ข่าว
100 year

หลานนายกเทศมนตรีโร่พบตำรวจ ยันไม่ใช่โจรโหด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 ม.ค. 2563 05:15 น.
SHARE

‘อดีตนร.นายสิบ’ แจ้งจับ-โพสต์มั่ว บิ๊กแป๊ะชี้คนร้ายอยู่แถวชายแดน จ่อเผ่นออกนอก

ปฏิบัติการฟ้าสางไล่ล่าโจรปล้นร้านทอง บุกตรวจยึดปืนกับหลักฐาน สำคัญกว่า 10 จุดในพื้นที่ลพบุรีนำส่งตรวจพิสูจน์หาความเชื่อมโยง ขณะที่นายกเล็กพาหลานชายที่ถูกสงสัยเป็นคนร้าย เนื่องจากเดินกะเผลกเข้าพบผู้การเมืองลิงแสดงความบริสุทธิ์ ยันขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างเดินทางจากที่ทำงานจะกลับบ้านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ อีกรายเป็นอดีตนักเรียนนายสิบทหารบกเข้าแจ้ง ปอท.ดำเนินคดีกับเพจที่นำรูปภาพไปโพสต์กล่าวหาเป็นโจรปล้นร้านทอง ยืนยันดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นคดีตัวอย่าง ส่วน “อุบลศักดิ์” ส.ส.ลพบุรี ลั่นต้องจับโจรตัวจริงอย่าจับแพะ

การปฏิบัติการไล่ล่าโจรโหดปล้นร้านทองออโรร่า ในห้างโรบินสัน หมู่ 4 ต.กกโก อ.เมืองลพบุรี ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ชุดสืบสวนนำตัวบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยมาสกรีนเพื่อให้ได้ตัวคนร้ายโดยเร็ว ล่าสุดกระจายกำลังออกตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายกว่า 10 แห่งในพื้นที่ จ.ลพบุรี ทั้งนี้ เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย อ.เมืองลพบุรี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผบก.ภ.จ.ลพบุรี พ.ต.อ.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบก.สส.ภ.1 ได้ปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการกว่า 100 นายออกตรวจค้นเป้าหมายตามหมายศาลกว่า 10 จุด หลังตรวจค้นได้ตรวจยึดอาวุธปืนและวัตถุต้องสงสัยไปตรวจสอบหลายรายการ

จากนั้นเวลา 09.00 น. ที่ สภ.เมืองลพบุรี พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผบก.ภ.จ.ลพบุรี แถลงข่าวว่า ขณะนี้การสืบสวนมีความคืบหน้าพอสมควร แต่การที่จะขอออกหมายจับผู้ต้องสงสัยต้องมีหลักฐานอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ผิดตัว ต้องทำแบบรัดกุม ต้องมีพยานหลักฐาน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะคดีนี้เป็นคดีที่สะเทือนขวัญและประชาชนสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับการตรวจค้นเป้าหมายครั้งนี้ได้เข้าค้นจุดต้องสงสัยเชื่อมโยงกับคนร้ายกว่า 10 จุด มีทั้งการตรวจค้นผู้ครอบครองอาวุธปืนในรุ่นเดียวกับที่คนร้ายใช้ แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นบุคคล 3 รายตามที่มีกระแสข่าวว่าเป็นลูกผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ กลุ่มคนมีสีและพลเรือน หลักฐานต่างๆที่ได้มาจะต้องนำมาตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับคนร้ายอย่างไร ส่วนกรณีโซเชียลออกข่าวว่า มีการขอหมายจับคนร้ายและจับกุมได้แล้วนั้นเป็นเรื่องโซเชียลแต่ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ขอให้ติดตามข่าวจากตำรวจโดยตรง

