สกู๊ปหน้า 1 : จุดอ่อนชิงทองในห้าง ปลอดภัยสุดอันตรายสุด (คลิป)

ข่าว

    สกู๊ปหน้า 1 : จุดอ่อนชิงทองในห้าง ปลอดภัยสุดอันตรายสุด (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    17 ม.ค. 2563 05:01 น.

    ปมเหตุคดีสะเทือนขวัญ “คนร้ายบุกเดี่ยว” ใส่ชุดลายพรางทหาร สวมโม่งปิดหน้า ใช้ปืน 9 มม. ติดลำกล้องเก็บเสียง “ปล้นร้านทองในห้างดัง จ.ลพบุรี” กราดยิงพนักงานขายหญิง และบุคคลไม่เกี่ยวข้องเสียชีวิต 3 ศพ...บาดเจ็บอีก 4 คน

    เรื่องนี้ต้องถึงมือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แม่ทัพใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องลงพื้นที่ติดตามคดีนี้ด้วยตัวเอง ในการบัญชาการชุดสืบสวนหลายหน่วย ระดมกำลังเอกซเรย์พลิกแผ่นดินตามไล่ล่า โจรใจโหด อย่างกระชั้นชิด เพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย

    ประเด็นการสืบสวน...เริ่มตีวงแคบลงเรื่อยๆ พุ่งเป้าคนในเครื่องแบบ หรือผู้ชำนาญอาวุธปืน ตามลักษณะก่อเหตุการใช้อาวุธปืน CZ P 01 Tactical ขนาด 9 มม. ติดลำกล้องลดเสียง รูปแบบ “ยุทธวิธี” หรือฝึกยิงแบบ “ชูตติ้ง” ยิงครั้งละ 2 นัด แบบยิงปืนมือเดียว เข้าเป้าสำคัญทุกราย ที่ต้องผ่านการฝึกอย่างดีมีความเชี่ยวชาญมาก

    มีการชี้แนวทางในปมนี้ด้วยว่า...สนามยิงปืนทางราชการ ไม่มีการฝึกยิงแบบนี้ เว้นแต่การฝึกของหน่วยรบชั้นพิเศษ หรือการฝึกยิงในสนามเอกชนเพื่อการแข่งขัน ทำให้ต้องเปิดแฟ้มประวัติอาชญากรรมตรวจประวัติบุคคลครอบครองอาวุธปืน ตรวจสนามยิงปืนทั้งรัฐและเอกชน

    แม้ว่าเป้าหมายการสืบสวนตีแคบลงแล้ว แต่คนร้ายแต่งกายมิดชิด สวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ก็ยังไม่สามารถระบุว่าผู้ก่อเหตุอยู่ในกลุ่มใดแน่ชัด ทำให้เป็นอุปสรรคการสืบสวนคดีค้นหาผู้ต้องสงสัยนี้ ต้องขอให้พลเมืองดี...พบเห็นบุคคลชายสูง 166 ซม.ขึ้นไป เคยใช้รถ จยย.ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาวแดง เดินแบบกะเผลกหน่อยๆ

    รูปร่างผอม สูง เพรียว หรือใครพบเห็นคนมีทองรูปพรรณ 96.5% เขียนภาษาไทย “อนันต์” ภาษาอังกฤษ “aurora” มากผิดปกติ ให้แจ้งตำรวจทุกพื้นที่มีรางวัลนำจับลงขันกันสูงถึงตัวเลข 6 หลัก

    ทว่า...ประเด็นแรงจูงใจของ “คนร้าย” ใช้อาวุธปืนติดลำกล้องลดเสียง ก่อเหตุจี้ทองเพียง 28 บาท กลับเปิดฉากยิงใส่ “ผู้บริสุทธิ์” ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเสียชีวิตถึง 3 คน บาดเจ็บอีก 4 คน ยังคงเป็นปริศนา และมีการตั้งคำถามต่อว่า...เป้าหมายครั้งนี้คือต้องการทองจริงๆ หรือมีประเด็นอย่างอื่น...เคลือบแฝง

    เรื่องนี้คงหาคำตอบกันต่อไป ทำให้ต้องมาวิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อถอดบทเรียน เป็นแนวทางในการป้องกันของอนาคตจาก รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต วิเคราะห์ข้อมูลว่า...

