ไลฟ์สไตล์
100 year

กรมอุทยาน แจ้งจับนายทุนและขบวนการล้มคดีรื้อถอนรีสอร์ต อช.เขาแหลม

ไทยรัฐออนไลน์27 ต.ค. 2563 14:15 น.
SHARE

"กรมอุทยาน" นำทีมแจ้งจับขบวนการล้มคดีรื้อถอนรีสอร์ต อช.เขาแหลม นายทุนผู้บุกรุกป่าและให้ยึดคืนพื้นที่ "กระท่อมริมธาร" หลังพบไม่มีเอกสารกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิ์ครอบครอง และเคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาตั้งแต่ปี 2559 ทั้งนี้ จนท.พร้อมต่อสู้คดีถึงที่สุด เพื่อรักษาสมบัติของชาติ แหล่งต้นน้ำลำธารของประชาชนคนไทยทุกคน


จากนโยบาย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินการเด็ดขาดกับนายทุนผู้บุกรุกป่า และให้ยึดคืนพื้นที่มาจากนายทุนนำมาฟื้นฟูป่าให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารสำหรับคนไทยทุกคน

ข่าวแนะนำ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ต.ต.63 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อม นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เดินทางมาที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เข้าพบ ร.ต.ท.อุดมวิทย์ ชูบัวทอง รองสารวัตร (สอบสวน) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสมาน หงษ์เอี่ยม ที่อยู่ 197/1 ม.11 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ในข้อหายึดถือ ครอบครอง และกระทำด้วยประการใดๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมโดยมิได้รับอนุญาต หมู่ที่ 2 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เนื้อที่จำนวน 1 ไร่ สิ่งปลูกสร้างที่เป็นรีสอร์ต จำนวน 4 หลัง ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" ที่ทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้เคยแจ้งความดำเนินคดีและตรวจยึดไปเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2559 โดยคดีอาญาดังกล่าวได้ถึงที่สุดแล้ว

นายนิพนธ์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนและหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายกิตติพงษ์ ต้นสมบูรณ์ เจ้าของรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" นางสมหวัง ต้นสมบูรณ์ มารดาเจ้าของรีสอร์ต นางต้องตา ขันธวิธิ เพื่อนบ้านเจ้าของรีสอร์ต ในข้อหาเป็นผู้ร่วมสนับสนุนการกระทำผิดดังกล่าว ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

โดยมูลเหตุคดีของการแจ้งความดังกล่าว สืบเนื่องมาจากวันที่ 17 ต.ค.2563 นายสมาน พร้อมด้วยทนายความ ได้นำเอกสารซึ่งเป็นหนังสือสัญญาจะซื้อ จะขาย สิ่งปลูกสร้างที่เป็นรีสอร์ต ชื่อ "กระท่อมริมธาร" เลขที่ 8/7 หมู่ที่ 2 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม มาแสดงต่อหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และแจ้งว่าตนได้ซื้อสิ่งปลูกสร้างที่เป็นรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" มาจากนายกิตติพงษ์ นางสมหวัง นางต้องตา และตกมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองแล้ว ในวันที่ 2 เม.ย.2558 ตามสัญญาจะซื้อจะขายสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ตดังกล่าว

ต่อมา นายสมานพร้อมทนายความได้เดินชี้แนวเขตรังวัดพื้นที่ที่นายสมานจะขออยู่อาศัยในพื้นที่รีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" ดังกล่าว เนื้อที่จำนวน 1 ไร่ พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" จำนวน 4 หลัง ที่อ้างว่าตนเองได้ซื้อมาเป็นกรรมสิทธิ์แล้ว โดยจะขออนุญาตหรือขอเช่าที่ดินกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชต่อไป

ซึ่งทางผู้อำนวยการสำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมเห็นว่าพื้นที่ และสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" ดังกล่าวได้เคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้วเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2559 ต่อมาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2560 ศาลจังหวัดทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำพิพากษาตัดสินว่า นายกิตติพงษ์ เจ้าของรีสอร์ตดังกล่าวมีความผิดฐานบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โดยมิได้รับอนุญาต เนื้อที่ 2 ไร่ 2งาน 80 ตาราวาง ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับเป็นเงิน 2 หมื่นบาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้นายกิตติพงษ์และบริวารออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม นายกิตติพงษ์ไม่อุทธรณ์คดีอาญาถึงที่สุด

