ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ไร้เงาสองพ่อลูก ตระกูล “ไกรคุปต์” รังวัดที่ดินรุกป่า (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์5 มิ.ย. 2563 05:15 น.
    SHARE

    ตำรวจ ปทส.และป่าไม้ ตรวจที่ดินสวนผึ้งของ “ทวี ไกรคุปต์” พ่อ “ปารีณา” ส.ส.ราชบุรีคนดัง ลุยค้นทุกซอกทุกมุมทั้งโรงเลื่อย บ่อจระเข้ ผงะเจอกะโหลกหมา กองโครง กระดูกสัตว์และซากไก่เพียบส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง และเอกสารทางราชการหลายรายการถูกทิ้งบ่อร้าง ด้าน “วีระ สมความคิด” กัดไม่ปล่อย ระบุพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิครอบครอง ขณะที่สองพ่อลูกหายเงียบไม่ยอมมาชี้แนวเขตครอบครองที่ดิน

    เจ้าหน้าที่ตรวจที่ดิน “ทวี ไกรคุปต์” พ่อ ส.ส.ราชบุรี รุกป่า โดยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 4 มิ.ย. พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปทส. ร่วมกับ พ.ต.อ.ศราณุ โสมทัต ผกก.5 ปทส. นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.3 (พุยาง) นายชนันต์ อินทรักษ์ ปลัดอาวุโสอำเภอสวนผึ้ง จ.ราชบุรี และนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน นำเจ้าหน้าที่พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดราชบุรีที่ 74/2563 เข้าตรวจค้นสถานที่บ้านหนองมะค่า หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง และอาคารสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่นายทวี ไกรคุปต์ บิดา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ถือครอง ทำประโยชน์ตามที่นายวีระแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายทวี เพราะเชื่อว่ามีการบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

    สำหรับที่ดินบริเวณดังกล่าวเจ้าหน้าที่ศูนย์ป่าไม้ราชบุรีตรวจพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ของรัฐรวมทั้งหมด 7 แปลงมีพื้นที่ 1,039 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา เป็นพื้นที่ถูกบุกรุกถือครองจำนวน 5 แปลงจากทั้งหมด 7 แปลง อยู่ในเขตพื้นที่กรมป่าไม้ดูแลรับผิดชอบ เนื้อที่รวม 392-3-32 ไร่ แปลงที่ 1 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเนื้อที่ 17-0-68 ไร่ ลักษณะการถือครองทำถนน แปลงที่ 2 พื้นที่ป่าไม้ถาวรเนื้อที่ 207-3-68 ไร่ ลักษณะการถือครองบ้านพัก 1 หลัง บ่อเลี้ยงจระเข้ 3 บ่อ จระเข้กว่า 1,000 ตัว โรงงานแปรรูปไม้ 1 โรง เลื่อยวงเดือนขนาด 5 แรงม้า 24 นิ้ว 1 เครื่อง แปลงที่ 3 พื้นที่ป่าไม้ถาวรเนื้อที่ 39-0-48 ไร่ ลักษณะการถือครองทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ แปลงที่ 4 พื้นที่ป่าไม้ถาวรเนื้อที่ 126-3-64 ไร่ ลักษณะการถือครองทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และแปลงที่ 5 พื้นที่ป่าไม้ถาวร เนื้อที่ 1-2-84 ไร่ ลักษณะการถือครองทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์

    จากการตรวจสอบพื้นที่จากประตูริมถนนสายราชบุรี-สวนผึ้งไปประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เมื่อตรวจสอบคูน้ำในป่าละเมาะพบซากกะโหลกสัตว์ที่มีความคล้ายคลึงกับสุนัข กองโครงกระดูกของสัตว์ และพบลังน้ำแข็งใช้แช่ซากไก่ตายเพื่อเป็นอาหารจระเข้ถูกทิ้งส่งกลิ่นเหม็นอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบตู้แช่เย็นข้างตู้แช่ในบ่อมีเอกสารสำคัญทางราชการหลายรายการ อาทิ หมายศาลเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายทวีและ น.ส.ปารีณา ไปไกล่เกลี่ยที่ศาล และเอกสารเกี่ยวกับการเช่าที่ดินอีกหลายรายการ หลังโฉนดพบมีชื่อ น.ส.ปารีณาเป็นผู้ครอบครอง จากนั้นตรวจสอบโรงเลื่อยไม้ บ่อเลี้ยงจระเข้ในบ่อซีเมนต์ตามที่ขออนุญาตเลี้ยงไว้กับกรมประมงจำนวน 1,050 ตัว พบว่าในบ่อยังมีจระเข้อยู่จำนวนมาก

