ไลฟ์สไตล์
100 year

ประมงตรวจปลากดคังอ่าวโบอ่องตาย ชี้ขาดออกซิเจน อยู่ในอุทยานฯเยียวยาไม่ได้

ไทยรัฐออนไลน์
25 ม.ค. 2564 18:00 น.
SHARE

นักธรณีวิทยา ชี้ การพลิกกลับของชั้นน้ำเขื่อนวชิราลงกรณในฤดูแล้งทำน้ำขุ่น ออกซิเจนในน้ำลดลงมาก ส่งผลให้ปลากดคังกระชังตายหลายร้อยตัน ประมงจังหวัดแจงขึ้นทะเบียนเยียวยาไม่ได้เหตุอยู่ในเขตอุทยานฯ

กรณีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง ชาวบ้านโบอ่อง ริมอ่าวพระธาตุโบอ่อง หมู่ 2 ต.ปิล็อกอ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากปลากดคังที่เลี้ยงเอาไว้ภายในกระชังริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ตายพร้อมกันเป็นจำนวนมากหลายร้อยตัน มีผู้ได้รับผลกระทบเกือบ 30 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกันหลายสิบล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 25 ม.ค.64 นายปริญญา พุทธาภิบาล อาจารย์ประจำสาขาวิชาธรณีศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เปิดเผยว่า สาเหตุที่น้ำในเขื่อนขุ่นจนปลาในกระชังของเกษตรกรที่เลี้ยงตายจำนวนมาก เนื่องจากระดับน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินรอบอ่างเก็บน้ำช่วงเข้าฤดูแล้งนี้ น่าจะลดลงมาก ทำให้ความลาดชันของชั้นน้ำบาดาลรอบอ่างฯ และในตัวอ่างต่างกันมากขึ้นๆ น้ำใต้ดิน น้ำบาดาลไหลจากชั้นน้ำที่สูงกว่าลงไปในอ่างฯ น้ำใต้ดินจึงไหลลงมาจากขอบอ่างเร็วขึ้นมาก ตามแรงดันน้ำใต้ดินที่เพิ่มขึ้นจากระดับที่ต่างกันนั้น นี่คงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขุ่นได้ในธรรมชาติ

อาจารย์ประจำสาขาวิชาธรณีศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวต่อว่า ส่วนกิจกรรมมนุษย์ที่เกิดจากการใช้น้ำรอบอ่าง น้ำที่ไหลกลับลงอ่างก็ทำให้เกิดน้ำขุ่นได้ตามระดับการใช้น้ำ ผนวกกับสาเหตุอื่นๆ กล่าว คือ ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ มีซากต้นไม้ใบไม้ฝังกลบอยู่มากมายตั้งแต่เริ่มกักเก็บน้ำ บวกกับซากต้นไม้และซากสิ่งมีชีวิตที่ถูกพัดพามาสมทบภายหลัง เมื่อน้ำที่เคยกดทับลดลง ก๊าซมีเทน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซไข่เน่าก็ละลายในน้ำเพิ่มขึ้น และลอยระเหยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้นเป็นปกติ สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเพราะ ปริมาณสัดส่วนของก๊าซออกซิเจนในน้ำลดลงมาก เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของกลุ่มก๊าซที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิต

ที่สำคัญ คือ ก๊าซมีเทน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า ข้างต้น ซึ่งพบมากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่พร่องออกซิเจนในน้ำ ต้องตรวจสอบระดับน้ำในอ่าง ปริมาณน้ำในอ่างแต่ละช่วงที่ผ่านมา ว่าคุณภาพน้ำในช่วงต่างๆ เหล่านั้นและปัจจุบัน รวมถึงสภาพตะกอนและสิ่งแปลกปลอมใต้ท้องน้ำ รวมถึงเศษอาหารปลา และมูลปลาตกค้างในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง ปัจจัยทั้งหมด เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันในธรรมชาติเป็นปกติอยู่แล้ว

