ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ปักหมุด 9 จังหวัดปลอดโควิด-19 ผวจ.-ประชาชนผนึกพลังสู้ศึก

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 พ.ค. 2563 05:01 น.
    SHARE

    (ภาพ) ถนนสายต่างๆในพื้นที่ จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้า-ออก อย่างเข้มงวด ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้กลายเป็น 1 ใน 9 จังหวัดปลอดเชื้อ.

    การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด–19 ส่งผลให้มีผู้คนทั่วโลกติดเชื้อแล้วกว่า 3 ล้านคน เสียชีวิตอีกกว่า 2 แสนคน นับเป็นหายนะครั้งใหญ่สุดที่เกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

    ส่วน ประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องประกาศ “ล็อกดาวน์” ประเทศ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายนี้

    นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผวจ.กำแพงเพชร ชูหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งที่บังคับใช้ให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันโควิด-19.

    นอกจากนี้ พี่น้องคนไทยในประเทศเองยังให้ความร่วมมือ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ทำให้กราฟการแพร่ระบาดของโรคที่เคยพุ่งปรี๊ดขึ้นทุกวัน ค่อยๆต่ำลงจากหลักร้อยเหลือหลักสิบ ท่ามกลางความยินดีของคนไทยทั้งประเทศ

    แสดงให้เห็นว่ามาตรการต่างๆที่รัฐบาลนำมาใช้นั้นได้ผลเกินร้อย และที่น่ายินดีคือมีพื้นที่ 9 จังหวัด “ปลอดเชื้อ” ไม่ถูกไวรัส “เจาะไข่แดง” ได้แก่ จ.สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง พิจิตร กำแพงเพชร น่าน บึงกาฬ ตราด และระนอง ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากดวงหรือเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากมาตรการที่เข้มงวดของเจ้าหน้าที่นั่นเอง

    นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผวจ.สิงห์บุรี.

    นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผวจ.สิงห์บุรี 1 ใน 9 จังหวัดปลอดเชื้อโควิด-19 เผยว่า หลักใหญ่เกิดจากความเหนียวแน่นของพี่น้องประชาชนร่วมมือกันทำตามมาตรการของรัฐบาล นับตั้งแต่เกิดโรคระบาดได้ตั้งจุดคัดกรองตามถนนสายหลักๆ 9 จุด มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.คอยสแกนคนในหมู่บ้านว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาหรือไม่

    ส่วนราชการให้งานกลับไปทำที่บ้าน คนไหนมาทำงานจะเข้มงวดให้เว้นระยะห่าง เหลื่อมเวลากันทำงาน ที่สำคัญคือการ “บล็อก” ไม่ให้คนต่างจังหวัดเข้ามาในพื้นที่ ขอความร่วมมือประสานญาติพี่น้องไม่ให้กลับเข้าพื้นที่ ด้วยมาตรการต่างๆเหล่านี้ทำให้พื้นที่ปลอดเชื้อ

    การตั้งด่านตรวจคัดกรองเส้นทางเข้าเมืองแต่ละจังหวัด ทำให้ประชาชนมีความตื่นตัวในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายได้ผลดี.

    นายเรวัต ประสงค์ ผวจ.อ่างทอง กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จังหวัดกลายเป็นพื้นที่สีขาว ไม่มีผู้ติดเชื้อ เกิดจากพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.ร่วมกันตั้งจุดคัดกรองคุมเข้มผู้ที่จะเดินทางเข้า-ออกจังหวัด 11 จุด

    รวมทั้งทำความสะอาดฉีดพ่นยาทุกพื้นที่ แม่ค้าที่มาจากต่างจังหวัดต้องมีใบรับรองแพทย์ว่าปลอดโรค ที่สำคัญต้องประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลตัวเอง

    เจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรองใน จ.อ่างทอง ตรวจวัดอุณหภูมิผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคันรวมทั้งคนในรถทุกรายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด.

    ส่วน นพ.พัลลภ ยอดศิรจินดา สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า ช่วงการระบาดของโรค นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผวจ.ชัยนาท เป็นแม่ทัพคอยสั่งการทุกภาคส่วน คัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง มีจุดคัดกรอง 4 จุด คอยตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัด

    ทีมคัดกรองมีทั้งผู้นำชุมชน อสม.รวมกว่า 1 หมื่นคน คอยสลับหมุนเวียนกันทำงาน ตรวจสอบประเมินผู้มาจากพื้นที่เสี่ยง ลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค อาการ เพื่อเข้าใจเข้าถึงโรคระบาด พร้อมทั้งสั่งปิดทุกสถานที่สุ่มเสี่ยง

    ตรวจยานพาหนะ 100% ไม่ว่ารถของทางราชการหรือประชาชน ตลอด 24 ชม.ทุกวันไม่เว้นวันหยุด ตรวจไข้ บริการแอลกอฮอล์ ทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัย

    นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผวจ.กำแพงเพชร.

    ในขณะที่ นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผวจ.กำแพงเพชร เผยถึงมาตรการป้องกันว่าพิจารณาพื้นที่เสี่ยงก่อน ถ้ามีความจำเป็นจะออกคำสั่งตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อปิดพื้นที่ คนกลุ่มเสี่ยงต้องใช้มาตรการคัดกรอง แรงงานต่างด้าวห้ามเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด และประชาชนที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯทั้งหมดต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

    ที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนคอยดูแลกันเอง ช่วยกันตรวจสอบคัดกรองอย่างเข้มข้น แต่ละอำเภอจะไม่ยอมให้คนจากอำเภออื่นมากักตัว นอกจากกักตัวคนของอำเภอตัวเองเท่านั้น เพราะเขามั่นใจว่าดูแลพื้นที่ของตัวเองดีแล้ว

    จุดคัดกรองตรวจเข้มรถยนต์ที่เดินทางเข้าออก จ.ชัยนาท ตรวจเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เป็น 1 ใน 9 จังหวัดปลอดเชื้อ.

    ส่วนงานต่างๆ เช่น งานศพ จะมี อสม.ในพื้นที่ลงไปช่วย จัดที่นั่งเว้นระยะห่างกัน ก่อนเข้างานตรวจวัดอุณหภูมิ เซ็นชื่อ ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ การแจกสิ่งของต้องแจ้งทางอำเภอ สถานีตำรวจ เทศบาลในพื้นที่ก่อนล่วงหน้า

    เพื่อหน่วยงานต่างๆจะได้จัดเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด ตลาดทุกแห่ง ชุมชนทั่วไปจะพบเห็นแต่ชาวบ้านใส่หน้ากากอนามัยเต็ม 100%

    นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร

    ด้าน นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร เปิดเผยว่า ทางจังหวัดบังคับให้ทุกส่วนราชการในจังหวัด รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยก่อน พูดง่ายๆ คือให้ภาคราชการต้องทำก่อน

    หลังจากนั้นรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนใส่ตาม กล้าพูดได้ว่า จ.พิจิตร ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน 100 % อสม. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้มแข็งทุกพื้นที่

    หากพบมีผู้ติดเชื้อเกิดขึ้นในจังหวัดข้างเคียงแล้วเข้ามาในพื้นที่ ประชาชนจะปิดหมู่บ้านกันเองแล้วรายงานมาทีหลัง นี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ จ.พิจิตร ยังรักษาตำแหน่งเป็นจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อ

    ทั้งหมดนี้คือวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรระดับจังหวัด รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดและประชาชนมีสำนึกให้ความร่วมมือ ช่วยให้จังหวัดปลอดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด–19.

    ทีมข่าวภูมิภาค รายงาน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้