    เหตุการณ์ชิงทรัพย์ร้านทอง หรือก่อเหตุในธนาคาร ต้องยอมรับมีความเกี่ยวเนื่องเรื่องของเศรษฐกิจตกต่ำของประเทศด้วย ที่เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งในการก่อเหตุเกี่ยวกับทรัพย์ในช่วงนี้มาต่อเนื่อง

    อีกปัจจัยหนึ่ง...เรื่องขาดโอกาสของบุคคล เช่น ขาดโอกาสมีงานทำดี ขาดโอกาสมีรายได้ดี เพราะคนยุคนี้นิยมความสบาย ไม่อยากทำงานหนัก ซึ่งมีหลักอาชญาวิทยา ในเรื่อง “ทฤษฎีความกดดันทางสังคม” หมายความว่า... “ทุกคนต้องการไปสู่ความสำเร็จ อยากมีความร่ำรวย มั่งมีศรีสุข”

    แต่มีคนส่วนหนึ่งไม่สนใจ...วิธีการได้มานี้ ตัวอย่าง...คนอยากร่ำรวย อยากมีเงินทอง มีรถยนต์หรูขับ กลับหันไปมีอาชีพค้ายาเสพติด เช่นเดียวกับกรณี “ชิงร้านทอง จ.ลพบุรี” ประสงค์เงิน ทำให้นำไปสู่การชิงทอง ดังนั้น คำว่า “เศรษฐกิจตกต่ำ” ก็มีผลต่อการก่อเหตุ รวมถึง “ขาดโอกาสของคน” อยากมีงานทำดี มีรายได้ก็มีผลเช่นกัน

    หลักการเรียนการสอนโรงเรียนตำรวจทั่วโลก มีแนวคิด “สามเหลี่ยมอาชญากรรม” ในความผิดอันเกี่ยวกับทรัพย์ มักเกิดขึ้น มีองค์ประกอบปัจจัย 3 อย่าง คือ องค์ประกอบที่หนึ่ง...“สถานที่” หมายถึง การเลือกเป้าหมายสถานที่ที่มีความเหมาะสม มีความเสี่ยงน้อยในการก่อเหตุ และมีโอกาสถูกจับกุมน้อยที่สุด...

    หากเทียบเคียงเหตุ “ชิงร้านทองครั้งนี้” มีจุดที่ตั้งใกล้ทางเข้าออกห้างฯ เพราะเป็นจุด “ยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ” มีประชาชนสัญจรผ่านตลอดวัน ที่มองเห็นได้ชัดเจน เป็นแรงจูงใจต่อลูกค้าเข้าชมเลือกซื้อทองกัน

    ผลดีนี้...ย่อมมีข้อเสียแฝงอยู่เสมอ กลายเป็น “จุดอ่อน” ให้คนร้ายเลือก หรือคิดก่อเหตุง่าย เพราะความสะดวกสามารถปฏิบัติการให้เกิดความสำเร็จมากกว่าร้านทองที่ตั้งอยู่พื้นที่ด้านใน หรือชั้นสอง ต้องวิ่งผ่านผู้คนมีโอกาสถูกสกัดกั้นได้สูง

    ถ้าเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ในห้างฯมักมีมาตรการป้องกันที่ละเอียดสูง เมื่อเกิดเหตุระบบที่มีการเชื่อมโยงในห้องควบคุม ทั้งกล้องวงจรปิด ประตูนิรภัยกันกระสุนปิดล็อก ทำให้คนร้ายถูกล็อกไม่ให้ออกไปได้

    องค์ประกอบที่สอง...“เหยื่อ” คือ ร้านทอง ธนาคาร หรือร้านเพชร ตามหลัก “คนร้าย” ย่อมทราบดีอยู่แล้ว...เมื่อก่อเหตุมีโอกาสได้ทรัพย์สินสูง หากรู้ว่า “ตกเป็นเป้าหมาย มีความเสี่ยง” ก็ต้องมีมาตรการอย่างอื่นนอกเหนือจากติดกล้องวงจรปิด หรือทำประกัน เช่น การทำลูกกรงเหล็ก ออกแบบดีไซน์ดูดีเก๋ไก๋ให้เข้ากับร้านก็ได้

    ตามร้านทองทั่วไปต่างทำกรงเหล็กป้องกันเกือบทั้งหมด ยกเว้นร้านทอง ในห้างฯ เพราะคิดว่าห้างฯมีระบบมาตรการป้องกันดี แม้มีการก่อเหตุก็ยังมีประกันความเสียหาย ทำให้ชะล่าใจ หรือไม่สนใจกับความสูญเสีย

    “กลับลืมไปว่า...“ชีวิตคน” แม้ว่ามีประกันมากเพียงใดก็ไม่สามารถซื้อคืนกลับมาได้ กรณี “จี้ร้านทอง จ.ลพบุรี” เป็นเหตุการณ์รุนแรงครั้งแรกของเมืองไทย ดังนั้น “เหยื่อ” ต้องคำนึงถึงการตกเป็นเหยื่อนี้ให้มาก เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นดีกว่ารอการเยียวยา...” รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ ว่า

    ประการต่อมา...องค์ประกอบที่สาม...“โอกาส หรือเวลา” คนร้ายมักเลือกเวลาห้างสรรพสินค้าใกล้ปิดให้บริการ เพราะคนพลุกพล่านน้อย มีโอกาสเสี่ยงต่อการถูกจับกุมน้อยลงตามมา

    “ในการก่อเหตุคนร้ายต้องมีการสำรวจดูลาดเลาจนครบองค์ประกอบ 3 อย่างนี้ และนำมาวิเคราะห์อย่างครบถ้วนรอบด้าน ก่อนลงมือก่อเหตุ ทำให้ประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้เป็นอย่างดี...”