นายปริญญา กล่าวอีกว่า ยิ่งน้ำนิ่งยิ่งเพิ่มความรุนแรง เพราะขาดความสมดุลของสภาพแวดล้อม ยา ปุ๋ย และสารตกค้างที่เกิดจากกิจกรรมการเกษตรในพื้นที่ทั้งหมดก็ต้องนำมาพิจารณาถึงสาเหตุการตายของปลาด้วย สำหรับแนวทางการป้องกันปัญหาเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียของเกษตรกรเลี้ยงปลาในอ่าง คือการประเมินศักยภาพทรัพยากรน้ำในอ่างในแต่ละฤดูกาล มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ ฯลฯ เพื่อให้เกิดสมดุลทางสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ นายวรรณนัฑ หิรัญชุฬหะ ประมงจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาตนพร้อมด้วยนางสาวธิดาวรรณ โพธิ์เพ็ชร หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง นายจิระพงษ์ ศิริวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาอาชีพด้านการประมง นายณรงค์ เทศธรรม ประมงอำเภอทองผาภูมิ นางสาวนันทภัค โพธิสาร นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดกาญจนบุรี ร่วมกับนายไพศาล รัตนา หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนวชิราลงกรณ ผู้แทนนายอำเภอทองผาภูมิ ผู้แทนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี นายอภิรักษ์ ทองโต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ดำเนินการเข้าไปเก็บข้อมูล กรณีปลากดคังตายที่บ้านโบอ่อง หมู่ที่ 2 ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ได้ข้อมูลเบื้องต้น คือ พันธุ์ปลาที่เสียหายเป็นปลากดคังขนาดเฉลี่ย 1-5 กิโลกรัม น้ำหนักรวมกันประมาณ 200 ตัน จำนวนปลากระชังที่เสียหาย ทั้งสิ้น 22 ราย จำนวน 85 กระชัง มูลค่าความเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท

จากการตรวจสอบพบว่า เกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชังที่ตั้งอยู่ในอ่าวทำให้น้ำหมุนเวียนได้น้อย ปริมาณน้ำในเขื่อนมี 60% น้อยกว่าปริมาณน้ำในทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีแพลงก์ตอน บลูม (Plankton Bloom) ทำให้เกิดน้ำเสีย ลมพัดเข้าหาอ่าว สีน้ำเข้ม ขุ่น มีลมแรง ทำให้เกิดน้ำเปลี่ยนสี ผลการวิเคราะห์น้ำจุดที่ปลาตายช่วงเวลา 11.30 น. พบปริมาณออกซิเจนต่ำกว่ามาตรฐาน 2.7 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่า pH ต่ำกว่ามาตรฐาน 6.27 แอมโมเนีย 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร อุณหภูมิ 26.5 องศาเซลเซียส ค่าไนไตรต์ 0.1 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าความกระด้างของน้ำ 100 มิลลิกรัมต่อลิตร ความโปร่งแสง 1.8 เมตร และค่าความเป็นด่าง 50 มิลลิกรัมต่อลิตร

คณะเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงกับเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายให้ทราบว่า เขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจุดนี้อยู่ในเขตอุทยานฯ จึงไม่สามารถขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมงได้ ดังนั้นจึงเสนอแนะให้เกษตรกรลากกระชังมาไว้บริเวณที่เหมาะสมน้ำไหลเวียนสะดวก ลดปริมาณการเลี้ยงให้หนาแน่นน้อยลง จับปลาขนาดใหญ่ขึ้นจำหน่าย งดอาหาร จนกว่าคุณภาพน้ำจะเป็นปกติ ส่วนกรณีที่ปลาตายให้นำไปฝังกลบโรยด้วยปูนขาวเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ และให้เติมอากาศบริเวณกระชังเลี้ยงปลา ทั้งนี้เกษตรกรต่างก็เข้าใจกันเป็นอย่างดี.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปลาตายปลาตายกว่า 100 ตันปลากดคังอ่าวพระธาตุโบอ่องต.ปิล็อคอ.ทองผาภูมิกาญจนบุรีเขื่อนวชิราลงกรณเขื่อนวชิราลงกรณ น้ำขุ่นปลาขาดออกซิเจนการพลิกกลับของชั้นน้ำข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:08 น.