถึงว่าจะถูกบุกรวบถึงบ้าน จากนั้นตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และพาไปชี้จุดทิ้งปืนพร้อมประสานนักประดาน้ำมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ งมค้นหาปืนที่ใช้ก่อเหตุแต่ยังไม่พบ

สำหรับเบื้องหลังการจับกุมมือปืนปิดคดีฆ่าพ่อค้ารับซื้อต้นข้าวโพดครั้งนี้ สืบเนื่องจากหลังเกิดเหตุตำรวจได้นำญาติ รวมทั้งลูกสาวผู้ตายมาสอบปากคำ จนให้น้ำหนักในปมชู้สาว เนื่องจากผู้ตายเป็นคนเจ้าชู้ แล้วเชิญหญิงสาวที่ผู้ตายเข้าไปติดพันมาสอบปากคำ รวมทั้ง น.ส.โอ๋ จนตำรวจพบพิรุธอาจมีส่วนรู้เห็น ก่อนเชิญตัวนายวีรยุทธ น้าของ น.ส.โอ๋มาสอบสวน เพราะทราบประวัติเป็นคนใจร้อน เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนอื่น และมักพบปืนแบบออโตเมติกติดตัว พบพิรุธเชื่อว่าเป็นมือลั่นไก รวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับก่อนบุกรวบตัวดังกล่าว ส่วน น.ส.โอ๋ ตำรวจได้สอบปากคำไว้ในฐานะพยาน