หลวงพ่อหนึ่ง วัดเขาสมอคอน สงสารครอบครัวหนุ่มถูกจับลักของตามตลาดสด ทิ้งลูกน้อยไว้ ซ้ำถูกแม่ทิ้งอยู่กับปู่ย่าที่ติดเหล้า เลยมอบสิ่งของกับเงินช่วยเหลือ และขอบิณฑบาตปู่เลิกเหล้าทำงานหาเลี้ยงหลาน

จากเหตุการณ์ชาวบ้านอำเภอบ้านหมี่โวยเข้าร้องทุกข์แจ้งความที่ สภ.บ้านหมี่ ว่าถูกขโมยลักของท้ายรถกระบะ หน้าตะกร้ารถจักรยานยนต์ แม้แต่หมวกกันน็อกก็หาย ไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้ พ.ต.อ.สรพัศ คำพานิช ผกก.สภ.บ้านหมี่ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.มงคล คเชนทร รอง ผกก.สส.สภ.บ้านหมี่ ตำรวจงานสืบสวน สภ.บ้านหมี่ ไล่ล่าจนสามารถจับกุมตัว นายวาทิต แววพลอย หรือเอ อายุ 28 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 5 ต.สนามแจง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีฟ้า-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน พร้อมยาบ้าจำนวน 6 เม็ด และลูกชิ้นจำนวน 16 กิโลกรัม ข้าวสาร อาหารแห้ง ข้าวของเครื่องใช้สารพัด สุรา บุหรี่ และหมวกกันน็อกหลากหลายชนิด กองสุมอยู่ภายในบ้าน ทั้งหมดเเป็นของกลางที่นายวาทิตได้ออกตระเวนลักขโมยในเวลาเช้าที่ตลาดสดเทศบาลอำเภอบ้านหมี่ทั้งสิ้น มีชาวบ้านผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์แจ้งความหลายราย

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั่วทั้งตลาดสดเทศบาลบ้านหมี่ พบว่าเวลาเช้าในช่วงเวลาพ่อค้าแม่ขาย ชาวบ้านจับจ่ายใช้สอบซื้อข้าวของ นำอาหารนำมาใส่ท้ายรถ ตะกร้ารถ จะถูกนายวาทิตขับรถจักรยานยนต์ด้อมๆ มองๆ ก่อนขโมยเอาไป สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ซึ่งยังมีร้านสะดวกซื้ออีกหลายแห่งในอำเภอบ้านหมี่ที่พบว่านายวาทิตได้เข้าไปขโมยของ และของใช้อื่นๆ หลายรายการ ซึ่งจากการตรวจของกลางภายในบ้านพบว่ามีจำนวนมาก

นายวาทิต ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นช่างทาสี และตกงานมาร่วม 3 เดือน มีลูกที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ประมาณ 2 เดือนเศษ และต้องดูแลหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งมีทั้งพ่อแม่ เมียและลูก อีกทั้งตนเองก็ติดยาบ้างอมแงม หมดหนทางหาเงิน จึงได้ตัดสินใจออกตระเวนลักของชาวบ้านในช่วงเวลาเช้ามืด ซึ่งทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จนของกิน ข้าว ของใช้มีเหลือเฟือ แบ่งไปขายเพื่อนบ้านในราคาถูกเพื่อนำเงินมาซื้อยาบ้าเสพอย่างสำราญ ทั้งนี้ได้นำตัวนายวาทิตส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านหมี่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 64 พระครูนาคดิตถ์วรรักษ์ (หลวงพ่อหนึ่ง) เจ้าอาวาสวัดเขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ซึ่งได้ติดตามข่าว รู้สึกเวทนาสงสาร จึงได้จัดหาข้าวสาร อาหารแห้ง ผ้าห่ม เสื้อกันหนาว น้ำดื่มสะอาด รวมถึงนมผงของหนูน้อยวัย 2 เดือนเศษ เดินทางมายังบ้านของนายวาทิต หรือเอ แววพลอย ที่ถูกตำรวจ สภ.บ้านหมี่ จับดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ และครอบครองยาบ้า เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงเงินสดจำนวนหนึ่ง เนื่องจากสงสารเด็กที่ขาดพ่อ แต่กลับพบว่าเด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก ถูกแม่ทิ้งไปด้วยอีกคนในวันเกิดเหตุ ปล่อยให้เด็กอยู่ตามลำพัง จนปู่และย่าที่อาศัยเพิงพักติดกันต้องนำหลานมาเลี้ยงแบบอดๆ อยากๆ ตามมีตามเกิด

นายบุญธรรม แววพลอย อายุ 58 ปี และนางน้ำผึ้ง โลสุดา อายุ 57 ปี ปู่และย่าของ ด.ช.เอ(นามสมมติ) อาชีพรับจ้างทั่วไป เล่าว่า ตนเองไม่ได้อยู่ร่วมชายคากับลูก และไม่รู้ว่าลูกไปทำผิดอะไร เพิ่งรู้จากเพื่อนบ้านว่าลูกถูกจับ 2 ข้อหา ไม่คิดอะไร เพราะมันผิดจริง มันตกงานแต่ดันไปติดยาบ้าลักขโมย ก็สมควรถูกจับ สงสารแต่หลานชายที่ขาดทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน คิดไม่ออกว่าจะเลี้ยงหลานให้รอดได้อย่างไร จนมี น.ส.รำพึง ทับทิมศรี อายุ 32 ปี เพื่อนบ้านที่รักและสงสารเด็ก ช่วยหานมมาให้แทนนมแม่ และช่วยเลี้ยงหลานให้อย่างดี

นายบุญธรรม กล่าวต่อว่า เมื่อวานได้หุงข้าวเอาน้ำข้าวแทนนม แต่หลานไม่ยอมกิน ร้องไห้จ้า ต้องต้มน้ำร้อนด้วยหม้อหุงข้าว และไปซื้อนมผงมาชงให้หลานกิน จนมีหลวงพ่อหนึ่งทราบข่าวได้เดินทางมาหาตนเองพร้อมข้าวของเครื่องใช้ อาหาร และนมมาให้หลาน ตนเองซาบซึ้งในความมีเมตตาของหลวงพ่อมากที่มาช่วยต่อชีวิต ซึ่งหลวงพ่อได้ขอร้องให้ตนเองและภรรยาเลิกดื่มสุรา เพราะต่อแต่นี้จะต้องรับผิดชอบเลี้ยงหลาน และต้องหาเงินจุนเจือครอบครัว หากมัวเมาคงไม่มีใครจ้างทำงาน ซึ่งระยะแรกหลวงพ่อจะให้ไปช่วยงานที่วัดชั่วคราวเพื่อให้มีเงินเก็บไว้จับจ่ายใช้สอย เพื่อหลานชายที่เติบโตขึ้นทุกวัน จนกว่าพ่อของเด็กจะออกจากคุก.