หวิดดับหมู่ รถตู้พาญาติกลับบ้านที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เสียหลักเฉี่ยวเสาไฟฟ้าตกร่องกลางถนน ชนคันดินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 5
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2563 พ.ต.ท.อุฤทธิ์ ขรรภ์แก้ว สว.(สอบสวน) สภ.คลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้ตกร่องกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ตรงข้ามกับวิทยาลัยเทคโนโลยีประจวบคีรีขันธ์ หลักกิโลเมตรที่ 317 หมู่ 2 บ้านหนองหิน ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน
ที่เกิดเหตุ บริเวณร่องกลางถนนพบรถตู้ส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้าคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียนป้ายสีน้ำเงิน หมายเลข นข 3813 สุราษฎร์ธานี ตกร่องกลางถนน ชนกับคันดินร่องระบายน้ำ มีเสาไฟส่องสว่างทางได้รับความเสียหายจำนวน 1 ต้น สภาพด้านหน้ารถได้รับความเสียหายพังยับเยิน กระจกหน้าแตก ล้อหน้าด้านซ้ายแตก ปีกนกหัก มีน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหล สิ่งของสัมภาระกระจัดกระจาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งหมด 6 ราย โดยมีหญิงชราสูงอายุวัยประมาณ 80 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ต่อมา นางอำนวย ปานเจริญ อายุ 85 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลขณะแพทย์ทำการรักษา สาเหตุจากอาการบาดเจ็บสาหัสหลายแห่ง และระบบหายใจล้มเหลว
จากการสอบถาม นายอานนท์ อ่อนคำ นักวิทยุสมัครเล่น พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ในช่วงก่อนเกิดเหตุได้ขับรถตามหลังรถตู้คันที่ประสบเหตุมา ระหว่างนั้นจังหวะที่เลยช่วงที่เป็นทางโค้งมองเห็นว่ารถตู้คันดังกล่าวได้เสียหลักเฉี่ยวกับเสาไฟฟ้าแล้วตกร่องน้ำกลางถนนจากนั้นไถลไปไกลประมาณ 100 เมตร แล้วชนเข้ากับคันดินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตนจึงได้จอดรถข้างทางแล้วลงมาช่วยเหลือคนเจ็บ พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ได้รับทราบ
นายอุดม ครุฑทิพย์ อายุ 31 ปี ชาวตำบลทุ่ง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นคนขับรถตู้ เล่าว่า ตนได้นำรถตู้ส่วนตัวไปรับญาติที่กรุงเทพฯ เพื่อกลับบ้านที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งระหว่างทางได้จอดแวะพักตามปั๊มมาแล้วหลายจุด แต่พอมาถึงช่วงที่เกิดเหตุตนไม่รู้ตัวเองว่ารถเสียหลักลงได้อย่างไร และจำอะไรไม่ค่อยได้ ส่วนตนเองได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยแค่ปากแตกเท่านั้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ่ายภาพความเสียหายที่เป็นของหลวง และแนวทางการเกิดอุบัติเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐานและจะได้สอบสวนถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้อีกครั้งต่อไป.