ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นักวิ่งผวาโดนวางยา ทิ้งขวดนํ้าไว้-ถูกเจาะ เพื่อนต้องหามส่งโรงพยาบาล

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 มิ.ย. 2563 05:03 น.
    SHARE

    ตำรวจลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุนักวิ่งโดนวางยาในน้ำดื่มขณะมาจ๊อกกิ้งออกกำลังกายในสวนสาธารณะศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ผู้เสียหายเป็นโปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์โพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัยเพื่อนนักวิ่งจนเป็นกระแสร้อนแรงกระหึ่มโลกโซเชียล เชื่อถูกคนร้ายวางยาประสงค์ต่อทรัพย์ หลังแจ้งความตำรวจเรียกสอบเพิ่มยังไม่ฟันธงสาเหตุที่แน่ชัด รอผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลและนำน้ำดื่มส่งตรวจหาสารพิษ ผวจ.นนทบุรีสั่งเทศบาลตรวจสอบข้อเท็จจริง ผอ.ฝ่ายบำรุงการช่างตั้งข้อสงสัยคำกล่าวอ้างผู้เสียหายผิดสังเกตหลายจุด ยันที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้

    จากเรื่องราวแชร์กระหึ่มโลกออนไลน์ กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Etoriw Sibaht” โพสต์ข้อความเตือนภัยนักวิ่ง วางขวดน้ำในสวนสาธารณะ อาจตาย เพราะโดนวางยา ระบุว่า ตัวเองอาจโดนวางยาใน ขวดน้ำดื่มหลังไปวิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะศาลากลางจังหวัดนนทบุรี โดยได้วางขวดน้ำดื่มที่เพิ่ง ซื้อมายังไม่ได้เปิดขวดไว้ที่จุดสตาร์ต ถือเป็นเรื่องปกติ ที่นักวิ่งจะวางขวดน้ำส่วนตัวไว้ไม่ถือไปวิ่งด้วย หลังวิ่งเสร็จมาดื่มน้ำเข้าไปเกิดอาการลิ้นแข็ง ตาค้าง จนต้อง เข้าโรงพยาบาล สงสัยว่าคงโดนวางยาจากมิจฉาชีพเพราะบริเวณคอขวดน้ำมีรอยถูกเข็มเจาะเป็นรู

    หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ในสื่อโซเชียลจนกลาย เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ต่อมา เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวไปที่สวนสาธารณะหมู่บ้านเดอะวิลเลจ ซอยท่าอิฐ ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบนายวิโรจน์ ไศละบาท อายุ 42 ปี ผู้เสียหาย ที่โพสต์เฟซบุ๊กเป็นโปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งเผยว่า ตนอาจจะโดนวางยาในขวดน้ำดื่มหลังไปวิ่ง ออกกำลังกายที่สวนสาธารณะในศาลากลางจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เวลา 20.30 น. ได้ซื้อน้ำดื่ม มาจากรถที่จอดขายอยู่ข้างห้องน้ำ จากนั้นถือขวดน้ำ มาวางไว้ที่เก้าอี้ม้าหินตรงจุดสตาร์ต พอวิ่งเสร็จเวลา 21.00 น. เป็นเวลาที่สวนสาธารณะปิด มาถึงจุดที่วางน้ำไว้ได้เปิดขวดน้ำดื่มไปได้ประมาณ 1 ใน 3 ของขวดพบว่ารสชาติของน้ำเฝื่อนๆเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ไม่ได้เอะใจ จากนั้นเอาขวดน้ำที่เหลือติดมือไปด้วย ขี่รถ จยย.กลับไปยังที่ทำงานย่านรัชโยธิน แล้วนั่งกินหมูกระทะกับเพื่อนร่วมงานและจิบเบียร์ไปหนึ่งอึก รู้สึกอาการแปลกๆของร่างกาย เริ่มจาก ภาพหมุน หายใจติดขัด ลิ้นแข็ง ตาค้าง อาเจียนสองสามครั้ง และกำลังจะหมดสติ จนน้องๆรีบพาขึ้นรถตู้ขับไปส่งที่ รพ.รามาธิบดี แพทย์ระบุว่า อาการ ที่เกิดขึ้นอาจเพราะได้รับสารพิษบางอย่างเข้าร่างกาย หรือไม่ก็ร่างกายสร้างสารพิษขึ้นมาจนทำให้เกิดปฏิกิริยาในร่างกาย แต่ต้องรอผลตรวจเลือดและผลตรวจปัสสาวะที่ชัดเจน

