สัตวแพทย์กรมอุทยานฯ พยายามช่วยช้างป่าล้มป่วย สภาพซูบผอมจนกระดูกสันหลังโผล่ เร่งให้น้ำเกลือและวิตามินบำรุงร่างกายให้ฟื้นตัวก่อน ขณะที่ตรวจพบรูแผลสดที่บริเวณก้น 2 จุด สแกนแล้วพบโลหะฝังใน
เมื่อวันที่ 29 พ.ค.63 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่ กร.4 หุบมะซาง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านเจ้าของไร่ตาเยื้อน บ้านวังไทร ม.7 ต.ไร่ใหม่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบช้างป่าป่วยล้มนอนอยู่ใกล้กับต้นโกโก้และขนุนของชาวบ้าน จึงรายงานให้ นายรักพงษ์ บุญย่อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทราบพร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเข้าไปตรวจสอบ พบช้างป่าล้มนอนสภาพอ่อนแรง ร่างกายผอมโซอาจตายได้หากไม่ได้รับการรักษา จึงประสานขอสัตวแพทย์กรมอุทยานฯ เข้าช่วยตรวจรักษาช้างป่าตัวดังกล่าว
จากนั้น สัตวแพทย์หญิงกชกร พิมพ์เสน สัตวแพทย์กรมอุทยานฯ พร้อมเจ้าหน้าที่สัตวบาลจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย จ.เพชรบุรี เข้าตรวจช้างป่า เบื้องต้นพบว่า เป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 5-6 ปี สภาพผอมมาก จนกระดูกสันหลังโผล่ขึ้นมาอย่างชัดเจน คาดว่าจะเกิดจากอาการเจ็บป่วย ทำให้ไม่สามารถกินอาหารได้ตามปกติ และพบบาดแผลเป็นรูแผลสดที่บริเวณก้นช้าง จำนวน 2 รู ด้านซ้ายเป็นแผลกว้างประมาณ 2 นิ้ว ลึก 1-2 นิ้ว และด้านขวา เป็นรูขนาดเล็กกว่าประมาณ 1 นิ้ว ลึก 1 นิ้ว ไม่มีเลือดซึมและยังไม่มีการอักเสบติดเชื้อ คาดว่าจะเป็นแผลใหม่เพียง 1-3 วันเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบว่า ช้างป่ามีอาการถ่ายเหลว ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับภาวะโรคที่ช้างป่าป่วยอยู่ได้
...
สัตวแพทย์กรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการรักษาเบื้องต้นนั้นได้ให้สารน้ำวิตามินบำรุงร่างกาย ยาลดปวด และน้ำเกลือไปแล้ว 3 ขวด และจะต้องให้ต่อเนื่องจนกว่าจะดีขึ้น โดยอาจจะต้องมีการใช้อุปกรณ์พยุงร่างกาย เพื่อพลิกด้านเพื่อตรวจดูอีกด้านของช้างป่าที่ทับไว้ว่ามีบาดแผลอื่นใดอีกหรือไม่ โดยจะต้องเจาะเลือดไปส่งตรวจที่ห้องแล็บมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อหาสาเหตุของอาการป่วยว่าเป็นโรคหรือติดเชื้ออะไร ทั้งนี้ประเมินเบื้องต้นยังไม่มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายช้างป่าออกจากจุดที่พบนี้ เพราะการเคลื่อนย้ายจะสร้างความเครียด อาจจะทำให้อาการทรุดลงไปอีก แต่ทั้งนี้จะต้องประเมินอาการป่วยกันวันต่อวันและรักษาตามอาการ
ด้าน นายสนธยา หอมทั่ว เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่ กร.4 หุบมะซาง ระบุว่า สำหรับช้างป่าตัวดังกล่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบเห็นหากินในพื้นที่บ้านวังไทรมานานกว่า 1 เดือนแล้ว โดยหากินเพียงลำพังตัวเดียว ไม่มีโขลงช้าง อาจจะถูกขับออกจากโขลงได้ ซึ่งสภาพผอม แต่พอเช้านี้ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าช้างล้มนอน มาตรวจสอบแล้วพบว่าผอมกว่าที่เห็นเมื่อ 1 เดือนก่อนมาก
ส่วน นายยุทธ ตันประเสริฐ อาชีพทำไร่สับปะรด กล่าวว่า ในละแวกนี้ทำการเกษตรทั้งผลไม้จำพวกสับปะรด ขนุน มะม่วง มีช้างป่าออกมาหากินบ่อยครั้ง มากันเป็นโขลงใหญ่ เยอะสุดที่เคยเห็น คือ 25 ตัว แต่ส่วนมากจะมาครั้งละ 5-10 ตัว ชาวบ้านก็ช่วยกันดูแลไล่กลับเข้าป่าไป พอรู้ว่ามีช้างป่วยล้มก็สงสารจึงมาดู ไม่อยากให้ช้างป่าตาย
มีรายงานว่า ทั้งนี้ ภายหลังจากสัตวแพทย์ตรวจรักษาเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ใช้เครื่องสแกนโลหะตรวจตามร่างกาย พบว่ามีโลหะจำนวน 5 จุด ที่สะโพกซ้าย 2 หัวไหล่ซ้าย 1 ก้นซ้ายขวาแห่งละ 1 จุด ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นกระสุนหรือไม่ เพราะไม่สามารถผ่าออกได้เนื่องจากช้างไม่แข็งแรง.