ปทส. ยังไม่มาพบอัยการจังหวัดราชบุรี หลัง "เอ๋ ปารีณา" ผู้ต้องหารุกป่า ขอ "ใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง" ระหว่างสมัยประชุมสภา พร้อมขอให้พนักงานสอบสวน สอบพยานเพิ่มเติม 10 ปาก จึงต้องเลื่อนส่งสำนวนออกไป
วันที่ 5 พ.ย.63 ที่หน้าสำนักงานอัยการภาค 7 จ.ราชบุรี ช่วงเช้ายังไม่มีเจ้าหน้าที่ทั้ง บก.ปทส. หรือพนักงานสอบสวน มาส่งสำนวนคดีต่อพนักงานอัยการ จ.ราชบุรี เพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง น.ส.ปารีณา ในคดีบุกรุกป่าสงวนในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จนล่วงเลยไปถึง 11.00 น. ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งหนังสือขอใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง โดยอ้างว่ามีภารกิจประชุมสภาสมัยสามัญ
ทั้งนี้ ภายหลัง พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. เปิดเผยว่า ความคืบหน้าคดีที่ บก.ปทส.มีความเห็นสั่งฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในคดีบุกรุกป่าสงวนในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 711 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา ก่อนหน้านี้ได้นัด น.ส.ปารีณา มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อส่งสำนวนคดีดังกล่าวให้พนักงานอัยการ จ.ราชบุรี พิจารณาสั่งฟ้องใน 4 ข้อหา ตามความผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 และ ม.31, ตามความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และตามความผิด พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 ในวันที่ 5 พ.ย. เวลา 10.00 น.
โดยมีผู้กล่าวหา 5 ราย ประกอบด้วย นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน, นายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี), นายสุรเชษฐ์ ศรีแดงรักษา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ผอ.ป่าไม้จังหวัดราชบุรี, นายวัชระ ละอออ่อน นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) และนายสมชาย เลขาวิวัฒน์ ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี
...
อย่างไรก็ตาม น.ส.ปารีณา ได้ส่งหนังสือขอใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง โดยอ้างว่ามีภารกิจประชุมสภาสมัยสามัญ จึงไม่สามารถมาพบพนักงานสอบสวนที่สำนักงานอัยการ จ.ราชบุรี ตามนัดได้ จนกว่าจะมีการปิดสมัยประชุม นอกจากกนี้ น.ส.ปารีณา ยังได้ขอยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้คณะพนักงานสอบสวน บก.ปทส. สอบปากคำพยาน ประกอบด้วยชาวบ้านในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มเติมอีก 10 ปากอีกด้วย โดยพนักงานสอบสวนจะสอบพยานตามที่ร้องขอมา เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจะรวบรวมเข้าสำนวนและนัดหมายให้ น.ส.ปารีณา มาพบ เพื่อส่งฟ้องต่ออัยการต่อไป หลังปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญ
อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ถึงแม้ก่อนหน้านี้ น.ส.ปารีณา จะแจ้งว่า "คืนที่ดินที่บุกรุกไปแล้ว" แต่ในทางกฎหมายไม่สามารถทำได้ เนื่องจากความผิดได้สำเร็จแล้ว.