ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ผู้ประกอบการรายย่อย จี้เบรก ก.ม. "ห้ามขายเหล้า-เบียร์" ออนไลน์

    ไทยรัฐออนไลน์1 ก.ค. 2563 16:44 น.
    SHARE

    กลุ่มผู้ประกอบการ ผู้ผลิตรายย่อย ยื่นหนังสือขอเลื่อนการออกกฎหมาย ห้ามขายเหล้าเบียร์ออนไลน์ ยกเหตุผล ชี้โควิดกระทบแล้ว หากกฎหมายผ่าน จะกระทบหนักขึ้นอีก

    วันที่ 1 ก.ค.63 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี กลุ่มตัวแทนสมาพันธ์ผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายสุราแห่งประเทศไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ขอให้เลื่อนการพิจารณาเห็นชอบร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผอ.สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงมารับหนังสือ

    นายอาชิระวัสส์ วรรณศรีสวัสดิ์ ตัวแทนชมรมผู้นำเข้า และจำหน่ายคราฟต์เบียร์ "Craft Beer" เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากร่างประกาศดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 1/2563 วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ซึ่งพวกตนในฐานะผู้ประกอบการรายย่อยได้ตั้งข้อสังเกตดังนี้

    1. ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อภาคธุรกิจ โดยปัจจุบันธุรกิจจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายย่อยได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากการถูกสั่งปิดกิจการห้ามขาย และในปัจจุบันแม้จะจำหน่ายได้ แต่ยังคงมีมาตราการป้องกันต่างๆ จึงจำเป็นต้องสื่อสารกับผู้บริโภค หากประกาศฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบ จะยิ่งทำให้ประกอบธุรกิจได้ยากลำบากมากขึ้น เป็นการซ้ำเติมในเวลาที่ประสบปัญหาให้ผู้ประกอบการรายย่อยเดือดร้อนมากกว่าที่เป็นอยู่

    2. นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายและแผนระดับชาติด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมโดยใช้เทคโนโลยี แต่การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ย่อมหมายถึงการจำกัดการทำธุรกรรมการสั่งซื้อและการขายด้วยวิธีใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ อีเมล แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ ไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และระบบร้านค้าออนไลน์ของเว็บไซต์ต่างๆ ย่อมเป็นการจำกัดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

    3. การแข่งขันทางการค้า หากประกาศฉบับนี้ผ่านการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ อาจมีลักษณะเป็นการกีดกันทางการค้าได้ แต่ผู้ผลิตรายเดิม สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้จากการรับรู้ที่มีอยู่แล้ว

    4. มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายจำกัดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้วหลายมาตรการ ทั้งการกำหนดเวลาขาย การห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ในมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    5. การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง ร่างประกาศฉบับนี้จะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นหรือหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน กรมควบคุมโรคเลือกใช้วิธีห้ามจำหน่ายอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นทางออกที่ง่ายสำหรับหน่วยงานราชการโดยไม่คำนึงถึงว่าจะสร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเพียงใด

    6. ความเสียหายทางเศรษฐกิจ หากมีการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว จะทำให้เกิดความเสียหายโดยเฉพาะกับเจ้าของธุรกิจรายย่อย จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าปี พ.ศ.2563 มีนิติบุคคลผู้ขออนุญาตทำธุรกิจขายปลีกที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 735 ราย ยังไม่ร่วมผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีกนับพันรายซึ่งบางส่วนมีหน้าร้านเพียงอย่างเดียว บางรายมีการจำหน่ายสินค้าออนไลน์อย่างเดียว โดยในส่วนของเครื่อข่ายมีผู้ประกอบการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีหน้าร้านออนไลน์มากกว่า 50 ราย หากมีการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ รายได้ส่วนนี้จะหายไปมากกว่าปีละ 600-800 ล้านบาท

    ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทางเครื่อข่ายจึงได้ทำหนังสือขอให้มีการชะลอ หรือเลื่อนการพิจารณาเห็นชอบร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ออกไปก่อน จนกว่าจะได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โฆษณาเหล้าเบียร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผู้ประกอบการรายย่อยกระทรวงสาธารณสุขโฆษณาออนไลน์ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้