ครูวอนช่วย ด.ญ. 12 ขวบ ดูแลยายป่วยเดินไม่ได้ อยู่กันเพียงลำพัง

ข่าว

    ครูวอนช่วย ด.ญ. 12 ขวบ ดูแลยายป่วยเดินไม่ได้ อยู่กันเพียงลำพัง

    ไทยรัฐออนไลน์

    18 ก.พ. 2564 21:02 น.

    หลานสาว 12 ขวบ ต้องรับภาระดูแลยายวัย 75 ปี ที่ป่วยหลายโรค เดินไม่ได้ หลังตามาตายจาก เช้าเย็นต้องตื่นหุงหาอาหาร ขี่ซาเล้งพายายไป รพ. บ้านที่อยู่ก็ไม่แข็งแรงปลอดภัย จนครูประจำชั้นต้องยื่นมือช่วยเหลือ ขอเป็นสะพานบุญ 

    วันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางพรฑิพย์ สัมมากสิพงศ์ ครูประจำชั้น ป.6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 71 (ก่อสร้างคลองด่าน) ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ มีเด็กหญิงอายุ 12 ปี เป็นเด็กยากจน เรียนดี และกตัญญู ดูแลยายวัย 74 ปี ที่ป่วยหลายโรครุมเร้า เพียงลำพัง ต้องกลายเป็นเสาหลักให้ครอบครัว เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน ทิ้งเด็กไว้ให้อยู่กับตายาย ตั้งแต่ยังเล็ก หลังจากที่ตาตายจากไปเมื่อ 1 ปีกว่าที่ผ่านมา เด็กต้องรับภาระทุกอย่างภายในบ้าน

    หลังรับแจ้ง ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง บ้านเลขที่ 237/1 หมู่ 6 ต.บางเพรียง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จากถนนเส้นหลักเข้าไป ทางเข้าบ้านเปลี่ยว ลักษณะเป็นทางดินแคบๆ ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ สองข้างทางมีหญ้าขึ้นรก น่ากลัวมากหากค่ำมืด

    เมื่อมาถึงพบเป็นกระต๊อบไม้เก่าๆ ชั้นเดียว หลังคากับฝาบ้านมุงสังกะสี เข้ามาหน้าบ้าน พบรถซาเล้งสภาพเก่าติดป้ายเขียนด้วยลายมือ “คนพิการ” ติดอยู่แทนป้ายทะเบียน และพบ ด.ญ.ศิลามณี ขจรเกียรติเลิศ นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 71 (ก่อสร้างคลองด่าน) หรือ น้องน้ำ เด็กหญิงกตัญญูออกมาสวัสดีต้อนรับ ชานหน้าบ้านเป็นพื้นไม้ยกระดับ สภาพเก่าทรุดโทรม มีหญิงชรานั่งอยู่ ทราบว่าชื่อ นางสำเภา งามเจริญ อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นยาย มีอาการป่วยหลายโรครุมเร้า จากการสอบถาม ทราบว่า ป่วยทั้งโรคไต ไขมันหุ้มปอด เบาหวาน ไส้เลื่อน ถุงลมโป่งพอง และ ตับโต

    จากการสอบถามคุณยายสำเภา กล่าวว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แม่น้องน้ำ หลานสาว ได้แยกทางกับสามี และเอาลูกมาให้ตากับยายช่วยเลี้ยง จากนั้นก็ไปทำงานอยู่ในตัวเมืองสมุทรปราการ และไปมีครอบครัวใหม่ นานๆ จะกลับมาเยี่ยม ตา ยาย และน้องน้ำ สักครั้ง ช่วงที่คุณตายังมีชีวิตอยู่ เป็นเสาหลักคอยดูแลครอบครัว ตาเป็นห่วงน้องน้ำกับคุณยายเป็นอย่างมาก แต่เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา เหมือนคุณตาจะรู้ว่าตนเองใกล้จะเสียชีวิต ได้เรียกน้องน้ำมาสอนให้ขับรถซาเล้งให้ เผื่อเวลาที่คุณตาไม่อยู่แล้ว น้องน้ำจะได้สามารถพาคุณยายไปหาหมอ หรือออกไปซื้อของกิน หลังจากสอนหลานสาวให้ขับรถซาเล้งเป็นแล้ว เพียงไม่กี่วันจากนั้นคุณตาก็ตายจากไป

