ดีเอสไอนำทีมบุกคลินิกเวชกรรมและทันตกรรม 4 แห่งในกรุงเทพฯ และปทุมธานีแจ้งหลักฐานเท็จเบิกเงินงบประมาณจาก สปสช. แต่ไม่พบประชาชนเข้าไปใช้บริการตรวจสุขภาพ “อนุทิน ชาญวีรกูล” สั่งตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงจนได้หลักฐาน ก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนหาผู้กระทำความผิด เตรียมขยายผลคลินิกเวชกรรม 256 แห่ง และทันตกรรมอีก 100 แห่งเข้าข่ายส่อทุจริต
เจ้าหน้าที่บุกตรวจคลินิกเวชกรรมและทันตกรรมแจ้งหลักฐานเท็จเบิกเงิน สปสช. แต่ไม่มีประชาชนเข้าไปใช้บริการ เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่29 ก.ค. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม นำกำลังร่วมกับตำรวจกองปราบปราม เจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เข้าตรวจค้นคลินิกเวชกรรมและทันตกรรม 4 แห่งในพื้นที่จ.ปทุมธานี และ กทม. หลังตรวจสอบพบความผิดปกติเกี่ยวกับการแจ้งหลักฐานเท็จการเบิกจ่ายเงินจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยที่ประชาชนไม่ได้เข้าไปใช้บริการประกอบด้วย 1.บริษัทสยามเมดิคอล ไฮคิวแล็บ จำกัด เลขที่ 2/104 ซอยรังสิต-นครนายก 34/1ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 2.บริษัทโปรเซ็นทรัล เมดิคอล กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 55/11ถนนเลียบคลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 3.คลินิกทันตแพทย์สมรัก เลขที่ 129 3/2 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯและ4.คลินิกทันตแพทย์อนุสรณ์ เลขที่ 59 3/1-2 ถนนลาดพร้าว แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นบริษัทสยามเมดิคอล ไฮคิว แล็บ จำกัด เจ้าหน้าที่พบเอกสารการรักษา ใบเสร็จ เวชระเบียน และเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง จึงยึดไปตรวจสอบ
นายปิยะศิริเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกรณีการเบิกเท็จของคลินิกชุมชนที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเรื่องการตรวจสุขภาพ จากหลักฐานข้อมูลจาก สปสช. เบื้องต้นพบความผิดปกติเกิดขึ้น โดยมีประชาชนไม่ได้เข้าไปใช้สิทธิ แต่ปรากฏชื่อการเบิกจ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข จากเงินงบประมาณของ สปสช.ที่ส่อไปในทางไม่สุจริต เรื่องดังกล่าวเป็นการร้องเรียนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทรวงสาธารณสุขตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น
“จากการตรวจสอบของ สปสช.พบคลินิกเวชกรรมและทันตกรรมหลายแห่งแจ้งหลักฐานเท็จโดยที่ประชาชนไม่ได้เข้าไปใช้บริการ ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เชิญตัวแทนกรมสอบสวนคดีพิเศษและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น พบความผิดปกติในการขอเบิกจ่ายจากคลินิกชุมชนปริมณฑล 18 แห่ง และคลินิกทันตกรรมในกรุงเทพฯ” ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ดีเอสไอกล่าว
นายปิยะศิริกล่าวว่า ดีเอสไอได้รับมอบหมายรับผิดชอบในการสืบสวนเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าวเพื่อดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจะขยายผลคลินิกเวชกรรมอีก 256 แห่ง และทันตกรรมอีก 100 แห่ง เพื่อพิสูจน์ทราบถึงผู้กระทำความผิด และเพื่อปกป้องเงินงบประมาณแผ่นดินที่ถูกกระทำโดยทุจริต อย่างไรก็ตาม ก็ต้องให้เจ้าของคลินิกและทันตกรรมดังกล่าวชี้แจงด้วย ส่วนประชาชนหากมีข้อมูลหรือเบาะแสการทุจริตสามารถแจ้งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ที่สายด่วน DSI Call Center 1202(ฟรีทั่วประเทศ) กรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูลเป็นความลับ