ข่าว
100 year

ปล่อยชัยวัฒน์กับพวก ครบฝากขังศาล ดีเอสไอไม่แย้งอ้างกำลังหารือ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ก.พ. 2563 05:05 น.
SHARE

ศาลปล่อยตัว “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” พร้อมพวกรวม 4 คน หลังครบฝากขังศาล แต่ดีเอสไอยังไม่มีความเห็นว่าจะแย้งหรือเห็นด้วยกับอัยการที่สั่งไม่ฟ้องคดีฆ่าบิลลี่ พร้อมคืนเงินประกันตัวคนละ 8 แสนบาท อัยการแถลงถ้าดีเอสไอมีความเห็นแย้งสั่งฟ้อง ต้องส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด และไม่หวั่นผู้ต้องหาที่ถูกปล่อยตัวจะหลบหนี “ดีเอสไอ” แจง อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาว่าจะแย้งความเห็นของอัยการหรือไม่ ยันปลายเดือนนี้ชัดเจนแน่นอน

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้า สืบสวนคลี่คลายคดีการหายตัวไปของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ อายุ 31 ปี นักเคลื่อนไหวชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี รวบรวมพยานหลักฐานพบชิ้นส่วนกระดูกถูกเผาและถังน้ำมัน 200 ลิตรใต้น้ำเขื่อนแก่งกระจาน ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจหาดีเอ็นเอด้วยวิธีไมโทคอนเดรีย พบดีเอ็นเอกระดูกบางส่วนตรงกับแม่ของบิลลี่ ดีเอสไอ ประกาศว่า บิลลี่เสียชีวิต ทำสำนวนฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อายุ 56 ปี ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานระหว่างปี 2551-2557 พร้อมลูกน้องรวม 4 คน ข้อหาอุ้มฆ่านายบิลลี่ และความผิดตาม ม.157 ต่อมาอัยการพิจารณาสำนวนแล้วมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีอุ้มฆ่านายบิลลี่ แต่ฟ้องความผิดตามมาตรา 157 ส่งความเห็นกลับไปให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอพิจารณาว่า จะมีความเห็นค้านหรือไม่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 ม.ค. ศาลนัดรายงานตัววันครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย คดีพนักงานสอบสวนดีเอสไอกล่าวหา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวก ความผิดฐานอุ้มฆ่านายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ นักเคลื่อนไหวชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2557 รวม 8 ข้อหา ภายหลังอัยการสั่งฟ้องเพียงข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เพียงข้อหาเดียว

วันนี้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมพวก รวม 4 คนมายังศาลพร้อมทนายความ นายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม รอเจ้าหน้าที่ศาลรับแจ้งคำสั่งจากอัยการว่า ยื่นฟ้องนายชัยวัฒน์กับพวกฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ภายในกำหนด ฝากขังครั้งสุดท้ายนี้หรือไม่ หากอัยการยังไม่ฟ้อง เจ้าหน้าที่ศาลจะแจ้งให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนทราบเพื่อปล่อยตัวพ้นอำนาจศาลในการฝากขังคดีนี้ หากเป็นเช่นนั้นตามขั้นตอน นายชัยวัฒน์กับพวกจะยื่นขอคืนหลักทรัพย์ที่ใช้ประกันตัวชั้นฝากขังคนละ 800,000 บาท

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ยังไม่ทราบคำสั่งคดีของอัยการอย่างเป็นทางการ ไม่สามารถให้ความเห็นใดๆทางคดีได้ ขอให้รอเวลา 16.30 น. ค่อยว่ากัน ส่วนที่ปรากฏตามข่าวว่า คณะทำงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องพวกตนข้อหาร่วมกันฆ่าและข้อหาอื่น ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงจากอัยการ ตามขั้นตอนต้องรอให้อัยการสูงสุดชี้ขาด ต้องรอให้กระบวนการดังกล่าวชัดเจนก่อน เพราะยังไม่รู้ว่าอัยการสูงสุดมีคำสั่งอย่างไร ให้ฟ้องทุกข้อหาหรือไม่ ส่วนตัวเท่าที่ทราบตามข่าวรู้สึกโล่งขึ้นบ้าง ส่วนคำสั่งย้ายตนกลับไปที่ สบอ.9 จังหวัดอุบลราชธานี เป็นการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา เกี่ยวข้องกับเรื่องผลคดีหรือไม่ตนไม่ทราบ แค่กลับไปทำงานตามคำสั่ง

