ข่าว
100 year

รพ.นครปฐม เผย อาม่าติดไวรัสโคโรนารายแรก รักษาหายแล้ว

ไทยรัฐออนไลน์4 ก.พ. 2563 20:25 น.
SHARE

เปิดใจ อาม่าวัย 73 ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรกของไทย หลังกลับจากเที่ยวเมืองอู่ฮั่น ดีใจกลับบ้านได้แล้ว หลังนอนรักษาตัวมากว่า 10 วัน ชี้ เป็นความสามารถทีม รพ.นครปฐม ร่วมมือกับทุกฝ่าย

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.63 ที่ ห้องภัทรจิตรา รพ.นครปฐม พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พญ.ดารารัตน์ รัตนรักษ์ ผอ.รพ.นครปฐม พร้อมทีมแพทย์โรงพยาบาล ร่วมเปิดแถลงข่าวโดยนำ อาม่า ใจ้ม่วย แซ่อึ๊ง อายุ 73 ปี ผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 คนแรกที่พบในประเทศไทย มีประวัติเดินทางไปท่องเที่ยวยังเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน น.ส.กฤติกา แซ่อึ๊ง อายุ 55 ปี ลูกสาว นายพงษ์พัฒน์ แซ่อึ๊ง อายุ 48 ปี บุตรชาย ที่มาดูแลอาการของอาม่าอย่างใกล้ชิด จนอาการหายเป็นปกติ ถือเป็นความสำเร็จในความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และ รพ.นครปฐม ในการรักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งเป็นคนไทยรายแรกที่ได้รับเชื้อและสามารถรักษาให้หายได้

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เผยว่า สืบเนื่องจากอาม่าใจ้ม่วย แซ่อึ๊ง อายุ 73 ปี เป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่เดินทางไปเที่ยวเยี่ยมญาติที่เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.62 เดินทางกลับเมื่อวันที่ 3 ม.ค.63 จนกระทั่งในวันที่ 15 ม.ค.63 หลังจากกลับมาได้ 14 วัน อาม่าเริ่มมีอาการไข้ หายใจเหนื่อย อ่อนเพลีย จนญาติต้องพาเข้ารักษาตัวที่ รพ.นครปฐม เมื่อตรวจสอบประวัติแล้วพบว่าอาม่าเดินทางไปเยี่ยมญาติและท่องเที่ยวที่เมืองอู่ฮั่น ทีมแพทย์จึงดำเนินการมาตรการเฝ้าระวังของกระทรวงสาธารณสุขและรับผู้ป่วยไว้ในห้องผู้ป่วยแยกโรคความดันลบทันที

ผู้ป่วยได้รับการรักษาตามแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล มีการนอนพักรักษาตัวในห้องแยกโรคความดันลบ ถ่ายภาพรังสีปอดเพื่อติดตามดำเนินโรคตรวจทางห้องปฏิบัติการตามเกณฑ์ มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ดูแลสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจดูแลโรคประจำตัว และสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง คอยติดตามอาการอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งผลการตรวจเป็นลบติดต่อกัน 2 ครั้ง พ้นระยะการแพร่กระจายของเชื้อ ทางโรงพยาบาลจึงได้ให้ผู้ป่วยเดินทางกลับบ้านหลังรับเข้ารับการรักษาเป็นเวลา 10 วัน


แพทย์หญิงดารารัตน์ รัตนรักษ์ ผอ.โรงพยาบาลนครปฐม เปิดเผยว่า ในความสำเร็จครั้งนี้ได้รับความร่วมมือหลายด้าน ประการแรก โรงพยาบาลได้ใช้แนวทางในการรักษาผู้ป่วยสำหรับโรคนี้โดยเฉพาะ ซึ่งได้ปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงทุกอย่าง รวมทั้งประการที่ 2 ความร่วมมือตั้งแต่ระดับของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งถือว่าเป็นระดับประเทศ จนถึงในลักษณะของความร่วมมือในระดับเขต ระดับจังหวัดและระดับโรงพยาบาลนครปฐม โดยใช้ระบบ การสั่งการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการในภาวะฉุกเฉินนี้ โดยทุกระดับปฏิบัติตาม และได้มีการประสานงานกัน เรียกได้ว่าเป็นการร่วมมือในการดูแล ประการที่ 3 ถึงแม้เราจะเป็นโรงพยาบาลต่างจังหวัด ผู้ป่วยเป็นผู้ป่วยคนไทยรายแรก และเกิดที่ต่างจังหวัด ดูแลในโรงพยาบาลต่างจังหวัด แต่อย่างไรก็ตามเราดูแลตามมาตรฐานของวิชาชีพ ดูแลด้วยหลักวิชาการและได้รับความร่วมมือที่ดีมากที่สุดจากตัวผู้ป่วยและญาติ เพิ่มความมั่นใจให้กับทีมแพทย์ ดังนั้น จึงประสบผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ต้องขอขอบคุณทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ นางใจ้ม่วย กล่าวว่า ตนเองได้เดินทางไปเที่ยวที่อู่ฮั่น ประเทศจีน โดยไม่ได้ไปเดินตามตลาดสด ไปสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่เป็นภูเขา โดยเดินทางไปกับลูกสาวและญาติๆ รวมกัน 18 คน ถ้าย้อนเวลากลับไปก็ไม่สามารถนึกออกได้ว่าตนเองไปติดโรคมาจากที่ใด เนื่องจากในขณะที่เดินทางไปเที่ยวนั้นเข้ารับประทานอาหารในภัตตาคาร และไม่ได้ไปเดินตามตลาดหรือซอยใดๆ และไม่คาดคิดว่าจะติดไวรัสมาเช่นกัน

