สองโจรหนุ่ม ขี่จยย.พกมีดดาบมาด้วย ก่อเหตุวิ่งราวเห็ดโคนแม่ค้าริมถนนที่กาญจนบุรี คาดเอาไปขายต่อ พลเมืองดีขี่รถตามถ่ายรูปเห็นป้ายทะเบียนชัด ตำรวจมั่นใจจับตัวได้แน่
วันที่ 11 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Max Za ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ ขณะที่คนร้ายเป็นชายสองคน ขี่รถจักรยานยนต์ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน 1กก 625 กาญจนบุรี ขี่ย้อนศรหลบหนี ไปตามถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค ช่วงบริเวณบ้านหนองสามพราน หมู่ 5 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยระบุว่า ชายทั้งสองคนเป็นคนร้าย ที่เพิ่งก่อเหตุวิ่งราวเอาเห็ดโคน จากร้านของแม่ค้าที่ตั้งขายอยู่ริมถนน หลบหนีไป
โดยพลเมืองดี ขี่รถมาพบเห็นเหตุการณ์ ได้พยายามขี่รถติดตามและใช้โทรศัพท์ถ่ายป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ของคนร้ายที่ก่อเหตุเอาไว้ได้ แต่ไม่สามารถตามไปจับตัวได้ เนื่องจากคนร้ายมากันสองคนอีกทั้ง พกมีดมาด้วย 2 เล่ม ทางพลเมืองดีรายนี้ จึงนำรูปของรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุมามอบให้กับแม่ค้าร้านขายเห็ดโคนที่ถูกก่อเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งนำไปแชร์ลงในเฟซบุ๊ก เพจ คนเมืองกาญจน์ 2 เพื่อให้ผู้ที่พบเห็นหรือทราบเบาะแสของคนร้าย ช่วยแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หลังจากมีการโพสต์เรื่องราวดังกล่าว ได้มีผู้เข้ามาแชร์และแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะเข้ามาต่อว่าคนร้ายทั้งสองคนที่ก่อเหตุ ช่วงกลางวันแสกๆ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ก่อเหตุโดยไม่สงสารแม่ค้าขายเห็ด ที่กว่าจะหาเห็ดโคนมาขายแต่ละถุงยากลำบาก กำไรก็ไม่มาก แต่ยังมาถูกคนร้ายทั้งสองคนก่อเหตุวิ่งราวเห็ดไปอีก ส่วนใหญ่ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้แน่นอน เพราะรูปที่พลเมืองดีถ่ายมานั้น เห็นป้ายทะเบียนรถและรูปร่างลักษณะของคนร้ายที่ก่อเหตุทั้งสองคนชัดเจน
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ บริเวณร้านขายเห็ดโคนริมถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค บ้านหนองสามพราน หมู่ 5 ตำบลลาดหญ้า ได้พบกับนางสาวลลิตา แปงงาเครือ อายุ 25 ปี แม่ค้าขายเห็ดโคน ที่ถูกสองคนร้ายวิ่งราวเห็ดโคน โดยนางสาวลลิตา เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 ขณะที่ตนเองกำลังนั่งขายเห็ดโคนอยู่ริมถนนตามปกติ โดยช่วงนั้น ตนเฝ้าร้านอยู่คนเดียวและมีเห็ดโคนที่วางขายอยู่บนโต๊ะประมาณ 6 ถุง คนร้ายซึ่งสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ได้ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรมาทำทีคล้ายกับลูกค้าที่จะมาเลือกซื้อเห็ด แต่พอขี่รถมาใกล้ ชายคนที่นั่งซ้อนท้าย ได้เอี้ยวตัวมาคว้าเอาถุงเห็ดโคนที่อยู่บนโต๊ะไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ชายคนขี่รีบเร่งเครื่องหลบหนีทันที
โดยคนร้ายคว้าเห็ดโคนตูมไปได้สองถุง แต่ทำหล่นระหว่างขี่รถหลบหนีหนึ่งถุง ตนร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ขี่รถผ่านไปมา พอมีมีพลเมืองดีรายหนึ่ง ขี่รถติดตามรถคนร้ายไป พร้อมทั้งถ่ายรูปรถของคนร้ายมาให้ตนใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพลเมืองดีรายนี้บอกว่า ไม่กล้าที่จะเข้าไปจับตัวคนร้าย เนื่องจากคนร้ายมากันสองคน และยังพกมีดดาบมาด้วย 2 เล่ม จึงกลัวว่าจะถูกทำร้ายได้รับอันตราย จึงทำได้เพียงถ่ายรูปรถของคนร้ายมาให้เป็นหลักฐานเท่านั้น
ขณะที่ นางน้ำอ้อย แปงงา อายุ 48 ปี แม่ของนางสาวลลิตา กล่าวว่า ตามปกติ ตนจะอยู่ที่ร้านกับลูกและสามี แต่ช่วงเกิดเหตุ ตนขี่รถเอาเงินค่าเห็ดไปจ่ายให้กับแม่ค้าอีกคน ทำให้เหลือลูกสาวเฝ้าร้านตามลำพัง ที่ผ่านมา ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจให้ตน และลูกสาว อย่างมาก เพราะไม่คิดว่าคนร้ายจะกล้าก่อเหตุกลางวันแสกๆ ริมถนนที่มีรถสัญจรผ่านไปมาอย่างพลุกพล่านเช่นนี้ แต่ก็ยังนับว่าโชคดี ที่คนร้ายไม่ใช้มีดมาจี้หรือทำอันตรายลูกสาวของตน
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ นางสาวลลิตาพร้อมแม่ ได้เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า พร้อมนำภาพถ่ายของคนร้ายและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด
สำหรับราคาเห็ดโคน ในช่วงนี้ อยู่ที่ กก.ละ 400-500 บาท ซึ่งเชื่อว่า การวิ่งราวครั้งนี้ 2 โจรน่าจะตั้งใจนำไปเห็ดไปขาย มากกว่านำไปกินเอง