    นายวิโรจน์เปิดเผยด้วยว่า สาเหตุที่โพสต์เพราะอยากเตือนภัยถึงเพื่อนๆนักวิ่ง เชื่อว่าคนทำคง ประสงค์ต่อทรัพย์ ไม่อยากให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อ ตอนนี้รอผลพิสูจน์เลือดจากโรงพยาบาล หลังเกิดเหตุ ได้ไปพูดคุยกับคนขายน้ำเจ้าประจำและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง คนขายน้ำก็ตกใจ ตรวจสอบจุดดังกล่าว ไม่มีกล้องวงจรปิด อยากให้มีการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ของประชาชนที่มาออกกำลังกาย ตอนนี้ไม่กล้าไปวิ่ง ที่นั่นแล้ว ขอวิ่งในสโมสรของหมู่บ้านไปก่อนจนกว่าจะทราบว่าอาการที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด

    ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.ท.อัศม์เดช มุ่งลือ รอง ผกก.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส. นำกำลังตำรวจสืบสวน ลงพื้นที่ ตรวจสอบบริเวณเก้าอี้ม้าหินในสวนสาธารณะภายในศาลากลางจังหวัดนนทบุรี หลังจากเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.นายวิโรจน์ ไศละบาท อายุ 42 ปี ผู้เสียหาย ที่โพสต์ เฟซบุ๊ก เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.อาทิตย์ รุ่งเชตุ รอง สว. (สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ ว่า ได้มาวิ่งออกกำลังกาย ที่สวนสาธารณะดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เวลา 20.30 น. หลังจากซื้อน้ำดื่มมาวางไว้ที่ม้านั่งก่อนจะไป วิ่งออกกำลังกาย เมื่อกลับมาดื่มน้ำพบว่าน้ำเปล่าใน ขวดมีรสชาติเปลี่ยนไปจากเดิม ก่อนจะมีอาการลิ้นแข็ง ตาค้าง ต้องรีบไปรักษาตัวที่ รพ.รามาธิบดี หลังออกจากโรงพยาบาลมาดูที่ขวดน้ำดื่มพบว่าที่คอขวดมีรูลักษณะคล้ายโดนเข็มเจาะจึงสงสัยว่าตัวเองน่าจะโดนคนร้ายลอบวางยา

    พ.ต.ท.อัศม์เดช มุ่งลือ รอง ผกก.สส. กล่าวว่า มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งกล้องวงจรปิด แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจเนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความ สนใจ ตรวจสอบย้อนหลังพบว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ ไม่เคยเกิดขึ้น ได้ประสานผู้เสียหายจะเดินทางมาให้ ปากคำเพิ่มเติมในช่วงเย็นวันเดียวกัน ส่วนผลตรวจการ รักษาจากโรงพยาบาลจะทราบวันที่ 9 ก.ค.นี้ ขณะเดียวกัน ต้องรอขวดน้ำดื่มจากผู้เสียหาย จะส่งไปตรวจที่กรม วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อหาสารพิษในน้ำ

    มีรายงานว่า ตามที่ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกคนร้ายวางยาเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ตำรวจยังไม่มุ่งไป ทิศทางเดียว ต้องสอบสวนให้ครอบคลุมทุกประเด็น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องส่วนตัว ความขัดแย้งกับบุคคลอื่น หรือมีปัญหากับเพื่อนนักวิ่งด้วยกันหรือไม่ ที่สำคัญต้องรอผลตรวจสอบน้ำดื่มในขวด รวมทั้งผลตรวจสารพิษร่างกายผู้เสียหายให้แน่ชัด

