ไลฟ์สไตล์
100 year

ดันระบบเกษตรอัจฉริยะ นำร่องทำนา อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 ม.ค. 2564 07:15 น.
SHARE

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ปัจจุบันภาคเกษตรในหลายๆประเทศ เริ่มมีการนำเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการทำเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เข้ามาใช้ในการควบคุมและบริหารพื้นที่ทั้งการใช้ระบบการให้น้ำและปุ๋ยที่แม่นยำ ไม่ต้องคาดเดาสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดความผิดพลาด ต้นทุนสูง ทำให้ผลผลิตไม่ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ เพื่อให้เกษตรไทยก้าวทันโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ ม.เกษตรศาสตร์ ธ.ก.ส. คูโบต้า ปตท. และ บ.ทีพีไอ จัดทำแปลงเกษตรอัจฉริยะขึ้นภายในพื้นที่ 150 ไร่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เพื่อให้เกษตรกร ประชาชน นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้าไปเรียนรู้ การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่

ข่าวแนะนำ

“การจัดแปลงเกษตรอัจฉริยะจะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งการใช้เครื่องจักรในการผลิต การจัดการในแปลงทดแทนแรงงานคนทำให้เกิดความแม่นยำ การควบคุมคุณภาพสินค้า การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตในทุกๆขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมเมล็ด การเตรียมดิน ไปจนถึงการปลูก ระบบการจัดการ ระยะเวลาเก็บเกี่ยว เป็นการสร้างระบบฟาร์มอัจฉริยะที่ทำงานได้อย่างอัตโนมัติและมีความแม่นยำสูง แทนที่การคาดเดาเหมือนที่ผ่านมา ควบคู่กับการดูแลพื้นที่เพาะปลูกผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งพื้นที่ตัวอย่างจะแบ่งเป็นโซน ปลูกผัก เลี้ยงปลา กบ ฟาร์มปศุสัตว์ โค-กระบือ สัตว์ปีก รวมทั้งแปลงนาข้าวที่เป็นไฮไลต์ของแปลง”

สำหรับกระบวนการทำแปลงนาข้าวเกษตรอัจฉริยะ นายประภัตร บอกว่า จะเริ่มตั้งแต่เตรียมดิน ปรับระดับพื้นดินให้เรียบสม่ำเสมอ โดยใช้เครื่องปรับดินเลเซอร์ ประโยชน์ในการบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การจัดระบบน้ำใช้ท่อวัดน้ำอัจฉริยะแสดงผลปริมาณน้ำทุกชั่วโมงผ่านทางไลน์แอปพลิเคชัน โดยใช้โซลาร์เซลล์เป็นแหล่งพลังงาน หากระดับน้ำต่ำกว่าผิวดิน 15-17 ซม. จึงปล่อยน้ำเข้าระดับแปลงนา สามารถลดปริมาณปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ การติดตามสภาพแวดล้อม สถานีตรวจวัดอากาศ เช่น อุณหภูมิ ความชื้นปริมาณน้ำฝน ความเร็วลม แล้วส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ เข้าสู่ระบบ iot การจัดการปุ๋ย เพื่อช่วยลดปริมาณธาตุอาหารในใบพืช ทำให้ได้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามความ ต้องการข้าว โดยใช้วิธีสำรวจและให้ปุ๋ยในคราวเดียว

ส่วนการอารักขาพืชจะใช้โดรนติดกล้องถ่ายภาพบินตรวจเฝ้าระวังการทำลายของโรคและแมลง รวมทั้งเฝ้าสังเกตการเกิดวัชพืช ข้าวปนในนาข้าว รวมทั้งมีระบบการช่วยตัดสินใจด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลไปยังมือถือเกษตรกร ซึ่งจากการทดลองแปลงนาข้าวในฤดูเก็บเกี่ยวที่ผ่านมาพบว่า การปลูกข้าวแต่ละชนิดในพื้นที่ 1 ไร่ ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยข้าวปทุมธานีได้ผลผลิต 1,000 กก. ข้าว กข 79 ได้ผลผลิต 1,100 กก. และข้าว กข 87 ได้ผลผลิต 950 กก.ต่อไร่ ภายใต้ต้นทุนไร่ละไม่เกิน 3,000 บาทจากทุนเดิมที่เคยใช้ 4,500-5,000 บาท.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกษตรอัจฉริยะSmart Farmingอ.เดิมบางนางบวชสุพรรณบุรีภาคเกษตรประภัตร โพธสุธนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกษตร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 27 มกราคม 2564 เวลา 04:44 น.