ผู้การประจวบฯ เผยคดียักยอก 39.2 ล้าน ยังไม่พบความผิดในส่วนผู้มีอำนาจมอบรหัสผ่านทำการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ผู้ว่าฯ สั่งพักงานหัวหน้าการเงิน ปมเช็คหาย 6 ฉบับ แล้วไม่แจ้งความ ส่อพิรุธ

กรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกดำเนินคดีหลังจากนำเงินงบประมาณของทางราชการ 39.2 ล้านบาท จากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS โอนเข้าบัญชีส่วนตัว และพบการกระทำความผิดในการทำข้อมูลหลักฐานเท็จจากการปลอมเช็ค รวม 166 ครั้ง ถูกควบคุมตัวจากการฝากขังในเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563  พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธร (ผบก.ภ.) ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาความผิดในคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 ราย ที่มอบรหัสผ่านให้ลูกจ้างใช้ในการทุจริต เพราะต้องดูเจตนา และขณะนี้จากการตรวจสอบพบว่าลูกจ้างได้โกงงบไปทั้งหมด โดยไม่ได้แบ่งให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และหากหลักฐานเชื่อมโยงไม่ถึง จึงไม่ถือว่ามีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์จากการทุจริต แต่การสอบสวนในทางวินัยผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องรับผิดชอบทางละเมิด เพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากงบประมาณที่สูญหายทั้งหมด ทั้งการหักเงินเดือน ทำการยึดทรัพย์ หรือหากไม่มีจ่ายก็ต้องฟ้องร้องในดคีแพ่ง

“โดยเฉพาะผู้ที่มีลายมือในเช็คทุกฉบับ ต้องรอผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และคดีนี้หากเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานสังกัดสำนักงานตรวจแห่งชาติ เบื้องต้นจะต้องสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน โดยไม่ได้รับเงินเดือนจนกว่าผลการสอบสวนจะเสร็จสิ้น ซึ่งยอมรับว่าระบบการบริหารงานมีความแตกต่างกัน” ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าว

...



ด้าน นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  กล่าวว่า ขณะนี้พบยอดเงินในการทุจริตเพิ่มจาก 33.9 ล้านบาท เป็น 39.2 ล้านบาท จากการใช้ระบบออนไลน์ทำข้อมูลเท็จโอนเงินเข้าบัญชีมารดาและญาติ พร้อมปลอมลายมือผู้มีอำนาจจากบัญชีเช็คงบประมาณจังหวัด สั่งเบิกจ่ายเงินสดจากธนาคารกรุงไทย พบความผิดตั้งเดือนเมษายน 2562 ต่อเนื่องถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2563 เนื่องจากได้รับแจ้งจากธนาคารกรุงไทยว่า เจอเช็คเด้งจากสำนักงานจังหวัด ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ขณะที่ทางราชการได้อายัดเงินคืนได้เพียงกว่า 7 แสนบาท พร้อมสั่งให้ลูกจ้างออกจากราชการ และจะตรวจสอบย้อนหลังกรณีลูกจ้างรายนี้สอบบรรจุเป็นพนักงานราชการเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ว่ามีความสามารถสอบได้เองหรือมีข้อพิรุธอย่างไร สำนักงานจังหวัดมีการประกาศเปิดสอบให้บุคคลทั่วไปเข้าสอบแข่งขันหรือไม่

“ล่าสุดได้สั่งให้ นางประชิต วงค์ประภารัตน์ หัวหน้างานการเงินหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แต่รับเงินเดือนตามปกติ ภายหลังพบความบกพร่องเนื่องจากได้รับการรายงานว่า เช็คงบประมาณจังหวัดหายไป 6 ฉบับ ยังไม่มีการแจ้งความเช็คหาย ถือว่าส่อพิรุธ จากนั้นสั่งการให้นักวิชาการการเงินจากสำนักงานปกครองจังหวัดทำหน้าที่แทนชั่วคราว แต่ยังไม่มีการใช้คำสั่งทางการปกครองสั่งย้ายข้าราชการรายใดในสำนักงานจังหวัด สำหรับการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ภายหลังมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการตั้งบุคคลภายในสำนักงานจังหวัดสอบสวนกันเอง อาจมีการช่วยเหลือในการปกปิดข้อมูลทำให้เจ้าหน้าที่บางรายพ้นผิด ยืนยันว่าว่าถ้ากรรมการรายใดไม่เหมาะสมสามารถพิจารณาเปลี่ยนแปลงได้ทันที” ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าว


นายพัลลภ กล่าวอีกว่า สำหรับการมอบอำนาจที่ให้พนักงานราชการทำหน้าที่เบิกจ่ายเงิน และมอบรหัสผ่านให้เข้าถึงระบบการเบิกจ่ายระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ จากการผู้มีอำนาจสั่งจ่ายสองราย เบื้องต้นเป็นการมอบงานด้วยความความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ เนื่องจากที่ผ่านมา ยอมรับว่ากระทรวงมหาดไทยขาดแคลนอัตรากำลังในการบรรจุแต่งตั้งนักวิชาการเงินและบัญชี ซึ่งมีโอกาสการเติบในตำแหน่งหน้าที่น้อยกว่าผู้ที่ใช้วุฒิการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์และคณะรัฐศาสตร์

ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวด้วยว่า ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีการทุจริต จากการทำงานการเงินในเชิงระบบที่กรมบัญชีกลางวางรูปแบบไว้อย่างรัดกุม แต่ปัญหาเกิดจากผู้มีอำนาจในหน่วยงานปล่อยปละละเลย ปล่อยให้ลูกจ้างทำงานโดยพลการ เนื่องจากเห็นว่าเชี่ยวชาญในระบบไอที และหากผลการสบอสวนพบปัญหาจากการเบิกจ่ายที่ทำให้มีการทุจริต เกิดจากความบกพร่องของข้าราชการรายใด ก็จะต้องรับผิดชอบทั้งทางวินัยและชดใช้ค่าเสียหายในทางละเมิด ตามอำนาจหน้าที่ได้รับมอบหมาย ขณะที่จังหวัดได้ใช้งบพัฒนาจังหวัดสำรองงบประมาณไว้ส่วนหนึ่งเพื่อจ่ายเงินให้ผู้วางเงินค้ำประกันงานที่มีการโอนออกนอกระบบ.

...