ตำรวจแก่งคอย รวบแล้วโจรย่องเบางัดบ้านขโมยทองรูปพรรณ รวมหนัก 18 บาท กับเงินสด 6 หมื่น ที่แท้เป็นช่างเชื่อม เคยรับเหมาทำงานในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ทำให้รู้ช่องทาง ตามยึดเงินคืนได้เกือบ 5 แสน อ้างช่วงโควิดฯเงินขาดมือ เลยตัดสินใจเป็นใจร
เวลา 11.00 น. วันที่ 12 พ.ค. พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ แสนวงศ์สิริ ผกก.สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี พ.ต.ท.รหาญ รัตนเมืองช้าง รอง ผกก.ป. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมนำหมายศาลจังหวัดสระบุรีในคดีลักทรัพย์ บุกเข้าจับกุมตัว นายนันทา ศรีสุด หรือช่างปุ้ย อายุ 45 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 35 ม.13 ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ขณะนอนอยู่ภายในบ้าน พร้อมแจ้งข้อหาในข้อหาลักทรัพย์
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 63 เวลา 10.00 น. ผู้ต้องหาได้ลอบเข้าบ้าน นางมีนา สุวรรณพงษ์ อายุ 45 ปี ในหมู่บ้านมารวย เลขที่ 2/345 ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย ขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ โดยคนร้ายใช้อุปกรณ์งัดกลอนประตูบ้านเข้าไปในห้อง ขโมยทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 18 บาท มีสร้อยคอทองคำ หนัก 10 บาท 1 เส้น กำไล 1 วง หนัก 5 บาท แหวน 1 วง หนัก 3 บาท และเงินสดอีก 60,000 บาท ในตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอน รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1 ล้านบาทหลบหนีไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนแกะรอยพบภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดของหน้าบ้าน จึงนำไปสู่การขอหมายศาลจับและเข้าจับกุมดังกล่าว
...
สอบสวนผู้ต้องหา จำนนต่อหลักฐานตามภาพวงจรปิด จนรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาว่า ตนเองเป็นบุคคลที่บุกเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวเพื่อขโมยทรัพย์สินจริง และทำเพียงคนเดียว
ต่อมา พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ แสนวงศ์สิริ ผกก.สภ.แก่งคอย พร้อมกำลังตำรวจ ได้นำตัว นายนันทา หรือ ช่างปุ้ย ผู้ต้องหา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยนำตัวไปที่บ้านของผู้ต้องหาเพื่อค้นหาของกลางที่เป็นเงินสด หลังจากนายนันทานำทองรูปพรรณทั้งหมดที่ขโมยมาไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งในตลาดวังม่วง ได้เงินมาประมาณ 370,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นในห้องนอน พบเงินทั้งหมด 470,000 บาทในตู้พระในห้อง พร้อมพระพุทธรูปเก่า 1 องค์
นายนันทา หรือช่างปุ้ย ผู้ต้องหา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ผ่านมาตนเองมีอาชีพรับเหมา และเป็นช่างเชื่อมตามโรงงานทั่วไปในจังหวัดสระบุรี แต่ช่วงนี้ไม่มีงาน อาจมาจากโควิดระบาด ทำให้เงินขาดมือ ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจเข้าไปงัดบ้านที่หมู่บ้านมารวย เพราะเคยมารับจ้างทำงาน และทราบว่าในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะมาซื้ออยู่ จึงแอบเข้าไปขโมยตอนเจ้าของไม่อยู่ ได้เงินและทองรูปพรรณมาจำนวนหนี่ง จากนั้นนำทองไปขายเปลี่ยนเป็นเงินมาเก็บ และใช้ไปบางส่วน จนกระทั่งถูกตำรวจจับกุม.