    นายวีระกล่าวว่า หัวหน้าพนักงานสอบสวนทำหนังสือถึงตนตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมาเพื่อขอความร่วมมือให้พามาชี้พื้นที่อีกครั้ง หลังจากเคยเดินทางมาแล้วตั้งแต่ต้น มี.ค. วันนี้จะเริ่มเข้ามารังวัดอย่างละเอียดเป็นหน้าที่ของป่าไม้ ตนในฐานะเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษมาชี้ที่ดินที่กล่าวโทษมีจุดไหนบ้าง มีอยู่ 3 จุดเช่นจุดริมถนนและออกไปอีก 2 แปลง ส่วนที่ดินเท่าที่ตรวจสอบมีการครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่ว่าจะเป็น สค.1 หรือ น.ส.3 แต่ที่แปลงนี้เขาอ้างว่ามีโฉนดนิดเดียวจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ อีกทั้งไม่เคยเอาเอกสารสิทธิมายืนยันได้เลย โดยเฉพาะ น.ส.ปารีณาที่ได้ไปแจ้งกับ ป.ป.ช.ว่ามีที่ดิน 1,706 ไร่ก็ไม่ยอมพาไปชี้ แต่ยังยืนยันว่ามีที่ดินอยู่จริง พอตำรวจบอกให้มาชี้ก็ไม่ยอมมา ผิดกับกรณีนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตำรวจบอกให้พาไปชี้จุดก็ส่งคนพาไปชี้จุดเลย สามารถนำชี้ได้หมด ส่วนกรณีนายทวีเท่าที่ทราบมีการออกหมาย มีการอ้างว่าต้องมีการรังวัดให้ละเอียดก่อนจึงจะรู้ว่าบุกรุกเท่าไหร่แล้วจึงจะแจ้งข้อหา และมีหมายเรียกให้นายทวีมาพบ ตำรวจอ้างอย่างนั้น

    ด้าน พ.ต.อ.วัชรินทร์ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน กล่าวว่า มาดูที่ดินว่ามีเนื้อที่เท่าไหร่ มีการทำหนังสือแจ้งทั้งนายทวีและ น.ส.ปารีณา แต่ก็ไม่มา วันนี้จะดูพื้นที่อย่างละเอียด เพราะของเดิมกรมป่าไม้จะไม่ยุ่งกับพื้นที่ ส.ป.ก. ถ้ามีที่ดิน ส.ป.ก.ควบอยู่ ป่าไม้จะรังวัดทั้งหมดและกล่าวหาจำนวนเนื้อที่เพิ่มจาก ส.ป.ก. เหมือนครั้งที่แล้วคล้ายๆกับของ น.ส.ปารีณา เนื้อที่จากน้อยก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก ปัญหามีคือส่วนกลางยังไม่เคยเข้าพื้นที่จึงต้องประชุมกันก่อน และถ่ายภาพทางอากาศโดยใช้โดรนขึ้นบินจะได้เดินง่ายขึ้น เพราะพื้นที่จะดูไม่ออกว่าตรงไหนเป็นเขต ส.ป.ก. ตรงไหนเป็นเขตป่าสงวน แนวเขตอยู่แค่ไหน คณะที่มาตรวจสอบที่ดินเป็นส่วนกลางที่เคยมาตรวจที่ดินของ น.ส.ปารีณา การตรวจสอบครั้งนี้เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลที่นำชี้พื้นที่ไปพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องคดีต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ทวี ไกรคุปต์ปารีณา ไกรคุปต์รุกป่าบุกรุกป่าราชบุรีข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้