    ย้อนกลับมาดูมาตรการร้านทองทั่วไป...มีคนร้ายจี้ชิงทองอยู่ประปราย เพราะร้านทองนี้รู้ถึงการเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุ ทำให้หลายแห่ง...หลายพื้นที่...มีการจัดโซนนิงเปิดร้าน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้การก่ออาชญากรรมของคนร้ายยากลำบากขึ้น

    ตรงกันข้าม “ร้านทอง” ในห้างฯกลับไม่มีเหล็กกั้น มีพนักงานผู้หญิงดูแลร้าน ซึ่งดูเหมือนคนพลุกพล่านมาก จนไม่เข้มงวดเท่ากับร้านทองทั่วไป ...โดยเฉพาะ “การประกัน” ทำให้เกิดความละเลยเรื่องนี้

    จริงๆแล้ว...ยังไม่เคยรวบรวมสถิติการก่อเหตุร้านทองชัดเจน แต่เท่าที่ติดตามสถานการณ์มีความเชื่อได้ถึงแนวโน้มคนร้ายก่อเหตุร้านทองในห้างฯมากขึ้น สาเหตุจากมาตรการไม่เข้มงวด ทำให้ต้องย้ำว่า...“ร้านทอง” ตั้งจุดทางเข้าออกของห้างฯต่างๆต้องระมัดระวัง เพราะมีโอกาสตกเป็นเป้าได้มาก และง่ายต่อการก่อเหตุ

    หนำซ้ำ...รูปแบบการก่อเหตุก็มีความรุนแรงขึ้น ในเรื่องความรุนแรงนี้แยกเป็น 2 ประเภท คือ 1.“คนร้ายถูกเลี้ยงดูด้วยความรุนแรงตั้งแต่เล็กจนโต” จนติดนิสัยใช้ความรุนแรง สิ่งเหล่านี้เกิดการสะสมอยู่ใต้จิตสำนึก 2.“คนร้ายมีการฝึกฝนทักษะซ้ำแล้วซ้ำอีก” จนมองเรื่องพฤติกรรมก่อเหตุความรุนแรง เป็นเรื่องปกติ

    ฉะนั้น บุคลิกภาพความรุนแรง ประกอบกับการฝึกฝน อาจด้วยอาชีพตำรวจ ทหาร หรือพลเรือน เพื่อนำไปก่ออาชญากรรม ทำให้กระตุ้นเสริมเหตุรุนแรงขึ้น ซึ่งพฤติกรรมชิงทอง โดยเฉพาะยิงผู้หญิง ผู้บริสุทธิ์ซื้อทองอยู่นี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่วนใหญ่คนร้ายมุ่งเฉพาะทอง เว้นแต่มีใครไปขัดขวาง ก็อาจถูกทำร้ายได้

    อนาคต...สมาคมร้านทอง ห้างร้านต่างๆต้องทบทวนมาตรการป้องกัน ทบทวนการเผชิญเหตุ ในกรณีมีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อความรุนแรง จี้ชิงทรัพย์ ต้องมีขั้นตอนปฏิบัติอย่างไร อย่าคิดว่า “มีประกัน” สามารถเคลมความเสียหายนั้นได้ เพราะคนสูญเสียไปแล้ว...ย่อมไม่สามารถสร้างกลับคืนมาใหม่ได้แน่นอน

    การป้องกันอาชญากรรม “ที่มีประสิทธิภาพ” มีคุณค่ามากกว่าการเยียวยาเหยื่ออย่างมีประสิทธิผล ดังนั้น การ “ป้องกัน” ลดช่องโอกาส “ก่อเหตุ” คนร้ายดีที่สุด เมื่อเกิดการ “สูญเสีย” แล้ว “การเยียวยา” อาจเป็นเรื่องไม่เกิดประโยชน์ก็ได้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ปล้นร้านทอง ลพบุรีสกู๊ปหน้า1จักรทิพย์ ชัยจินดาคนร้ายบุกเดี่ยวโจรใจโหดกฤษณพงค์ พูตระกูลเศรษฐกิจตกต่ำข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 07:35 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์