ชาวบ้านยกมือท่วมหัว ประธานมูลนิธิฯ ที่หนองม่วง ลพบุรี พร้อมครอบครัว แจกอาหารกินกันได้ทั้งอำเภอ แจกทั้งชาวบ้าน เจ้าหน้าที่รพ. ตำรวจ อาสาสมัครฯ จิตอาสา หน่วยคัดกรอง ทุกจุด โดยคนที่มารับต้องสวมแมสก์ ยืนเว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ ไม่ต้องแย่ง ไม่ต้องรีบ เพราะทำแจกตลอดทั้งวัน
เวลา 11 .00 น. วันที่ 18 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ถนนสายโคกสำโรง-หนองม่วง หน้าบริเวณอาคารตึกแถวที่ทำการมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง มีชาวบ้านมายืนเข้าคิวต่อแถวยาวกว่า 50 เมตร เพื่อรับข้าวกล่อง อาหารปรุงสุก น้ำดื่ม และผลไม้ โดยทุกคนใส่แมสก์ ยืนเข้าแถวต่อกันเป็นแถวยาวอยู่ริมถนน แต่ละคนยืนเว้นระยะห่างกันประมาณร่วม 2 เมตร มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง คอยกำกับดูแล ระยะการเข้าแถว อย่างมีระบบ และมีระเบียบ ซึ่งชาวบ้านที่มารับอาหารทุกรายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
นายนันธชัย เตียวสมบูรณ์กิจ อายุ 46 ปี รองประธานมูลนิธิฯ ได้สั่งกำชับให้อาสาสมัครมูลนิธิฯ ใช้เครื่องเทอร์โมสแกนวัดไข้ ตรวจคัดกรองและให้ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือประชาชนทุกคนไม่เว้น ก่อนเข้ารับอาหาร โดยมีนายวิบูลย์ และนางรัชนี เตียวสมบูรณ์กิจ พร้อมครอบครัว พร้อมด้วยจิตอาสากว่า 50 คน เป็นผู้แจกอาหารให้กับชาวบ้าน ที่มารอรับ ซึ่งการแจกจะเริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 น. ไปจนถึงเวลา 17.00 น. เพื่อเลี่ยงความแออัดของชาวบ้านที่มารอรับ พร้อมทั้งได้ประกาศแจ้งผู้ที่มารับอาหารไม่ต้องรีบร้อน เพราะอาหารปรุงสุกสำเร็จรูป มีแม่ครัวทำทั้งวัน ซึ่งอาหารจะมีทั้งสำหรับผู้ใหญ่ คนชรา และเด็ก โดยแต่ละวันจะสลับสับเปลี่ยนอาหารแบบไม่ซ้ำ
นางประนอม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี เผยว่า ตนเองป่วยด้วยโรคหอบหืด และเบาหวาน เดินทางมารับอาหารพร้อมกับลูกสาว และหลานอีก 4 คน ยอมรับเริ่มถึงทางตันในการทำมาหากิน เนื่องจากมีอาชีพรับจ้างทั้งครอบครัว ขณะนี้ไม่มีผู้จ้างทำงานสักรายเดียว เงินก็ไม่มีเก็บสะสม ลูกหลานต้องกินทั้ง 3 เวลา ต้องขอบคุณ "เฮียเฉี่ยง" และครอบครัวที่นำอาหารมาแจกให้ชาวบ้านในช่วงที่วิกฤติโควิด-19 ทำให้ชาวบ้านที่ไม่มีงานทำไม่มีรายได้ ได้รับการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาปากท้องได้ทันเวลา
...
ขณะที่ นายวิบูลย์ เตียวสมบูรณ์กิจ อายุ 72 ปี หรือ "เฮียเฉี่ยง" ที่ชาวบ้านย่านนี้รู้จักดี ประธานมูลนิธิฯ ผู้ใจบุญ เผยว่าตนมีธุรกิจอยู่ในพื้นที่ อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี พอเกิดสถานการณ์การติดต่อ และแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกับชีวิตของทุกคนทั่วโลก โดยเฉพาะคนทำงาน ที่มีรายได้น้อย จึงได้ปรึกษาครอบครัวพร้อมกับญาติๆ คิดว่าน่าจะทำอาหารแจกให้กับชาวบ้านที่มีรายได้น้อย คนจน คนตกงาน คนที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระพวกเขาได้บ้าง จึงเริ่มทำอาหาร น้ำดื่ม และผลไม้ตามฤดูกาล แจกให้เฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันอังคาร และวันพุธ ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนเป็นต้นมา เนื่องจากวันจันทร์ พฤหัสฯ และวันศุกร์ มีตลาดนัด มีชาวบ้านนำของมาขาย เกรงจะทำให้กระทบกับการค้าขายของแม่ค้าในพื้นที่จึงหยุด 3 วันในหนึ่งอาทิตย์
ประธานมูลนิธิฯ ยังกล่าวอีกว่าที่นี่ไม่ขอรับบริจาคเงิน มีผู้มีจิตเมตตานำสิ่งของ เช่นข้าวสาร ผักผลไม้ เครื่องปรุง น้ำดื่มมามอบสมทบให้ โดยจะแจกเรื่อยไปจนกว่าสถานการณ์ของโรคไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลายลง แม้จะต้องมีค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท ตนเองและครอบครัวรวมถึงผู้มีจิตเมตตาทุกคน ก็จะไม่ปล่อยให้ชาว อ.หนองม่วงต้องไร้ที่พึ่ง แต่ขอร้องชาวบ้านทุกคนผู้มารับอาหารจะต้องสวมแมสก์ปิดจมูกทุกครั้ง และต้องต่อคิวเข้าแถว ยืนต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร โดยทางสถานที่จะทำจุดยืนระยะห่างไว้ เข้าเครื่องเทอร์โมสแกนวัดไข้ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ก่อนรับอาหารทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและส่วนรวม