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬาพระราเมศวรก่อนไปประชุมกับ ตำรวจกองปราบปรามที่โรงแรมเจอาร์ดี แกรนด์เพลส หมู่ 3 ต.ป่าตาล อ.เมืองลพบุรี ขณะที่ชุดสืบสวนเปิดเผยว่า ตำรวจชุดคลี่คลายคดีนี้ได้นำอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศโดยเฉพาะเครื่องสแกนบุคคลต้องสงสัยที่มีลักษณะรูปพรรณสัณฐานใกล้เคียงกับคนร้ายมากที่สุดเพื่อนำมาวิเคราะห์และตรวจสอบความเชื่อมโยงของแต่ละคนว่าใครเข้าข่ายมากที่สุด ขณะนี้ตำรวจพบชายต้องสงสัย 4-5 รายที่มีลักษณะใกล้เคียงกับคนร้าย ซึ่งชุดสืบสวนส่งกำลังเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเวลา 13.00 น. ร.อ.สุรกิต ทองทิพย์กับภรรยา พ่อและแม่ของ น.ส.ธิดารัตน์ ทองทิพย์ สาวร้านทองที่ถูกยิงเสียชีวิตได้เดินทางมาที่ กก.สส.ภ.จ.ลพบุรี เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีและให้กำลังใจชุดสืบสวนโดย ร.อ.สุรกิตกล่าวว่าช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนและครอบครัวไปทำพิธีลอยอังคารเถ้ากระดูกของลูกสาวที่วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนเดินทางมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจและสอบถามความคืบหน้าในการตามจับคนร้ายโดยตำรวจบอกว่าจะจับกุมตัวคนร้ายได้เร็วๆนี้ ขอให้สบายใจได้ “ผมไม่ได้กดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะเชื่อในความสามารถ หากจับกุมคนร้าย ขอให้ประหารสถานเดียวเพราะการกระทำของคน ร้ายโหดเหี้ยมมาก ไม่สมควรอยู่ร่วมกับคนในสังคม ขอให้ประหารสถานเดียว” ร.อ.สุรกิตกล่าว

จากนั้นเวลา 13.45 น. นายธนปพน เงินเมย อายุ 59 ปี นายกเทศมนตรีตำบลกกโก อ.เมืองลพบุรี ได้พานายชัยพงษ์ โพธิ์รัศมี อายุ 37 ปี หลานชายเข้าพบกับ พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผบก.ภ.จ.ลพบุรี เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ เนื่องจากนายชัยพงษ์ถูกต้องสงสัยเป็นคนร้ายใจโหดเพราะมีอัตลักษณ์และมีอาวุธปืนคล้ายของคนร้ายทำให้เกิดความเข้าใจผิดจากชุดสืบสวนส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตของหลานชาย อีกทั้งที่บ้านของตนและหลานชายอยู่ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุแถมเป็นเส้นทางที่คนร้ายผ่านด้วย จึงพามาแสดงตัวก่อนเจ้าหน้าที่พาไปตรวจลายมือและตรวจดีเอ็นเอไว้เปรียบเทียบต่อไป จากนั้นได้ให้นายชัยพงษ์สวมเสื้อกั๊กแบบตำรวจเดินปะปนกับตำรวจหลบสายตาผู้สื่อข่าวไปขึ้นรถขับออกไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น ผู้สื่อข่าวได้ไปพบนายชัยพงษ์ที่บ้านเลขที่ 20/2 หมู่ 4 ต.กกโก อ.เมือง ลพบุรี โดยมีนายธนปพน เงินเมย พร้อมญาติร่วมแสดงหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเพื่อยืนยันว่า ขณะที่เกิดเหตุปล้นฆ่าชิงทองที่ห้างโรบินสันนั้น นายชัยพงษ์ กำลังเดินทางกลับจากที่ทำงาน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด โดยนายชัยพงษ์กล่าวว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านแฟนได้โทร.มาบอกว่ามีเหตุปล้นทองที่ห้างโรบินสัน แต่ไม่ได้สนใจและใช้ชีวิตตามปกติ

