หนุ่มร่างทรงปู่สมิงพรายดำยันความบริสุทธิ์ ขณะที่ชาวบ้านไม่เชื่อการรักษาใช้การล้วงควักใต้ร่มผ้าของผู้หญิง เพื่อนำสิ่งที่ไม่ดีออก เจ้าตัวเล็งแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับเพจชื่อดังทำเสียชื่อเสียง

กรณีมีชายที่อ้างตัวว่าเป็นร่างทรงปู่สมิงพรายดำ บอกสามารถรักษาโรคให้กับคนป่วย ด้วยวิธีการสุดแปลก โดยการใช้มือล้วงเข้าไปใต้ร่มผ้าของผู้หญิงเพื่อนำเอาสิ่งไม่ดีออกมาทิ้ง อ้างว่าเพื่อเป็นการรักษาโรค ที่เกิดจากคุณไสยมนตร์ดำและสิ่งไม่ดีต่างๆ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ของพฤติกรรมการรักษาสุดแหวกแนวนี้

ต่อมา นายวิฑูรย์ สิรินุกุล นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้สั่งการให้นายวีระ หิรัญกุล ปลัดอำเภออาวุโส เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธเมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีกับนายสายยนต์ สังข์ทอง อายุ 43 ปี ร่างทรงพ่อปู่สมิงพรายดำ ว่าเข้าข่ายละเมิดหรือผิดกฎหมาย 5 พ.ร.บ. ประกอบด้วย 1. ความผิดฐานกระทำอนาจาร ตาม ป.อาญา มาตรา 279 2. ความผิดฐานฉ้อโกง ตาม ป.อาญา มาตรา 341 3.ความผิดตาม พ.ร.บ.เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา14(1) 4.ความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบโรคศิลปะ พศ.2546 มาตรา 30 และ 5.ความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 26 ซึ่งทางพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี จะได้ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหา มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

ล่าสุด 09.30 น. วันที่ 16 พ.ค.63 นายสายยนต์ ร่างทรงปู่สมิงพรายดำ ได้นำเอาอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาโรค ประกอบด้วย มีดหมอ เครื่องรางของขลัง เทียนแพ มาแสดงต่อผู้สื่อข่าว และเปิดเผยว่า ตนไม่ได้รู้สึกหนักใจที่ถูกแจ้งความ และพร้อมที่จะพิสูจน์ความจริงว่าตนไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะในเรื่องของการกระทำอนาจาร โดยมีหลักฐานเป็นบันทึกวิดีโอการรักษา ตั้งแต่ขั้นตอนในการขออนุญาตตัวผู้ที่เข้ารับการรักษา เพื่อแสดงให้เห็นว่า การรักษาของตนไม่ใช่การกระทำลามกอนาจารอย่างที่ถูกกล่าวหา หรือความผิดฐานฉ้อโกง ตนก็ไม่ได้ไปฉ้อโกงใครมีเพียงการเรียกเก็บค่าครูจำนวน 32 บาทเท่านั้นซึ่งตนก็ ไม่คิดว่าน่าจะเป็นการฉ้อโกง ซึ่งแต่ละข้อกล่าวหาที่ตนถูกแจ้งความตนมีหลักฐาน และพยานต่างๆ ไว้พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความจริง

ร่างทรงปู่สมิงพรายดำ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะหารือเพื่อแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับเพจชื่อดัง ที่ได้มีการนำเอาคลิปวิดีโอบันทึกการรักษาของตนกับ คนไข้ ไปลง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สร้างความเสื่อมเสียให้กับตนและคนไข้ที่เข้ารับการรักษาเป็นอย่างมาก นายสายยนต์ยังได้กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ตนจะอยู่ที่บ้านเพื่อทำการซ่อมแซมบ้านที่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม หากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการที่จะเข้ามาสอบปากคำหรือสอบถามข้อมูลใดๆ ก็สามารถเข้ามาได้ตลอดเวลา ตนพร้อมที่จะให้ข้อมูลทุกอย่างตามความเป็นจริง โดยไม่หลบหนีไปไหน

ขณะเดียวกัน ในส่วนของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาทุกคนต่างทราบกันดีว่านายสายยนต์ ได้เอาตัวว่าเป็นร่างทรงและเปิดรักษาโรคมาเป็นเวลานานหลายปี ซึ่งคนที่มารับการรักษาส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างพื้นที่ ที่เดินทางเข้ามารับการรักษาที่บ้านของนายสายยนต์ หรือไม่ก็ติดต่อให้นายสายยนต์ไปทำพิธีให้ที่บ้าน แต่ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้เชื่อเรื่องที่นายสายยนต์เป็นร่างทรงและสามารถรักษาโรคได้ เพราะชาวบ้านทุกคนล้วนรู้จักกับนายสายยนต์และครอบครัวเป็นอย่างดี ถึงไม่เชื่อว่านายสายยนต์จะเป็นร่างทรงที่สามารถรักษาโรคได้จริง อีกทั้งเมื่อได้เห็นภาพ ของการรักษาที่ออกมาตามสื่อต่างๆ ก็ยิ่งทำให้ เกิดคำถามขึ้นในใจถึงความเหมาะสม ของพิธีกรรมที่นายสายยนต์อ้างว่าใช้ในการรักษาคนป่วย ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่แปลกและไม่เคยพบเคยเห็นแบบนี้มาก่อน.