"ส่วนอาการผิดปกติ รู้สึกตัวขณะนั้นมีอาการเมื่อยตัว วิงเวียนศีรษะ ทานอาหารไม่ลง และเมื่อทราบว่าตนเองเป็นคนไทยรายแรกที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 มีความรู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่คิดว่าตนเองจะติดเชื้อเพียงคนเดียว แต่คิดว่าถ้าหากแพทย์รักษาแล้ว หรืออยู่ใกล้หมอแล้วก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เมื่อตนมาถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ได้นำตัวเข้าไปในห้องที่มีกระจกกั้นมิดชิดหลายชั้น ทีมแพทย์แต่งกายเหมือนตุ๊กตา มนุษย์อวกาศ ก็รู้สึกงงและแปลกใจ และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องทำขนาดนี้" อาม่าผู้ป่วยรายแรกของไทย กล่าว


นางใจ้ม่วย กล่าวอีกว่า จนกระทั่งวันสองวันผ่านไปทางทีมแพทย์ได้มาอธิบายเกี่ยวกับโรคดังกล่าวให้เข้าใจ ตอนแรกก็รู้สึกเครียด เหมือนกับถูกขังอยู่ในกระจกหลายชั้น ไม่เจอทั้งญาติและลูกหลาน อยากกลับบ้าน แต่หมอได้เข้ามาอธิบายว่าต้องรักษา จึงเข้าใจ คาดว่าเป็นโรคที่ทีมแพทย์สงสัยจึงจำเป็นที่จะต้องแยกผู้ป่วย โดยสวมใส่ชุดอวกาศเข้าไปรักษา ด้วยกลไกของการป้องกันเชื้อทั้งหลายทั้งปวง

ส่วนของบุตรสาวและบุตรชาย ที่คอยดูแลและให้กำลังใจอาม่าอยู่ตลอดเวลาจนหายเป็นปกติ เผยว่า รู้สึกตกใจเช่นกัน เพราะก่อนวันที่อาม่าจะกลับจากอู่ฮั่นเพียงแค่วันเดียว เปิดโทรทัศน์ดูพบว่าที่อู่ฮั่นกำลังเกิดโรคไวรัส มีคนตายหลายคน จึงติดต่อโทรศัพท์หาอาม่าบอกให้ดื่มน้ำเยอะๆ จะได้ไม่เจ็บคอ และลดเสมหะไปในตัวด้วย เมื่อเดินทางไปรับกลับ ไม่เห็นเป็นอะไรก็สบายใจ แต่เมื่อพอมาอยู่บ้านได้เพียงแค่ 14 วันก็เริ่มมีอาการทันที จึงรีบไปหาแพทย์ที่ รพ.นครปฐม ตรวจ แพทย์สอบประวัติพบว่าเพิ่งกลับจากอู่ฮั่น จึงนำตัวเข้าห้องกักเชื้อ และห้ามเข้าเยี่ยม โดยคุณหมอได้อธิบายจนเข้าใจ จากนั้นก็มาเยี่ยมอาม่าทุกวัน ถึงแม้เข้าไม่ได้แต่อาม่ามีโทรศัพท์ติดต่อกันได้ให้กำลังใจกันตลอด ลูกหลานยังบอกว่าหากอาม่าหายออกมาจะให้แต๊ะเอีย แกดีใจใหญ่จนหายดี ตอนนี้อยากทานอะไรก็หาให้ทานหมด ตอนอยู่ รพ.น้ำหนักลดไปถึง 6 กก.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโคโรน่าไวรัสโคโรน่า 2019ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โคโรน่าไวรัสไวรัสอู่ฮั่นโรงพยาบาลนครปฐมไฮไลต์ไวรัสโคโรน่าข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้