    ด้านนายคม แสงบำรุง ผอ.ฝ่ายบำรุงการช่าง เทศบาลนครนนทบุรี ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุเผยว่า ได้รับคำสั่งจาก ผวจ.นนทบุรี และนายกเทศบาลนครนนทบุรี ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พบว่าจุดที่ผู้เสียหายระบุว่าซื้อน้ำดื่มแบบขวดแล้วนำมาวางไว้ที่ข้างเก้าอี้ในสวนนั้น คือบริเวณลานเตะตะกร้อ เป็นจุดที่อยู่ใกล้กับป้อมยามและมีแสงสว่างจากไฟส่องสนาม จากการสอบถามกลุ่มนักวิ่งที่มาวิ่งในสวนสาธารณะแห่งนี้เป็นประจำ ไม่เคยมีหรือเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน และร้านขายน้ำดื่มรอบบริเวณนี้ก็เป็นเจ้าประจำที่ขายมานานไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเช่นกัน ทำให้ตนตั้งข้อสังเกตว่า หากขวดน้ำดื่มถูกเจาะรูที่ขวดจริง จากภาพที่เห็นเป็นรู ขนาดใหญ่พอสมควร เมื่อยกขวดน้ำขึ้นมาบิดเปิด น้ำจะไม่พุ่งไหลออกมาให้ผิดสังเกตหรือไม่ และหากถูกวางยาจริงๆ ทำไมฤทธิ์ยาไม่ออกผลเลย ทำไมผู้เสียหายยังมีแรงเอาขวดน้ำกลับไปที่รถ จยย. ขี่รถกลับไปกินหมูกระทะต่อกับเพื่อนได้ทั้งที่ระยะทางอยู่ห่างกันมาก และยังนั่งดื่มเบียร์ได้อีกสักพัก จนหลังดื่มเบียร์แล้วถึงมีอาการจนต้องไปโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลจะรอผลตรวจของผู้เสียหายก่อนว่าข้อเท็จจริงในเหตุการณ์นี้คืออะไรกันแน่ รวมทั้งจะตรวจสอบร้านขายน้ำดื่มรอบสวนสาธารณะทั้งหมดด้วย เพื่อรายงานให้ทางจังหวัดรับทราบต่อไป

    ขณะที่นายบุญจันทร์ สุขมณี อายุ 45 ปี รปภ.ทางเข้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าวเมื่อเช้าว่ามีคนมาออกกำลังกายแล้วถูกวางยาพิษ ตนทำงานที่นี่มา 10 ปีไม่เคยปรากฏว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ส่วนมากคนที่มาออกกำลังกายจะเป็นคนกลุ่มเดิมที่มากันเป็นประจำ จะนำน้ำดื่มมาวางตามจุดของเขา บางคนใส่ถุงแขวนไว้ตามต้นไม้ไม่เคยมีปัญหาอะไร วันจันทร์ถึงวันศุกร์จะมีคนมาออกกำลังกายเดินเล่นประมาณ 50-100 คน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์จะมีมากหน่อยวันละประมาณ 100-200 คน

    ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน นายวิโรจน์ ไศละบาท ผู้เสียหายเดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ ร.ต.อ.อาทิตย์ รุ่งเชตุ รอง สว. (สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ เจ้าของคดี พร้อมนำขวดน้ำดื่มที่ถูกเจาะรูมามอบให้ตำรวจเพื่อส่งตรวจหาสารพิษหรือสารแปลกปลอมในน้ำ จากนั้นให้ปากคำตำรวจชุดสืบสวนเพื่อหาประเด็นสาเหตุในการถูกวางยาครั้งนี้ นายวิโรจน์ยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องหรือปัญหาทะเลาะกับใคร ทั้งที่ทำงานและคนที่มาออกกำลังกายด้วยกัน เชื่อว่าคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์แน่นอน เพราะขณะวิ่งออกกำลังกายตนสวมใส่นาฬิกาสำหรับตรวจวัดชีพจรราคา 12,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รวมทรัพย์สินเกือบ 50,000 บาท

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1นักวิ่งวางยาออกกำลังกายน้ำดื่มสวนสาธารณะข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้