และทางหัวหน้าอุทยานแห่งเขาแหลมก็ได้ใช้มาตราการทางปกครอง ติดประกาศคำสั่งให้นายกิตติพงษ์ พร้อมบริวาร ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" จำนวน 14 หลัง ออกไปให้พ้นในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 17 ก.ย.2563 นายกิตติพงษ์ จำเลย ก็ได้รื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าวไปแล้ว จำนวน 6 หลัง แต่หลังจากนายสมานพร้อมด้วยทนายความ เข้ามาอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" ดังกล่าวแล้ว นายกิตติพงษ์ เจ้าของรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" ก็ไม่ได้รื้อถอนรีสอร์ตดังกล่าวที่เหลืออยู่อีกเลย

เพราะฉะนั้นการที่นายสมานได้ซื้อสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" ดังกล่าวในปี พ.ศ.2558 ก่อนถูกดำเนินคดีในปี พ.ศ.2559 ถึงแม้นายสมานอ้างว่าซื้อแค่สิ่งปลูกสร้าง ไม่ได้ซื้อที่ดินอุทยานแห่งชาติเขาแหลม แต่สิ่งปลูกสร้างรีสอร์ตดังกล่าวเป็นอสังหาริมทรัพย์ มีลักษณะตรึงตราถาวร ติดอยู่กับที่ดินอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จึงเป็นส่วนควบของที่ดินอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตามประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ มาตรา 144 และคำพิพากษาฎีกาที่ 892/2490 ได้วางบรรทัดฐานไว้ว่า สิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะตรึงตราถาวรในที่ดิน และปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต ย่อมเป็นส่วนควบของที่ดินนั้น จึงถือได้ว่า นายสมานซื้อสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" ดังกล่าวควบที่ดินอุทยานแห่งชาติเขาแหลมไปด้วย จึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562ในมาตรา 19 (1) ห้ามมิให้ผู้ใดยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำประการใดๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุก 4 ปี ถึง 20 ปี ปรับตั้งแต่ 4 แสนบาทถึง 2 ล้านบาท หรือทั้งจำและปรับ

ประกอบกับนายสมานพร้อมด้วยทนายความได้มาแสดงตัวด้วยตนเอง และชี้แนวเขตรังวัดเนื้อที่จำนวน 1 ไร่ และอ้างสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างที่เป็นรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" จำนวน 4 หลังที่ยังไม่ได้รื้อถอน เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เพื่อขออยู่อาศัย การกระทำดังกล่าวยิ่งแสดงเห็นได้ชัดเจนว่านายสมานมีเจตนาอย่างชัดแจ้งในการยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมโดยมิได้รับอนุญาต

ส่วนนายกิตติพงษ์ นางสมหวัง นางต้องตา รู้อยู่แล้วว่าที่ดินดังกล่าวตนเองไม่มีเอกสารกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิ์ครอบครองตามกฎหมายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และอุทยานแห่งชาติเขาแหลมก็ได้ประกาศจัดตั้งในราชกิจจานุเบกษาในปี พ.ศ.2534 และได้ปิดประกาศแจ้งให้ประชาชนในท้องถิ่นทราบโดยทั่วไปแล้ว จึงถือได้ว่าบุคคลทั้ง 3 คนรู้แล้วว่าสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกา ที่ 3009/2537 แต่ยังได้ทำหนังสือสัญญาขายสิ่งปลูกสร้างที่เป็นรีสอร์ต "กระท่อมริมธาร" ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมโดยมิได้รับอนุญาตให้กับนายสมานอีก ทำให้นายสมานมีข้ออ้างในการเข้ามายึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมในบริเวณดังกล่าวได้ บุคคลทั้งสามจึงเป็นผู้ร่วมสนับสนุนในการกระทำผิดดังกล่าว ระวางโทษ 2 ใน 3 สำหรับความผิดที่ได้สนับสนุนนั้น

ทั้งนี้ตนและหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมยังได้แจ้งว่าอยากให้ทาง DSI มาช่วยสอบสวนในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากเป็นคดีที่ซับซ้อน ในข้อกฎหมายผู้กระทำผิดมีทนายความที่ชำนาญด้านกฎหมายอย่างมาก คอยแนะนำ และช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทางผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมจะต่อสู้คดีกับนายทุนถึงที่สุด เพื่อปกป้องรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรสมบัติของชาติเพื่อเหลือเอาไว้ให้กับลูกหลานของคนไทยในอนาคต เพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของประชาชนคนไทยทุกคน ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีฯดังกล่าวต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมอุทยานเขาแหลมรุกป่าแจ้งจับนายทุนรื้อถอนรีสอร์ตกาญจนบุรีข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 16:02 น.