ต่อมานายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงาน อัยการสูงสุด กล่าวว่า จนบัดนี้ยังไม่มีสำนวนความเห็นจากกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า จะแย้งคำสั่งไม่ฟ้องข้อหาฆ่าหรือไม่ หากมีความเห็นแย้งต้องส่งอัยการสูงสุดขี้ขาด วันนี้คาดว่า ต้องปล่อยตัวนายชัยวัฒน์พร้อมพวกไปก่อน เรียกว่าปล่อยขาด หากฟ้องคดีอัยการจะเรียกตัวมาฟังคำสั่ง เชื่อว่านายชัยวัฒน์คงไม่หลบหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายบุญแทน บุษราคำ พนักงานพิทักษ์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 3 (สบอ.) สาขาเพชรบุรี ผู้ต้องหาที่ 2 ที่เคยมีคำสั่งเมื่อเดือน ก.ย.62 ย้ายไปปฏิบัติราชการ สบอ.4 สาขาสุราษฎร์ธานี และนายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ พนักงานพิทักษ์ป่า สบอ.3 ผู้ต้องหาที่ 3 มีคำสั่งย้ายเมื่อเดือน ก.ย.62 ไปปฏิบัติราชการ สบอ.1 สาขาสระบุรี ขณะนี้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิมแล้ว หลังครบกำหนดคำสั่งย้าย 4 เดือน

ต่อมาเวลา 16.30 น. ไม่ปรากฏว่าอัยการสำนัก-งานคดีพิเศษ 1 มายื่นฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมพวก ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เมื่อครบฝากขังครั้งสุดท้ายตามกฎหมาย ศาลจึงออกหมายปล่อยผู้ต้องหาทั้ง 4 คนพ้นอำนาจการฝากขังของศาล นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ขอบคุณความเมตตาจากศาล และในส่วนอัยการที่ตนยื่นร้องขอความเป็นธรรมก็อยู่ในการพิจารณาสำนวน ตอนนี้โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ยังต้องรอตามกระบวนที่อัยการสูงสุดต้องมีความเห็นชี้ขาด หากยื่นฟ้องข้อหามาตรา 157 ร่วมกับข้อหาอื่น ตนยืนยันนำพยานหลักฐานมาต่อสู้ ส่วนที่ก่อนหน้านี้อัยการระบุว่า จะยื่นฟ้องตนตามมาตรา 157 เรื่องไม่ดำเนินคดีนายบิลลี่ ข้อหาเก็บน้ำผึ้งป่า หากอัยการยื่นฟ้องในส่วนคำให้การของตน ขอปรึกษาทนายอีกครั้งว่า จะมีส่วนที่ให้การปฏิเสธหรือรับสารภาพ

“หลังจากมีคำสั่งย้ายผมกับลูกน้องกลับไปทำงานสังกัดเดิม ถือเป็นเรื่องดี เหมือนทุกคนได้กลับไปหาครอบครัวและมีที่ยืนในสังคม สามารถไปไหนมาไหนได้ ยืนยันว่าไม่เคยรับเงินจากใครในการทำหน้าที่ดูแลรักษาป่า หลังจากนี้จะกลับไปทำหน้าที่ตามปกติ” นายชัยวัฒน์ย้ำเรื่องแนวทางการสู้คดีว่า ต้องรอดูความเห็นของดีเอสไอที่จะทำเรื่องส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด คาดว่าอยู่ในเดือน ก.พ.นี้ ตามที่ดีเอสไอวางกรอบการทำความเห็นแย้งไว้ ส่วนตอนนี้จะไปทำเรื่องขอคืนหลักทรัพย์ชั้นประกันตัว 8 แสนบาทต่อไป

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 17.00 น. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เผยว่า ตามที่เคยชี้แจงไปก่อนหน้านี้มี 2 ทางคือ 1.กรณีที่ดีเอสไอเห็นด้วยกับเหตุผลที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง จะไม่มีความเห็นแย้งการสั่งคดีข้อหานั้น ข้อหาจะจบลงตามการสั่งคดีของอัยการ 2.หากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้อง เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กองบริหารคดีพิเศษดีเอสไอส่งความเห็นแย้งให้อธิบดีดีเอสไอ ยื่นต่ออัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดตามกฎหมาย มีกรอบเวลาพิจารณาประมาณ 1 เดือน ขั้นตอนขณะนี้เรื่องและสำนวนจากอัยการอยู่ที่กองบริหารคดีพิเศษ กำลังตรวจสำนวนตามขั้นตอนอยู่ ส่วนจะมีความเห็นฟ้องแย้งหรือไม่ ยังไม่ทราบ คาดปลายเดือน ก.พ.จะมีความชัดเจนเรื่องนี้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรดีเอสไอฆ่าบิลลี่เขื่อนแก่งกระจานปล่อยตัวข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้