เกิดอุบัติเหตุวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์หลบสุนัขที่วิ่งตัดหน้าจนเสียหลัก ก่อนโดนรถยนต์ที่วิ่งตามมาชนจนมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ส่วนคู่กรณีหลบหนีไป

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2563 ร.ต.อ.ณรงค์ โสดก รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ย่อย ม.ราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถยนต์เก๋งเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี ที่บริเวณถนนสายเพชรบุรี-หาดเจ้าสำราญ ก่อนถึงทางเข้าร้านอาหารครัวป้าหยัน หมู่ 5 ตำบลหนองพลับ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีผู้เสียชีวิต จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพเพชรบุรี และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน ร่วมสนับสนุน

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110i สีขาว-ดำ หมายเลขทะเบียน 1 กช 4493 เพชรบุรีพลิกคว่ำตีลังกาติดอยู่กับต้นไม้ริมถนน สภาพรถพัง แผ่นป้ายทะเบียนกระเด็นตกอยู่ริมถนน ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ เด็กชายภูสิทธิ์ ซื่อตรง อายุ 14 ปี อยู่ตำบลหนองพลับ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว

ใกล้กันพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 14 ปี ไม่ทราบชื่อ-สกุล และภูมิลำเนา ได้รับบาดเจ็บขาผิดรูป มีบาดแผลตามร่างกาย อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพฯทำการปฐมพยาบาลก่อนเร่งเคลื่อนย้ายนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี

ส่วนรถคู่กรณีหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนแล้วได้ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามไปเจอรถยนต์ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ด้านหลังเซเว่นในพื้นที่ตำบลหาดเจ้าสำราญ อ.เมืองเพชรบุรี เป็นรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฎถ 6162 กรุงเทพมหานคร โดยสภาพบริเวณด้านหน้ารถพังยับเยิน ถุงลมนิรภัยด้านหน้าแตกออกทั้งสองใบ แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่

...

จากการสอบถามผู้พบเห็นเหตุการณ์ทราบว่า รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตนั้นขับมาจากพื้นที่ตำบลหาดเจ้าสำราญ โดยมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรี แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุมีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถ ทำให้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวต้องหักหลบ ก่อนที่จะเสียหลักล้ม ซึ่งในขณะนั้นมีรถยนต์เก๋งของคู่กรณีขับตามมาด้านหลังทำให้เบรกไม่ทัน พุ่งชนรถจักรยานยนต์อย่างจัง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ซึ่งอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งจะเชิญพยานผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม และจะประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงมาทำการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.