ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    หนุ่ม 20 ทำหมอช็อก! ถูกพบไร้ชีพจร ฟุบคาชักโครก จะห่อศพดันฟื้น

    ไทยรัฐออนไลน์13 ส.ค. 2563 17:45 น.
    SHARE

    ตำรวจ หมอ กู้ภัย ตะลึงกันหมด เมื่อหนุ่มวัย 20 ปีชาวกาญจนบุรี ที่พบนั่งฟุบคาชักโครกในห้องน้ำ สภาพไม่มีลมหายใจ ไร้ชีพจร กลับลืมตาขึ้นมา ขณะห่อศพจะพาไปชันสูตรที่ รพ. ญาติบอกป่วยหัวใจรั่ว เคยวูบไปหลายครั้ง ส่วนเจ้าตัวเผยตอนที่หยุดหายใจไปนั้น "ไม่เห็นอะไรเลย"   

    เวลา 19.00 น. วันที่ 12 ส.ค.63 พ.ต.ท.อาคม โฉมศรี สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ว่า มีคนเสียชีวิตในห้องน้ำ บ้านเลขที่ 364/2 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ร่วมเดินทางเข้าตรวจสอบและพลิกศพ

    ในบ้านเกิดเหตุพบภายในห้องน้ำของบ้านหลังดังกล่าว พบร่าง นายรเมศ จันทะโก อายุ 20 ปี นั่งอยู่บนโถส้วม สภาพไม่สวมเสื้อ กางเกงถูกถอดลงไปอยู่ที่ปลายเท้า ศีรษะพิงติดอยู่กับกำแพงห้องน้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ทำการตรวจสอบชีพจรเบื้องต้น ไม่พบชีพจร จึงนำร่างออกมาจากห้องน้ำ ให้แพทย์ทำการชันสูตร แพทย์ทำการตรวจสอบชีพจรก็ไม่พบชีพจร และไม่พบบาดแผลตามร่างกาย จึงเตรียมเจ้าหน้าที่ห่อร่างไปชันสูตรอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด

    แต่ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังใช้ผ้าห่อร่างของนายรเมศ ทาง พ.ต.ท.อาคม และแพทย์จาก รพ.พหลฯ กลับสังเกตเห็นว่า นายรเมศได้ลืมตาขึ้นและเริ่มกลับมาหายใจอีกครั้ง จึงทำการตรวจสอบอีกครั้ง พบว่ากลับมามีชีพจร จึงให้เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ล่าสุด นายรเมศ อาการปลอดภัยแล้ว

    หลังรอดชีวิต นายรเมศ เด็กหนุ่มที่ฟื้นขึ้นมาจากความตาย ได้เปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้นว่า วันเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 13.30 น. ขณะที่ตนกวาดบ้านชั้นบนเสร็จ ก็รู้สึกปวดท้องจึงเดินมาเข้าห้องน้ำตามปกติ แต่เกิดอาการท้องผูกถ่ายไม่ออก จึงทำให้นั่งอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง จนรู้สึกอ่อนเพลียหมดแรงและหายใจไม่สะดวก จึงตัดสินใจเอาหัวไปพิงกับกำแพงห้องน้ำเพื่อจะพักร่างกายสักครู่

    จากนั้นก็หมดสติจำอะไรไม่ได้เลย มาเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้งตอนช่วง 5 โมงเย็น หลังจากได้ยินเสียงคนหลายคนตะโกนเอะอะโวยวายที่หน้าบ้าน แต่ตอนนั้นก็ไม่สามารถขยับร่างกาย ลืมตาหรือพูดอะไรได้

    “ตอนนั้นรับรู้ทุกอย่าง ทุกขั้นตอน ทั้งช่วงที่เจ้าหน้าที่พลิกตัวของไปมาและยกร่างใส่ผ้าห่อศพ ในใจคิดอย่างเดียวว่า ต้องทำอะไรสักอย่างเพราะไม่งั้นก็จะถูกยกใส่โลง และจะตายขึ้นมาจริงๆ ก็เลยรวบรวมสมาธิ และทำทุกวิถีทางให้ร่างกายขยับให้ได้ เพื่อที่จะสื่อสารบอกเจ้าหน้าที่ว่า "ผมยังไม่ตาย" แล้วจู่ๆ ดวงตาก็กะพริบได้ และเป็นจังหวะเดียวกันพอดีที่เจ้าหน้าที่หันมาเห็น ก็เลยรอดปลอดภัย สามารถมีชีวิตได้อย่างปกติ”

    นายรเมศ กล่าวด้วยว่า ตอนที่หลับไปนั้น ไม่ได้ฝัน หรือนิมิต หรือจิตหลุดไปที่ไหน ซึ่งเวลาที่หมดสติไปนั้นเหมือนคนนอนหลับปกติ และก็ไม่ได้ฝันอะไรเลย ตั้งแต่หลับไปจนมีเจ้าหน้าที่มาพบ

    ด้าน นางสาวระติมา จันทะโก อาย 25 ปี พี่สาวนายรเมศ เล่าว่า นายรเมศเป็นคนร่างกายไม่แข็งแรง และป่วยด้วยโรคลิ้นหัวใจรั่วตั้งแต่เด็ก วันที่เกิดเหตุ นายรเมศ อยู่คนเดียวที่บ้าน และที่ญาติว่านายรเมศหมดสติ เพราะว่าช่วงเช้า ป้าของนายรเมศได้นำกับข้าวมาแขวนไว้ที่รั้วหน้าบ้านให้นายรเมศกิน แต่เจ้าตัวไม่ยอมเปิดประตูออกมาหยิบกับข้าว กระทั่งเที่ยง นายรเมศก็ยังไม่เปิดบ้านมาหยิบกับข้าว ก็เลยเริ่มเอะใจ โทรศัพท์หานายรเมศ แต่ติดต่อไม่ได้ ไม่มีใครรับสาย ก็เลยกังวลว่า นายรเมศ จะเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะนายรเมศมีโรคประจำตัว และในอดีตเคยวูบหมดสติหลายครั้ง ทุกคนก็เลยรีบเดินทางมาดู กระทั่งมาถึงก็เห็นสภาพนายรเมศนั่งเสียชีวิต ตอนนั้นทุกคนคิดเหมือนกันว่า น้องไปสบายแล้ว แต่ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังเก็บศพอยู่ ญาติๆ ได้ขอเจ้าหน้าที่ว่า อย่าเพิ่งนำร่างน้องไป ให้รอพ่อแม่มาก่อน เพราะทุกคนอยากเห็น อยากกอดนายรเมศเป็นครั้งสุดท้าย และพอญาติๆ พ่อแม่เดินทางมาถึง สักพักนายรเมศก็ฟื้นพอดี

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ตายแล้วฟื้นศพลืมตาตายคาชักโครกเสียชีวิตแล้วฟื้นตายแล้วฟื้น กาญจนบุรีข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 22:28 น.