รองผบ.ทหารสูงสุด ย้ำการแก้ปัญหาโควิด-19 จังหวัดต้องเข้าถึงชุมชน และบูรณาการร่วมกัน หลังลงพื้นที่ตรวจมาตรการป้องกันโควิดที่สุพรรณบุรี โดยพบผู้ว่าฯ มีความพร้อม โดยกำชับการห้ามเคลื่อนย้ายแรงงาน จัดสถานที่กักตัวรองรับผู้ป่วย รวมทั้งขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว และให้ ปชช.สวมแมสก์ตลอดเวลา
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 64 พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง มอบหมายให้ พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด/ รองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ตรวจเยี่ยมจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และข้าราชการด้านความมั่นคง ให้การต้อนรับ
สำหรับพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เริ่มมีผู้ป่วย โควิด-19 มาตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2563 ทั้งนี้ทางจังหวัดได้มีมาตรการห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ 9 อำเภอทันที รวมทั้งได้กำหนดให้อำเภอสองพี่น้องเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด โดยบุคคลที่จะเดินทางเข้าไปในจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ปิดสถานบริการ งานประเพณีให้งดการจัดเลี้ยง พื้นที่สวนสาธารณะให้เข้าได้ไม่เกิน 50 คน
ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้มีการจัดเตรียมสถานที่กักตัวของจังหวัด ได้แก่โรงแรมกีฬา ซึ่งสามารถรองรับได้จำนวน 61 เตียง อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีจำนวนเตียงทั้งหมด 220 เตียง และโรงพยาบาลประจำจังหวัดได้มีการเตรียมความพร้อมโดยให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีศูนย์เดิมบางนางบวชจัดเตรียมพื้นที่ของอาคารโรงยิมไว้อีกจำนวน 100 เตียงเพื่อเป็นโรงพยาบาลสนามต่อไป
ในด้านจุดตรวจ โควิด-19 ปัจจุบันทางจังหวัดมีจำนวน 4 จุด โดยใช้เจ้าหน้าที่ชุดละ 25 นายต่อผลัดโดยเป็นการสนธิกำลังระหว่างทุกหน่วยราชการ ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอาสาสมัครและจิตอาสาซึ่งถือว่ามีความเข้มแข็งในการประสานงานกับอำเภอ
ด้านแรงงานต่างด้าวของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งได้มีการขึ้นทะเบียนอยู่ในระบบนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานภาคการเกษตร ซึ่งผู้ประกอบการต่างให้ความร่วมมือในการแจ้งข้อมูลเป็นอย่างดี ทั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี มีการกำหนดให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัย 100% ทุกพื้นที่ รวมทั้งได้ขอความร่วมมือไปย้งผู้ค้าขายอาหารทุกราย ต้องใส่ทั้งหน้ากากอนามัยและหมวกก่อนให้บริการประชาชน สำหรับพื้นที่ตลาดนัดต่างๆ ขอความร่วมมือผู้จัดพื้นที่ให้มีการกำหนดชื่อร้านค้าเพื่อความสะดวกในการสืบสวนโรคต่อไป
ทั้งนี้ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำว่ากลไกที่จะต่อสู้ปัญหาโควิดได้ดีที่สุดคือจังหวัดต้องบูรณาการและสั่งการสถานประกอบการได้โดยมีอาสาสมัครประจำหมู่บ้านเป็นกลไกในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 เพราะสามารถเข้าถึงชุมชนได้ง่ายซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่อไป.


