ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สาวเครียด ถูกฟ้องเบี้ยวภาษีกว่า 32 ล้าน ร้องช่วยเหลือ เชื่อถูกสวมสิทธิ์

    ไทยรัฐออนไลน์7 ก.ค. 2563 20:54 น.
    SHARE

    สาว พนง.ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้องสื่อหลังตกเป็นผู้ต้องหาแจ้งความเท็จ คดีเลี่ยงภาษีกว่า 32 ล้านบาท ยันไม่เคยเปิดบริษัท เชื่อโดนสวมสิทธิ์ เผย 13 ก.ค.นี้ ต้องขึ้นศาล ฟังคำตัดสิน หวั่นติดคุก เหตุไม่มีเงินประกันตัวกว่า 2 แสนบาท ด้านทนายยันช่วยเหลือเต็มที่-ไม่คิดค่าใช้จ่าย  

    เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ก.ค.63 น.ส.นันทวรรณ คุ้มศิริ อายุ 34 ปี พนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ เดินทางเข้าพบ นายเกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความ เพื่อขอความช่วยเหลือ ภายหลังเจ้าตัวตกเป็นผู้ต้องหาคดีแจ้งความเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรฯ กว่า 32 ล้านบาท ทั้งที่ไม่เคยไปเปิดกิจการและจดทะเบียนมาก่อน 

    โดย น.ส.นันทวรรณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 เม.ย.59 ได้มีหมายเรียกจากกองกำกับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. ส่งมาที่บ้าน ให้ตนเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน หลังจากกรรมสรรพากรได้แจ้งความกล่าวหาว่า ตนเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท บีอีเอ็มซี จำกัด ได้กระทำความผิดอาญาตามกฎหมายประมวลรัษฎากร ต่อมาจึงเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนที่ บก.ปอศ. ตามหมายนัด ก่อนจะถูกปรับเป็นเงิน 2,000 บาท ระหว่างที่เข้าพบตำรวจ ตนปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่เคยรู้จัก และไม่มีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทแต่อย่างใด พร้อมธิบายว่าตัวเองน่าจะถูกสวมสิทธิ์ และไม่เคยเข้ารู้เรื่องเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทดังกล่าว ตนเป็นเพียงพนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้าง มีเงินเดือนไม่ถึงหมื่นบาท จะเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทได้อย่างไร 

    ล่าสุดเดือน เม.ย.ได้มีหมายเรียกอีกครั้ง แต่ในหมายได้แจ้งว่า ตนตกเป็นผู้ต้องหาคดีแจ้งความเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากร ตนจึงเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนตามปกติ พร้อมกับปฏิเสธตามที่เคยได้แจ้งไปเมื่อ 4 ปีก่อน ต่อมาเมื่อต้นเดือน ก.ค.พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ติดต่อมาว่า คดีดังกล่าวทำสำนวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ตนเข้าไปพบที่ บก.ปอศ. ในวันที่ 2 ก.ค. เพื่อเดินทางไปส่งสำนวนฟ้องที่สำนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญามีนบุรี 2 ระหว่างนี้พนักงานสอบสวนได้บอกกับตนว่า ตนรับได้หรือไม่หากศาลตัดสินจำคุก เนื่องจากคดีดังกล่าวค่อนข้างรุนแรง เพราะเป็นคดีทางเศรษฐกิจ ถ้าไม่มีเงินประกันตัวจะทำอย่างไร ทำให้ตนรู้สึกแย่กับคำพูดของตำรวจเจ้าของคดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้บอกตนเพียงว่า คดีนี้ไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด ตนใช้ชีวิตได้ตามปกติแต่อย่าผิดนัดก็พอ ต่อมาหลังจากพนักงานสอบสวนส่งสำนวนที่อัยการแล้ว จึงได้นำเอกสารใบนัดส่งตัวมาให้ตนเซ็นรับทราบ เพื่อนัดฟังคำสั่งศาลหรือส่งตัวฟ้องศาลในวันที่ 13 ก.ค.นี้ หลังจากเซ็นรับทราบแล้ว ตนจึงไปสอบถามขั้นตอนต่างๆ จากประชาสัมพันธ์ที่ศาลอาญามีนบุรี พร้อมสอบถามวงเงินประกันตัว จนทราบว่าคดีดังกล่าวต้องใช้เงินประกันกว่า 2 แสนบาท

    "ตนเครียดเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาไม่ได้มีการเตรียมตัวหาเงินมาประกันตัว เพื่อมาต่อสู้คดีแต่อย่างใด ไม่คิดว่าจะถูกส่งฟ้องเพราะตนไม่เคยเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเปิดบริษันดังกล่าวมาก่อน กระทั้งได้ตัดสินใจเดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชนและทนายเกรียงศักดิ์ เพื่อให้ช่วยตีแผ่เรื่องนี้ เนื่องจากเกรงว่าหากวันที่ 13 ก.ค.นี้ ตนไปขึ้นศาล ต้องถูกตัดสินจำคุกอย่างแน่นอน เพราะไม่มีเงินไปประกันตัว และไม่มีหลักฐานต่างๆ เพื่อไปยืนยันว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวของกับบริษัทดังกล่าวด้วย ตนยืนยันว่าตนเองไม่ได้ไปเซ็นเอกสารต่างๆ กับใครอย่างแน่นอน เป็นคนค่อนข้างระวังตัว คิดว่าน่าจะถูกสวมสิทธิ์ ถูกปลอมแปลงเอกสาร วอนให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวของลงมาตรวจสอบ และให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย" น.ส.นันทวรรณ กล่าว 

    ด้าน นายเกรียงศักดิ์ ทนายความ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้รับเรื่องและตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว ทราบว่า บริษัทดังกล่าวประกอบกิจการขายส่งหนังสื่อพิมพ์และเครื่องเขียน เมื่อตรวจสอบก็ไม่ได้มีชื่อ น.ส.นันทวรรณ เป็นกรรมการผู้จัดการ แต่ก็ต้องขอไปตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากนี้ก่อนขึ้นศาลในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ตนต้องรีบไปยืนเอกสารเพื่อทำคำร้องขอความเป็นธรรม เล่ารายละเอียดให้อัยการฟัง เพื่อให้อัยการสั่งไม่ฟ้องต่อไป ทั้งนี้หากมีการสั้งฟ้องตนก็จะหาวิธีช่วยเหลือ และร้องขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องใช้เงินประกันหรือการใช้กำไลอีเอ็มตามดุลพินิจของศาล เนื่องจากหากถึงจุดที่ต้องไปเข้าเรือนจำแล้ว ตนคิดว่า น.ส.นันทวรรณ จะเครียดเนื่องจากเป็นห่วงลูกทั้ง 4 คน และต้องดูแลแม่ซึ่งอยู่ในวัยชราอีกด้วย ซึ่งตนเป็นห่วงว่าหากเข้ากระบวนการแล้วจะติดคุกไปก่อน จึงไม่อยากให้ไปฝากชะตากรรมไว้ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ จึงต้องหาทางช่วยเหลืออทางคดีย่างเต็มที่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ภาษีเบี้ยวจ่ายภาษีกรมสรรพากรจ่ายภาษีฟ้องเบี้ยวภาษีสมุทรปราการข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้