หนุ่มชาวนาเขยเล็กเมาบุกยิงเจาะกะโหลกช่างซ่อมรถไถเขยใหญ่ดับสยองต่อหน้าภรรยาเป็นผู้ใหญ่บ้าน ฉวยจังหวะเหยื่อนอนเล่นบนเตียงพับหน้าบ้านภรรยานั่งอยู่ใกล้กัน ปรี่เข้ามาหาพอได้ระยะยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด ภรรยาผู้ตายเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนี ส่วนผู้ตายหูตึงไม่ทันไหวตัวถูกจ่อยิงเข้ากกหูซ้ายและหน้าอกรวม 2 นัดดับคาที่ ส่วนมือปืนหนีไม่พ้นถูกปิดล้อมจับกุมได้คาสวนปาล์ม สารภาพเข้าใจผิดคิดว่าผู้ตายแกล้งเททรายใส่เครื่องยนต์รถอีแต๊กและยังแอบถอดล้อรถอีแต๊ก
หนุ่มชาวนาเมาสับไกฆ่าเขยใหญ่ดับดิ้นต่อ หน้าเมียรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 16 ก.ค. ร.ต.อ.สุเทพ ภุมมาพันธุ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 108/1 หมู่ 8 บ้านหนองแขม ต.ประดู่ยืน และเป็นที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 พร้อมด้วย พ.ต.อ.โกศล ใจเพ็ชร์ดี ผกก. พ.ต.ท.สันติ ทองเชื้อ รอง ผกก.สส. แพทย์เวร รพ.ลานสัก นำกำลังและเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครกู้ภัยอุทัยธานี ศูนย์ลานสัก รุดไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวครึ่งปูนครึ่งไม้ พบศพนายบุญชู กัณหาชาลี อายุ 60 ปี เป็นช่างซ่อมรถไถ และเป็นสามีของนางบรรจง กัณหาชาลี อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ถูกยิงด้วยปืน .38 เข้ากกหูซ้ายทะลุเหนือคิ้วขวา 1 นัด และเหนือราวนมขวา 1 นัด นอนคว่ำหน้าจมเลือดบนพื้นปูนหน้าบ้าน มีเตียงพับ 1 เตียงล้มตะแคงอยู่ เก็บหัวกระสุนได้ 1 หัว ส่วนมือปืนชื่อนายเชิด คนสกุล อายุ 60 ปี อาชีพทำนา คู่เขยกับผู้ตาย อยู่บ้านเลขที่ 107/1 ห่างไปราว 20 เมตร วิ่งหนีเข้าไปในสวนปาล์มหลังบ้านที่เกิดเหตุ
สอบสวนนางบรรจง กัณหาชาลี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ให้การว่า นายเชิดเป็นสามีของนางบังอร คนสกุล เป็นน้องสาวของตน ก่อนเกิดเหตุตนนั่งอยู่กับนายบุญชู สามี นอนเล่นอยู่บนเตียงพับหน้าบ้าน จู่ๆ นายเชิดเดินมาจากบ้านของตัวเอง พอถึงหน้าบ้าน ตนก็ยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด ตนเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนีเข้าไปในบ้าน ส่วนสามีหูตึงยังไม่ทันรู้ตัวก็ถูกนายเชิดยิงใส่ 2 นัดซ้อนจนตายคาที่แล้วหนีไป คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเข้าใจผิดคิดว่าสามีกลั่นแกล้งเททรายใส่เครื่องยนต์ “รถอีแต๊ก” หรือรถไถนาเดินตามเมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้นายเชิดผูกใจเจ็บมักบ่นถึงเรื่องนี้ทุกครั้งที่เมาเหล้า ล่าสุดเมื่อ 2 วันก่อน นายเชิดกล่าวหาว่าสามีแอบไปถอดล้อรถอีแต๊กจนมีปากเสียงกัน
...
ส่วนนางบังอร คนสกุล ภรรยามือปืน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนายเชิดนั่งกินเหล้าจนเมาได้ที่ลุก ไปหยิบปืนบนเตียงนอนแล้วเดินไปบ้านผู้ตาย ลั่นไกยิงจนตายคาที่ เนื่องจากนายเชิดปักใจเชื่อว่าผู้ตายแกล้งนำทรายเทใส่เครื่องยนต์รถไถ และแอบถอดล้อรถไถทำให้รถเสียหาย เคยปรามไว้แล้วว่าไม่เห็นกับตาอย่าไปกล่าวหาใครแต่นายเชิดไม่ฟัง
ต่อมาตำรวจปิดล้อมจับกุมนายเชิด มือลั่นไกได้ในสวนปาล์มห่างบ้านเกิดเหตุราว 500 เมตร พร้อมปืน .38 ไทยประดิษฐ์ มีปลอกกระสุนคารังเพลิง 1 ปลอก และกระสุนอีก 2 นัด สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าลั่นไกยิงผู้ตาย เพราะเข้าใจว่าผู้ตาย แอบคลายนอตล้อรถไถนาขนาดเล็ก นำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นำกลับมาควบคุมที่โรงพักเพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย