กู้ภัยชัยนาท โดนแท็กซี่ชนแล้วหนีดูภาพวงจรปิดจนรู้ตัวแล้ว เผยกำลังติดตามหลังเอารถไปคืนอู่ใน กทม. เผยเคราะห์ดีคนบนรถไม่มีใครเจ็บ หากไม่หักหลบ ภรรยาที่นั่งข้างขาหักแน่ วอนคู่กรณีมารับผิดชอบด้วย


จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ “ภาสกร ฉานก็เป็นของฉานอย่างนี้ หมื่นกล้า” โดย นายภาสกร หมื่นกล้า อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท เขตอำเภอสรรคบุรี โพสต์ข้อความพร้อมภาพถ่าย “ไปช่วยคนมาแท้ๆแท็กซี่ ผ่าไฟมาชน ได้ข่าวเมาออกมาจากร้านด้วย” ทำให้รถต้องเข้าอู่ ไม่สามารถออกไปช่วยเหลือประชาชนได้ เหตุเกิดที่สี่แยกไฟแดง อ.สรรคบุรี ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 340 ชัยนาท-สุพรรณบุรี แต่ที่เจ็บช้ำใจที่สุดคือแท็กซี่คันดังกล่าว ผ่าไฟแดง ชนแล้วไม่ลงมารับผิดชอบ ยังสวนเลนต่อไปอีก กว่า 3 กม. เกือบชนคนที่สัญจรไปมา พลเมืองดีขี่ตามไปแต่ก็ไม่ทัน

ล่าสุด ช่วงเที่ยงวันที่ 28 ต.ค. 2563 นายภาสกร หมื่นกล้า จึงเดินทางไปยังตู้จราจร สภ.สรรคบุรี บริเวณสี่แยกไฟแดง เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด ก็พบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวฝ่าไฟแดงมาจริงๆ เพราะสัญญาณไฟไม่เกี่ยวข้องกันกับฝั่งของคนขับแท็กซี่เลยแต่อย่างใด เบื้องต้น ทราบแล้วว่า แท็กซี่คันดังกล่าวเป็นรถเก๋ง โตโยต้า สีชมพู ทะเบียน ทษ 8251 กทม. สหกรณ์แท็กซี่อาสาสมัครจำกัด ซอยบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ติดต่อไปแล้ว โดยทางสหกรณ์ บอกว่า คนขับแอบเอาแท็กซี่มาคืนแล้วหายตัวไป ตอนนี้อยู่ในขณะตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

หนุ่ม จนท.กู้ภัยคนขับรถตู้ผู้เสียหาย กล่าวด้วยว่า เหตุเกิด เวลา 19.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนพาเจ้าหน้าที่ฝึกหัดไปดำน้ำ ช่วยงมหาศพ ไปพร้อมกับภรรยาและลูกหลาน รวม 8 คน หลังเจอศพก็ขับรถกลับเอาอุปกรณ์ดำน้ำมาเก็บที่ศูนย์ฯ แต่ขากลับอีกไม่กี่ 10 เมตรก็ถึง แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน นี่ยังเคราะห์ดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร และหากตนไม่หักหลบไป เชื่อว่าขาของภรรยาที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ต้องโดนอัดและหักอย่างแน่นอน ตอนนี้รถไม่มีใช้ต้องใช้รถศูนย์ฯ ไปก่อน อยากฝากไปถึงคนขับ ให้ออกมารับผิดชอบ เพราะหากยังขับรถอีก แล้วทำแบบนี้อีก คนอื่นๆ อาจเป็นอันตรายได้ ทุกคนขับรถได้แต่ต้องมีความรับผิดชอบต่อการกระทำ อย่าให้คนอื่นเดือดร้อน.