    "ศพของตาได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใจบุญในวัดบางเพรียง อ.บางบ่อ เป็นคนดำเนินการเผาศพให้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะรู้ว่าคุณยายไม่มีเงิน เมื่อสิ้นคุณตาแล้ว น้องน้ำ เด็กผู้หญิงวัยเพียง 12 ปี ก็ต้องรับภาระหน้าที่ทั้งหมดแทนคุณตา ต้องตื่นแต่เช้า ทำงานบ้าน หุงหาข้าวปลา ให้ยายได้กิน ก่อนที่จะอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน หลังจากโรงเรียนเลิก ก็ต้องรีบกลับบ้านมาหุงข้าว ทำกับข้าวให้ยายกิน ก่อนทำการบ้าน อาบน้ำ เข้านอน ชีวิตก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้ในแต่ละวัน นานกว่า 1 ปีแล้วที่คุณตาตายจากไป ซึ่งน้องน้ำก็ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยให้ยายได้ยิน และวันไหนที่ยายจะต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลบางบ่อ ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากบ้านประมาณ กว่า 10 กิโลเมตร น้องน้ำ เด็กหญิงตัวเล็กๆ วัยเพียง 12 ปี ก็ต้องขี่รถซาเล้งพายายนั่งฝ่าอันตรายบนท้องถนน เพื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นความจำเป็น เนื่องจากการขี่ซาเล้งไปเอง จะประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการโดยสารรถแท็กซี่ เพราะยายขาเดินไม่ค่อยไหว และมีร่างกายที่อ้วนใหญ่ จากการป่วยหลายโรค”

    เมื่อถามยายว่า ในแต่ละเดือนมีรายรับเท่าไหร่ ยายตอบว่า มีเพียงเงินจากเบี้ยคนชรา เดือนละ 700 บาท และแม่น้องน้ำส่งเงินมาให้อีกเดือนละ 2 พันบาท รวมเป็น 2,700 บาท ที่ต้องใช้ทั้งเดือน ตนไม่ค่อยได้ใช้อะไร ให้น้องน้ำวันละ 60 บาทไปโรงเรียน ส่วนบางวันก็ซื้อเนื้อสัตว์มาแช่ไว้ในกระติกน้ำแข็ง เนื่องจากไม่มีตู้เย็น และก็ไม่อยากได้ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าไฟฟ้า ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องการให้ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ยายน้ำตาคลอแล้วตอบว่า ต้องการให้ช่วยเรื่องทุนการศึกษาให้กับน้องน้ำ เพราะเกรงว่า หากแม่ของน้องน้ำไม่อยู่ จะไม่มีใครส่งเสียให้เรียนหนังสือ

    ทางด้าน นางพรฑิพย์ สัมมากสิพงศ์ ครูประจำชั้น ป.6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 71 (ก่อสร้างคลองด่าน) ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นครูประจำชั้นของน้องน้ำ กล่าวว่า น้องน้ำเป็นเด็กเรียบร้อย เงียบๆ มีเพื่อนเพียง 1-2 คน เป็นเด็กเรียนเก่ง แต่ผลคะแนนอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เนื่องจากขาดเรียนบ่อย เพื่อพายายไปหาหมอ ครูและผู้อำนวยการโรงเรียน ก็เคยบอกห้าม ไม่อยากให้น้องน้ำขี่รถซาเล้งพายายไปหาหมอ ทางครูจะช่วยเรื่องค่ารถแท็กซี่ให้ ตนในฐานะครู ห่วงเรื่องความปลอดภัยของน้องน้ำเป็นอันดับแรก ทั้งเรื่องการเดินทางไปกลับจากบ้านกับโรงเรียน โดยเฉพาะเรื่องบ้านพักที่อาศัยอยู่ สภาพบ้านเหมือนไม่ใช่บ้าน ไม่มีประตูหน้าต่าง ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ป้องกันอันตรายแม้กระทั่งฝนตก ยังป้องกันฝนได้ลำบาก ถึงลำบากขนาดไหน แต่น้องน้ำไม่เคยมาบ่น หรือตัดพ้อชีวิตให้ครูฟังเลย เป็นเด็กที่เข้าใจ ยอมรับสภาพฐานะของตนเอง รู้ว่าต้องปรับตัว ต่อสู้อยู่กับมันให้ได้ และน้องน้ำมีความฝัน ต้องการเรียนสูงๆ ต้องการเป็นหมอ เพื่อจะได้กลับมารักษายายของเธอให้หายป่วย เด็กคนนี้ เป็นคนดี มีความกตัญญู ตนจึงต้องการเป็นสะพานบุญ

    “ฝากสื่อฯ บอกถึงผู้ใจบุญ หากใครมีกำลังต้องการที่จะส่งเสริมช่วยเหลือเด็กเรียนดี มีความกตัญญู แต่ยากจน ทั้งเรื่องการซ่อมบ้านและทุนการศึกษา ก็ขอให้ติดต่อมาได้ที่ นางพรฑิพย์ สัมมากสิพงศ์ ครูประจำชั้น ป.6 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 71 (ก่อสร้างคลองด่าน) ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เบอร์ติดต่อ 091-408-1183 โดยตนจะเป็นสะพานบุญในการประสานงานให้ในครั้งนี้ หรือบริจาคช่วยเหลือผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาบางบ่อ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ด.ญ.ศิลามณี ขจรเกียรติเลิศ โดยนางสาวสำเภา งามเจริญ เลขที่บัญชี 0200 8241 2635"คุณครูพรฑิพย์ กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ธารใจไทยรัฐข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 เวลา 18:56 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์