ชี้แจงข้อเท็จจริง กะเหรี่ยงบางกลอย ยื่น 3 ข้อ คณะกรรมการมรดกโลก

ข่าว

    ชี้แจงข้อเท็จจริง กะเหรี่ยงบางกลอย ยื่น 3 ข้อ คณะกรรมการมรดกโลก

    ไทยรัฐออนไลน์

    18 ธ.ค. 2563 22:03 น.


    กรมอุทยานแห่งชาติฯ ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณี ชาว"กะเหรี่ยงบางกลอย" จ.เพชรบุรี ยื่น 3 ข้อ ต่อคณะกรรมการมรดกโลก ให้แก้ปัญหา ก่อนขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจาน 

    วันที่ 18 ธ.ค.2563 นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เผยแพร่คำชี้แจงข้อเท็จจริงของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช กรณี "ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย" ยื่น 3 ข้อ ต่อคณะกรรมการมรดกโลก ให้แก้ปัญหา ก่อนขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจาน มีใจความว่า

    (17 ธันวาคม 63) จากกรณีที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าว กรณีกลุ่มชาวบ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 23 คน ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการมรดกโลก ผ่านสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ที่ปรึกษาของคณะกรรมการพิจารณาการขอขึ้นทะเบียนพื้นที่มรดกโลก (UNESCO) เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาชุมชน ก่อนเดินหน้ายื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นผืนป่ามรดกโลก โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ประเด็น ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงในแต่ละประเด็นดังกล่าวว่า

    "กลุ่มป่าแก่งกระจาน ประกอบด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ประเทศไทย ได้ส่งเอกสารเสนอศูนย์มรดกโลกเพื่อขอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจาน รวมพื้นที่ประมาณ 4,089 ตารางกิโลเมตร ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อปี 2557 ภายใต้หลักเกณฑ์ ข้อ 10 การเป็นถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์สำคัญที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามเสี่ยงสูญพันธ์ุ

    ต่อมา คณะกรรมการมรดกโลกได้มีมติให้ส่งกลับเอกสาร (referral) จำนวน 3 ครั้ง ในปี 2558, 2559 และ 2562 เพื่อให้ประเทศไทยเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของชนิดพันธุ์สัตว์ป่า ปรับปรุงขอบเขตพื้นที่ตามข้อตกลงไทย-เมียนมา และการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยคณะกรรมการมรดกโลกมีกำหนดจะพิจารณาการนำเสนอกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกอีกครั้ง ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ซึ่งกำหนดจะจัดในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2564 ณ ประเทศจีน (ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันประชุม)

    ทั้งนี้ กรณีกลุ่มชาวบ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 23 คน ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการมรดกโลก ผ่านสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ที่ปรึกษาของคณะกรรมการพิจารณาการขอขึ้นทะเบียนพื้นที่มรดกโลก (UNESCO) เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาชุมชน ก่อนเดินหน้ายื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นผืนป่ามรดกโลก โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ประเด็น ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงในแต่ละประเด็น ดังนี้

    ข้อเรียกร้อง 1

    ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินให้กับชาวบ้านเสร็จสิ้นก่อน เพราะปัจจุบันการแก้ไขปัญหายังแทบไม่มีความคืบหน้าใด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับชาวบ้านบางกลอยเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562

    ข้อเท็จจริง

    กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ดำเนินการสำรวจการถือครองที่ดินในเขตอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เสร็จแล้ว โดยได้ส่งมอบแผนที่แสดงการสำรวจการครอบครองที่ดินในพื้นที่อนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้ราษฎรบ้านโป่งลึก และบ้านบางกลอย เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ประกอบด้วย

    1) บ้านบางกลอย มีราษฎรมาแจ้งและร่วมสำรวจการครอบครอง จำนวน 99 ราย ทำการสำรวจ ได้จำนวน 143 แปลง เนื้อที่ประมาณ 627 – 3 – 93 ไร่

    2) บ้านโป่งลึก มีราษฎรมาแจ้งและร่วมสำรวจการครอบครอง จำนวน 122 ราย ทำการสำรวจ ได้จำนวน 160 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 1,320 – 0 – 93 ไร่ และขณะนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อยู่ระหว่างการจัดทำอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดระเบียบปฏิบัติในการดำเนินการให้เป็นไปตาม มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยการจัดทำโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้สิทธิในที่ดินนั้น เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ต่อไป

    ข้อเรียกร้อง 2

    ชาวบ้านบางกลอยขอกลับไปทำไร่หมุนเวียน ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลไทย

    ข้อเท็จจริง

    กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุ กรณีราษฎรจะอาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาตินั้น จะต้องอยู่ภายในขอบเขตที่ดินของตนเองที่ผ่านการสำรวจการถือครองที่ดินในเขตอนุรักษ์และอยู่ในหลักเกณฑ์ตาม มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562

    ข้อเรียกร้อง 3

    ชาวบ้านบางกลอยบางส่วน ต้องการกลับไปอยู่ในพื้นที่เดิม ซึ่งเคยเป็นหมู่บ้านที่เคยขึ้นทะเบียนไว้กับ มท. เพื่อกลับไปใช้ชีวิตดังเดิม

    ข้อเท็จจริง

    กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ไม่สามารถอนุญาตในกรณีดังกล่าวได้ เนื่องจากขัดต่อพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และหากไม่มีการป้องกันและปล่อยให้พื้นที่ป่าไม้ถูกบุกรุกทำลาย จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำต้นแม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำปราณบุรี ตลอดจนทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าต่อไป

    อนึ่ง สำหรับพื้นที่ที่ราษฎรบ้านบางกลอยอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ได้มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้การดำเนินงานของคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามพระราชดำริบ้านโป่งลึก-บางกลอย ในด้านต่างๆ ได้แก่ การส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน การส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา การส่งเสริมการสาธารณสุข การส่งเสริมอัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ วิถีชีวิต ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นต้น

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แก่งกระจานบ้านบางกลอยกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยแก่งกระจาน มรดกโลกยพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์บางกลอยข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 23:31 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์