ยังจบไม่ลงปมตำรวจกิน “ส่วย” ขบวนการนำพาแรงงานเถื่อน หลัง “อัจฉริยะ” นัดสื่อเตรียมแจ้งความดำเนินคดีตำรวจ ด.ต.-พล.ต.ท.สังกัด บช.ภ.7 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เผย พ.ต.อ.ที่สังขละบุรีถูกร้องเรียนโดยหน่วยความมั่นคง หลังมีการขยายผลการจับกุมขบวนการขนแรงงานเถื่อน พบที่มาอยู่สังขละบุรี ส่วน ด.ต.ถูกพักราชการแล้ว นอกจากนี้ตำรวจอีก 3 นาย ยศ ร.ต.ต. 1 นาย ประทวน 2 นาย ถูกย้ายเข้า ศปก.ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ขณะที่รอง ผบช.ภ.7 เผย พ.ต.อ.อีกนายยังอยู่ระหว่างตรวจสอบเกี่ยวโยงเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ พร้อมย้ำตำรวจทำคดีตามหน้าที่ ใครจะฟ้องหรือกล่าวหาหน่วยงานใดก็แล้วแต่เขา
จากกรณี พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง รองผบช.ภ.7 พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี แถลงผลปฏิบัติการจับกุมของผิดกฎหมาย รวมถึง ขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่กลายเป็นชนวนเหตุการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 ก่อนแถลงถึงการดำเนินการกับตำรวจที่เกี่ยวข้องกับส่วยแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ บช.ภ.7 ตามที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดโปง พล.ต.ต.กษณะระบุว่า มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจ บก.ภ.จ.กาญจนบุรี ยศ พ.ต.อ. 1 นาย ส่วน ด.ต. 1 ราย มีคำสั่งให้พักราชการพร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ บก.ภ.จ.กาญจนบุรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงตำรวจอีก 3 นาย และสั่งย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้ว แต่นายอัจฉริยะกลับโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” สวนกลับ เตรียมแจ้งความกล่าวหาตำรวจยศ ด.ต.-พล.ต.ท.สังกัด บช.ภ.7 ฐานปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบเกี่ยวกับขบวนการค้ารถเถื่อน และขนแรงงานเถื่อน
...
ความคืบหน้าวันที่ 26 ธ.ค. พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เปิดเผยถึงการดำเนินการทางวินัยกับตำรวจยศ พ.ต.อ. และ ด.ต. ว่าสืบเนื่องจากเมื่อ 30 ก.ย. หน่วยงานความมั่นคงทำหนังสือรายงานพฤติการณ์ที่บกพร่องในการปฏิบัติงานของ พ.ต.อ. ที่สังขละบุรี ทาง บก.ภ.จ.กาญจนบุรี สืบสวนข้อเท็จจริง และมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ประจำที่ ศปก.ภ.จ.กาญจนบุรี เพื่อให้คณะกรรมการสอบสวนได้ลงสอบสวนในพื้นที่โดยสะดวก ในประเด็นเกี่ยวกับการประสานงานในการบูรณาการปฏิบัติงาน และความไม่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมเรื่องยาเสพติดและแรงงานหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากการขยายผลการจับกุมขบวนการนำพาแรงงานหลบหนีเข้าเมืองของหน่วยงานข้างเคียง พบว่ามีต้นทางจากสังขละบุรี
ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี กล่าวต่อว่า ระหว่างการสอบสวน พ.ต.อ.คนดังกล่าว ได้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่จังหวัดอื่น แต่การสอบสวนทางวินัยยังดำเนินต่อไป และ บก.ตร.ภ.จ.กาญจนบุรีจะเร่งทำการสอบสวนให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ส่วน ด.ต. ได้สั่งพักราชการ คดีอยู่ระหว่างตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นอกจากนี้ ยังมีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงตำรวจจากสังขละบุรีอีก 3 นาย ยศ ร.ต.ต. 1 นาย ชั้นประทวน อีก 2 นาย ตอนนี้มีคำสั่งย้ายทั้ง 3 นายให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.ภ.จ.กาญจนบุรี
พล.ต.ต.วรณันกล่าวอีกว่า สำหรับการจับกุมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เราได้พยายามติดตามจับกุมคนที่ให้ความสะดวกให้ที่พักพิง เราจะขยายผลทุกราย มีเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มาช่วยคัดกรองสอบถาม การจับกุมที่ผ่านมายังไม่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ แต่ทุกรายเมื่อมีการจับกุมขอยืนยันว่าจะมีการขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทุกราย พร้อมกล่าวถึงโพสต์ของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมว่า ส่วนการที่ใครเปิดแถลงข่าวหรือดำเนินการใดๆต่อไปในอนาคต ต้องขอยืนยันว่าตนปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต พร้อมรับฟังคำแนะนำหรือพร้อมรับฟังข้อมูลรอบด้านเพื่อนำมาใช้ในการปฏิบัติเพื่อประโยชน์ส่วนรวมต่อไป เราเป็นข้าราชการพร้อมปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของประเทศไทยและสังคมส่วนรวม
พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง รอง ผบช.ภ.7 กล่าวถึงการดำเนินการกับตำรวจที่ถูกร้องเรียนว่า เวลานี้ดำเนินการไปแล้ว คือ พ.ต.อ.อยู่ที่สังขละบุรี คนเก่า ย้ายไปภาคอีสานเป็นการย้ายตามวาระปกติ อยู่ระหว่างตั้งกรรมการสอบสวนวินัยเรื่องที่ถูกร้องเรียน ส่วน พ.ต.อ.อีกคน อยู่พื้นที่ชายแดนเช่นกันย้ายไปใน กาญจนบุรี อยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีการโยงถึงเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์อย่างใดหรือไม่ ยังไม่เปิดเผยหรือยืนยันอะไรไม่ได้ ส่วนเรื่องที่ประธานชมรมโพสต์จะไปแจ้งความ บก.ปปป. หรือหน่วยงานใดก็เรื่องของนายอัจฉริยะ เราทำแต่คดี ทำตามหน้าที่
ด้าน พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี เพิ่งย้ายจาก ผกก.สภ.ไทรโยค กล่าวถึงช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ ผกก.สภ.ไทรโยค ตนทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ เรื่องการจับบุหรี่ที่เป็นข่าวก็เป็นการดำเนินการตามปกติ ส่วนเรื่องที่มีการพูดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ตนไม่มีความเห็น เพราะหลังเป็นข่าวได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว ขอให้เป็นอำนาจในการ พิจารณาของผู้บังคับบัญชาต่อไป