พ่อจูงมือลูกสาวชั้น ป.1 ร้องขอความเป็นธรรม “ปวีณา” ลูกสาวถูกนักเรียนรุ่นพี่ 3 คนลวงข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียนแถมถ่ายคลิปประจาน ภายหลังเรื่องแดงแม่พาไปพบ ผอ.โรงเรียนแต่กลับมีการเจรจาไกล่เกลี่ยโดยผู้ปกครองเด็ก 3คนยอมจ่ายเงินคนละ 3 หมื่นรวม 9 หมื่นบาท ให้แม่เหยื่อแล้วเรื่องเงียบหายไป ภายหลังพ่อรู้เรื่องเลยพามาขอความเป็นธรรมเพื่อดำเนินคดีไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
พ่อจูงมือลูกสาวชั้น ป.1 ร้องปวีณาขอความเป็นธรรมหลังถูกรุ่นพี่ในโรงเรียนข่มขืนแถมถ่ายคลิป ลงโซเชียลรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นายโชค (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ชาว จ.นครราชสีมา พา ด.ญ.นิ่ม (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ ลูกสาว เรียนอยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมาเข้าร้องขอความเป็นธรรมจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เนื่องจาก ด.ญ.นิ่มถูกรุ่นพี่ 3 คนในโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งอยู่ชั้น ป.4 จำนวน 2 คนและ ป.6 อายุ 12 ปีอีก 1 คน ล่วงละเมิดทางเพศ ในห้องน้ำของโรงเรียนและถ่ายคลิปขณะก่อเหตุไปเผยแพร่ในโซเชียล
นายโชคกล่าวว่า ตนกับนางนวล (นามสมมติ) แม่ของ ด.ญ.นิ่ม เคยอยู่กินกันมานานกว่า 14 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้ชายอายุ 13 ปี และคนเล็กคือ ด.ญ.นิ่ม ต่อมาตนกับนางนวลแยกทางกันนานประมาณ 1 ปีแล้ว ต่างคนต่างไปมีครอบครัวใหม่โดยลูกทั้ง 2 คนไปอยู่กับนางนวล กระทั่งเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนเดินทางไปที่บ้านนางนวลเพื่อไปเยี่ยมลูกทั้ง 2 คน และได้พูดคุยกับแม่ของนางนวลทราบว่า ด.ญ.นิ่มลูกสาวของตนถูกนักเรียนรุ่นพี่ 3 คน หลอกล่อไปข่มขืนในห้องน้ำของโรงเรียนและถ่ายคลิปประจาน เหตุเกิดช่วงเย็นหลังเลิกเรียนวันที่ 21 ม.ค.63
...
เมื่อสอบถามทราบว่า ด.ญ.นิ่มถูกทั้งสามคนหลอกล่อไปที่ห้องน้ำของโรงเรียนแล้วให้ดูคลิปโป๊ก่อนจะผลัดกันกระทำกับ ด.ญ.นิ่มจนสำเร็จความใคร่และถ่ายคลิปเก็บไว้ ภายหลังคลิปถูกแชร์ลงในโซเชียลจนมีเด็กในโรงเรียนเห็นคลิปแล้วไปบอกผู้ปกครอง จากนั้นผู้ปกครองจึงได้นำคลิปไปแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ ก่อนที่ครูและผู้บริหารโรงเรียนจะเรียกเด็กและผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาพูดคุย โดยทางโรงเรียนได้ตักเตือนเด็กชายทั้ง 3 คน และสั่งให้ลบคลิปออกให้หมด พร้อมเจรจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งฝ่ายผู้ปกครองของ ด.ช.ทั้ง 3 คน เสนอให้เงินคนละ 3 หมื่นบาท รวม 9 หมื่นบาท แต่นางนวลต้องไม่แจ้งความดำเนินคดี “ผมเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องควรเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูก และต่อว่านางนวลพร้อมบอกให้นำเงินไปคืนให้คู่กรณีแต่นางนวลกลับหายหน้าไป ผมไม่รู้จะทำอย่างไรเลยตัดสินใจพาลูกมาขอความเป็นธรรมจากมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างไม่ให้เกิดขึ้นกับเด็กคนอื่นอีก” นายโชคกล่าว
ขณะที่นางปวีณากล่าวว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อ วันที่ 1 ก.พ. นางนวลแม่ของ ด.ญ.นิ่ม ได้โทร.มาขอความช่วยเหลือที่มูลนิธิฯว่าลูกสาวถูกล่วงละเมิดทางเพศจากรุ่นพี่ 3 คน และบอกด้วยว่า เมื่อทราบเรื่องได้ไปพบ ผอ.โรงเรียนพร้อมมีการเจรจาไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย ผู้ปกครองของเด็กชายทั้ง 3 คนเสนอให้ คนละ 3 หมื่นบาท แลกกับไม่แจ้งความเพราะ ผอ.เกรงจะเสื่อมเสียชื่อเสียงโรงเรียนและทำบันทึกข้อตกลงกันไว้ แต่ภายหลังนางนวลยังไม่ได้รับเงินเลยโทร.มาขอให้มูลนิธิฯประสานตำรวจขอแจ้งความ ตนได้บอกกับแม่เด็กว่าไม่ต้องไปรับเงินจากใคร ควรเยียวยาเด็กด้วยการฟื้นฟูสภาพจิตใจและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกเพราะถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก พร้อมช่วยประสาน พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปรมกมล ผกก.สภ. ครบุรี ให้นางนวลพา ด.ญ.นิ่มไปแจ้งความ แต่ภายหลัง กลับทราบว่านางนวลไปรับเงินจากฝ่ายคู่กรณีแล้วหายเงียบไป กระทั่งนายโชคพาลูกสาวมาขอความเป็นธรรมในครั้งนี้
หลังรับเรื่องจากนายโชค นางปวีณาได้ประสานไปยังนายชนะ สุ่มมาตย์ ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผอ.ฉก.ชน.สพฐ.) ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสาน พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปรมกมล ผกก.สภ.ครบุรี ให้ความเป็นธรรมกับ ด.ญ.นิ่มและส่ง ด.ญ.นิ่มไปตรวจร่างกาย จัดสหวิชาชีพสอบปากคำ ด.ญ.นิ่ม และ ด.ช.ทั้ง 3 คน ตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อช่วยเหลือให้ถูกต้อง นอกจากนี้ นางปวีณายังประสานกับนางอรินท์มาศ กาแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจ ด.ญ.นิ่มและพาไปตรวจร่างกายก่อนดำเนินคดีกับเด็กทั้ง 3 คนต่อไป