ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ทำร้ายนักเรียนบานปลาย ผู้ปกครองเด็กขอตรวจห้องอื่นด้วย

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์28 ก.ย. 2563 05:13 น.
    SHARE

    ผู้ปกครองเด็กอนุบาลผวาหวั่นลูกถูกทำร้าย โร่แจ้งความเพื่อนำหลักฐานไปขอดูกล้องวงจรปิดในห้องเรียนอีกห้องหนึ่ง อีกรายเตรียมแจ้งความครูผู้ชายมีพฤติกรรมทำร้ายเด็กเหมือนกัน ส่วนทนาย “รณรงค์” ยื่นแจ้งหน่วงเหนี่ยวกักขัง เหตุจับเด็กขังห้องน้ำ ขณะที่เลขาธิการ กช.แจงครูจุ๋มจบ ม.6 สมัครเป็นครูพี่เลี้ยงได้ แต่ไม่สามารถทำเกินหน้าที่

    ภายหลังที่ผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ถนน 345 ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ออกหนังสือชี้แจงขอแสดงความเสียใจและรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่ น.ส.อรอุมา หรือครูจุ๋ม ปลอดโปร่ง ครูประจำชั้นอนุบาล 1 มีพฤติกรรมทำร้ายนักเรียนอย่างรุนแรงหลายคน ทางโรงเรียนมีคำสั่งให้ไล่ออก ขณะที่ผู้ปกครองต่างโมโหเมื่อเห็น คลิปในห้องเรียนลูกถูกทำร้ายทยอยเข้าแจ้งความแล้ว 7 ราย ส่วนครูที่อยู่ในห้องอีก 2-3 คน เห็นเหตุการณ์แต่ไม่มีใครเข้าห้ามปราม กลับมองเป็นเรื่องปกติต้องรับผิดชอบด้วย

    ความคืบหน้าเที่ยงวันที่ 27 ก.ย. ร.ต.อ.อุทิศ อาสานอก รอง สว. (สอบสวน) สภ.ชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับเรื่องจาก น.ส.ปุ๊ก แม่นักเรียนอนุบาล ห้องบี ร.ร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ แจ้งความขอลงบันทึกประจำวัน เพื่อนำไปเป็นหลัก– ฐานไปขอดูกล้องวงจรปิดในห้องที่ลูกสาวเรียนอยู่ เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับลูกตนหรือไม่ จากนั้น น.ส.ปุ๊กเปิดเผยว่า ยังมีลูกสาวอีกคนเรียนอยู่อีกห้องหนึ่ง รู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากบางวันลูกสาวจะมีรอยแดงที่แขนและขาถามลูกไม่ยอมบอก เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในโรงเรียน ตนชักไม่แน่ใจว่าลูกสาวจะถูกทำร้ายหรือไม่ อยากจะขอดูกล้องวงจรปิดในห้องเรียนลูกสาว

    ด้านนายณรงค์ปกรณ์ อินไชยย์ทอง อายุ 41 ปี 1 ในผู้ปกครอง เปิดเผยว่า หลังจากที่แจ้งความดำเนินคดีกับครูจุ๋มไปแล้ว ตำรวจให้ตนพาลูกชายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลปากเกร็ด 2 ระหว่างทางขับรถผ่านโรงเรียน ลูกเห็นหลังคาโรงเรียนถึงกับร้องไห้บอกว่าไม่ไปโรงเรียน คาดว่าเกิดจากความกลัว ขณะนี้ตนจะแจ้งความดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงผู้ชายอีกคนที่ทำร้ายลูก เนื่องจากพบในคลิปมีพฤติกรรมทำร้ายเด็กในลักษณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ถ้าจะแจ้งอีกต้องแยกอีกสำนวนเพราะเป็นคนละคนกัน ส่วนนายต๋อง ผู้ปกครองที่ลูกถูกทำร้ายเปิดเผยว่า ลูกเรียนอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าว 3 คน ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร ถ้าลูกลาออกแล้วจะไปเรียนที่ไหน ช่วงนี้ขอดูทิศทางที่ผู้บริหารโรงเรียนออกมาชี้แจงและรับผิดชอบไปก่อน

    ต่อมาเวลา 14.30 น. นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม มายื่นหนังสือเรื่องขอให้สอบสวนเพิ่มเติมประเด็นหน่วงเหนี่ยวกักขังกับ พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์ ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ มี ร.ต.อ.อุทิศ อาสานอก รอง สว. (สอบสวน) เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยหนังสืออ้างอิงถึงรายงานประจำวันเกี่ยวกับ คดีเลขที่ 145 สภ.ชัยพฤกษ์ เมื่อวันที่ 25 ก.ย. จากกรณีที่ น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง ครูในสังกัดโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ทำร้ายร่างกายนักเรียนชั้นอนุบาล มีข้อเท็จจริงที่ผู้ปกครองแจ้งเพิ่มเติมว่า มีเด็กนักเรียนบางคนถูกลงโทษด้วยวิธี การขังในห้องน้ำโรงเรียนเป็นเวลานาน ทำให้เด็กนั้น ได้รับอันตรายด้านจิตใจ และเป็นการจำกัดเสรีภาพ

    นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า ในวันที่ 28 ก.ย. เตรียมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอื่นๆเพื่อหาทางออกและวางมาตรการด้าน ความปลอดภัยในโรงเรียนพบว่า ข้อมูลที่ได้รับรายงานเบื้องต้นยังไม่ถูกต้อง และภายหลังลงพื้นที่จะนำเสนอข้อมูลให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้รับทราบ ส่วนกรณีตรวจพบว่าครูจุ๋มสำเร็จการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูนั้น สามารถสมัครเป็นครูพี่เลี้ยงได้ แต่โรงเรียนต้องคัดกรองและดูพฤติกรรมก่อนรับทำงาน เพราะหน้าที่ของครูพี่เลี้ยงคือ มีหน้าที่ ช่วยเหลือครู ไม่สามารถทำเกินหน้าที่ หากพี่เลี้ยงทำเกินหน้าที่ โรงเรียนต้องรับผิดชอบด้วย เพราะครูเป็นวิชาชีพควบคุม

    ด้านนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ครูพี่เลี้ยงรายดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพครู คุรุสภาก็จะดำเนินการตามขั้นตอน จะมอบหมายให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครู (กมว.) เข้าไปตรวจสอบและดำเนินการกล่าวโทษโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน จะต้องให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) ช่วยตรวจสอบโรงเรียนที่จ้างครูรายดังกล่าวเข้ามาสอนด้วยว่า เหตุใดจ้างครูที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเข้ามา สอน หากไม่มีการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับต่างๆ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเช่นกัน

    ขณะที่นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ กล่าวว่า ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า ครูจุ๋มทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในห้องเรียน ไม่ได้ทำการสอน ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือใบอนุญาตทำการสอนชั่วคราว อย่างไรก็ตาม กมว.จะดำเนินการตรวจสอบบุคคลอื่นๆที่ปรากฏใน คลิปดังกล่าว หากพบว่าเป็นครู แต่ไม่ได้ดำเนินการ หยุดการกระทำที่ทำร้ายเด็กถือว่าผิดจรรยาบรรณแล้ว

    ส่วนที่บ้านแม่ครูจุ๋ม ที่ ต.หลักแก้ว อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง นายโกวิทย์ นาคกุญชร อายุ 52 ปี เป็นน้าชายครูจุ๋ม เปิดเผยว่า ครูจุ๋มเป็นคนดี ดูแลครอบครัว ส่งเงินเดือนให้แม่ตลอดทุกเดือน ที่ผ่านมาเคยเปิดรับเลี้ยงเด็กที่บ้าน มีลูกหลานบริเวณใกล้เคียงมาฝากเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดี เป็นที่รักของ เพื่อนบ้านทุกคน ภายหลังครูจุ๋มไปทำงานที่โรงเรียนเอกชน ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ส่งเงินเดือนกลับมาให้แม่ทุกเดือน ระยะหลังแม่ป่วยหลายโรครุมเร้า ครูจุ๋มจะเดินทางกลับบ้าน พาแม่ไปหาหมอเป็นประจำ ส่วนเรื่องการทำร้ายเด็กนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องขอโทษผู้ปกครองและสังคมแทนหลานสาวด้วย

    ต่อมาเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เดินทางไปพบกับกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เพื่อสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้นใช้เวลาพูดคุยนานกว่า 1 ชม. นางกนกวรรณเปิดเผยว่า ต้องขอแสดงความห่วงใยผู้ปกครองทุกคนและขอให้กำลังใจ หลังรับฟังเรื่องที่เกิดขึ้นสั่งการให้เจ้าหน้าที่เชิญผู้ปกครองนักเรียน พร้อมตัวแทนของโรงเรียนมาพูดคุยกันที่กระทรวงศึกษาธิการในวันที่ 28 ก.ย. เวลา 09.00 น. เพื่อหาข้อยุติให้เร็วที่สุด ปัญหาที่ได้รับฟังไม่เพียงแต่ครูทำร้ายเด็ก ยังมีมิติอื่นที่ผู้ปกครองนำเสนอ นอกจากนี้ จะดูว่าโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์รับผู้ช่วยครูมีกระบวนการอย่างไรบ้าง ร่วมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนนั้นกับสิ่งที่ปฏิบัติกับนักเรียนตรงกันหรือไม่

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ครูจุ๋มครูทำร้ายเด็กครูกระชากนักเรียนนนทบุรีผู้ปกครองข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563 เวลา 18:07 น.