เฮลิคอปเตอร์ ปภ. กับ ซี-130 โปรยน้ำและทิ้งสารเคมี ดับไฟป่าบนเขาสมอปูน โดยมีทีมดับไฟป่าปราจีนบุรีทำแนวกันไฟ เพื่อไม่ให้ลามเข้าไปใน อช.เขาใหญ่จนสามารถคุมไฟอยู่ในวงจำกัดได้แล้ว
ตลอดช่วงบ่ายวันที่ 26 ก.พ.63 ไฟป่าเขาใหญ่ยังคงลุกไหม้บริเวณเขาสมอปูนจำนวนหลายจุด และกำลังลุกลามเข้าพื้นที่ ป่าดงดิบในพื้นที่เขตอำเภอปากพลี จ.นครนายก ทางด้านฝั่งตะวันตก และด้านตะวันออกที่ติดกับทุ่งงูเหลือมในพื้นที่ทางเฮลิคอปเตอร์ KA-32 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ให้การสนับสนุนมาบินโปรยน้ำเพื่อควบคุมไฟป่าอีก อีกจำนวน 2 เที่ยว และ ซี-130 ของกองทัพอากาศ ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมือง บรรจุ สารไฟร์ วอลล์ ทู เจล จำนวน 12,000 ลิตร เพื่อบินโปรยสารในบริเวณที่ไฟไหม้ เพื่อยับยั้งและควบคุมไฟป่าไม่ให้ขยายวงกว้างเข้าไปในทั้ง 2 พื้นที่
ส่วนภาคพื้นดิน ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต้องส่งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดไฟป่า ชุดเสือไฟ เข้าลงที่บริเวณหลัก กม.14 ถนนสายปราจีน – เขาใหญ่ และเดินเท้าเข้าพื้นที่อีกประมาณ 1 กม. เพื่อให้เครื่องเป่าลมเอาเศษใบไม้แห้งออก ให้เป็นแนวป้องกันไฟป่ารอบพื้นที่ไฟไหม้ ไม่ให้ขยายวงออกไปจากเขาสมอปูน และจากการที่ให้เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำและเครื่องบินโปรยสารไฟร์ วอลล์ ทู เจล ทำให้สามารถควบคุมไฟป่าได้ในวงจำกัด และทำแนวกันไฟเรียบร้อยแล้ว จึงได้มีการถอนกำลังออกจากพื้นที่ยอดเขาโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ บินลำเลียงเจ้าหน้าที่ออกมาพักผ่อน หลังจากเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ชุดละ 3 วัน
...
จากการที่มีไฟไหม้ป่าเขาใหญ่เป็นพื้นที่กว่า 12 ตร.กม. และต้องใช้เจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก ปรากฏว่า มีจิตอาสาจากกลุ่มต่างๆ รวมทั้งร้านค้า บริษัทเอกชน ได้เห็นความสำคัญและเห็นใจเจ้าหน้าที่ ได้นำเครื่องมือดับไฟป่า ยารักษาโรค อาหาร น้ำดื่ม มาร่วมบริจาคให้กับทางเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่มีขวัญกำลังใจในการทำงานอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ไฟป่าสงบลงโดยเร็ว
ด้าน นายพิพัฒน์ พลอินทร์ หัวหน้าชุดควบคุมทีมปฏิบัติการดับไฟป่า เขาใหญ่ กล่าวว่า ชุดที่กำกับอยู่เป็นชุดลาดตะเวน ชุดที่ ฮ.ไปรับคือชุดเสือไฟ อีกชุดก็เป็นชุดภาคพื้นดิน ชุดนี้มีกำลัง 200 นาย หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกัน จุดที่เกิดไฟ คือ บริเวณสันเขาและเป้าหมายหลัก ใช้อากาศยานซี-130 และ ฮ.ของ ปภ.โปรยน้ำดับไฟ ส่วน ภารกิจหลังจากนี้ต้องเก็บรายละเอียด ในเรื่องของการตบไฟในบริเวณพื้นล่าง ที่ถอนกำลังมาก็เพราะต้องสับเปลี่ยนกำลัง ชุดนี้เข้าไปหมกตัวอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ 2 คืนแล้ว เพื่อตบไฟที่ไหม้ให้ดับ
ส่วน นายธนบดี เรืองเกิด หัวหน้าชุดสถานีควบคุมไฟป่าปราจีนบุรี กล่าวว่า สภาพที่เข้าไปดับไฟป่า เป็นป่า ต้นไม้แบบพุ่ม และแบบเครือ กับหญ้า การเดินทางก็ยากลำบาก เพราะเป็นที่ชันมาก เดินลำบากต้องค่อยถางป่าเข้าไปเรื่อย ๆ ระยะทางกว่าจะถึงจุดทำงานเป็นระยะทาง 3 กม.เข้าไป 3 คืน 4 วัน ก็พักนอนอยู่ข้างบนเขาเลย ถ้าลงกลับมาก็ต้องขึ้นไปอีก ก็ถือว่าเหนื่อยมาก ภารกิจดับไฟก็ร้อนมากและอันตราย ที่สำคัญคือควัน ทำให้แสบตา หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก ช่วงที่ไฟไหม้หนักเราก็ถอนกำลังลงมาข้างล่าง อีกวันก็ขึ้นใหม่ เปลวไฟก็โหมตลอด ตอนนี้ก็รู้สึกดีใจที่ภารกิจจะสำเร็จแล้ว.