นายชัยพงษ์กล่าวว่า จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา มีตำรวจมาสอบถามหาตนทำให้ไม่สบายใจเกรงถูกมองว่าเป็นคนร้าย เลยให้น้าประสานกับตำรวจเพื่อขอไปแสดงความบริสุทธิ์ ส่วนในเรื่องยิงปืนนั้นตนเคยยิงแต่เป็นปืน .38 ของพ่อ อีกทั้งการแต่งกายไม่เคยนุ่งกางเกงลายพรางและไม่เคยเป็นทหาร “ตอนแรกเพื่อนๆที่ทำงานล้อเลียนว่าขาเป๋เหมือนคนร้ายปล้นทอง แต่ไม่สนใจ กระทั่งมาทราบภายหลังว่าตำรวจก็สงสัยผมเหมือนกันทำให้ไม่สบายใจเป็นอย่างมาก จึงให้น้าชายช่วยพาไปแสดง ความบริสุทธิ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ” นายชัยพงษ์กล่าว

ที่ บก.ปอท. นายฐาปนนท์ ปรีชาจารย์ อายุ 40 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สุโกศล ทองแกมแก้ว และ ร.ต.อ.เครือณรงค์ ขมิ้นเครือ รอง สว. (สอบสวน) กก.3 กก.บก.ปอท. แจ้งความดำเนินคดีกับคนที่โพสต์ และแชร์กว่า 10 ราย กล่าวหาว่าเป็นคนร้ายปล้นทอง ยิง 3 ศพ ที่ จ.ลพบุรี นายฐาปนนท์ให้รายละเอียดว่า ตนเป็นเพียงอดีตนักเรียนนายสิบทหารบก ยังไม่ได้รับราชการ เพราะลาออกก่อนเรียนจบ ปัจจุบันทำงาน บริษัทเอกชน ตนไม่มีอาวุธปืน วันเกิดเหตุ เห็นตำรวจและหน่วยกู้ภัยวิ่งกันวุ่นไปหมดจึงตามไปดูที่ห้างเกิดเหตุ แต่ยืนดูเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังแนวกั้นพื้นที่เกิดเหตุ อีกทั้งบ้านพักอยู่ห่างจากห้างที่เกิดเหตุเพียง 6 กม.

“ผมยังงงว่านำรูปภาพของผมไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่ารูปภาพของผมเป็นข้อมูลจากทะเบียนราษฎร ที่คนปกติไม่สามารถเข้าถึงได้ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น และไม่รู้เจตนาของคนที่นำรูปไปโพสต์ แม้จะไม่ใช่เรื่องจริงแต่ทำให้ผมเสื่อมเสียชื่อเสียง และเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ผมได้ไปลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานไว้แล้วที่ สภ.เมืองลพบุรี วันนี้จึงมาแจ้งความ ปอท.เพื่อเอาผิดเพจที่โพสต์และแชร์รูปภาพของผม ขอยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดให้เป็นกรณีตัวอย่าง ขณะนี้มีข้อมูลของเพจที่มีการแชร์รูปภาพของผมประมาณ 10 ราย” นายฐาปนนท์กล่าว ส่วน ร.ต.อ.สุโกศลเผยว่า เบื้องต้นรับแจ้งและนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

ที่รัฐสภา นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้หารือก่อนเข้าสู่วาระการประชุมในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงเหตุการณ์คนร้ายปล้นร้านทองในห้างโรบินสัน จ.ลพบุรีว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. จนถึงวันนี้เข้าสู่วันที่ 7 แล้ว ยังไม่รู้ผลว่าใครคือคนร้าย อยากฝากผ่านประธานสภาฯไปถึงนายกฯว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ สะเทือนใจประชาชน พนักงานสอบสวนชี้แจงตลอดว่าคนร้ายยังอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี แต่ 7 วันยังจับไม่ได้ เป็นห่วงว่าจะจับแพะจับแกะมาบูชายัญ คิดว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีวุฒิภาวะมีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ แม้แต่คดีเล็กๆจับได้หมด อยากฝากไปยังนายกรัฐมนตรีสั่งจับคนร้ายให้ได้โดยเร็วและประกาศให้ประชาชนรับทราบด้วย อย่าไปเกรงใจใคร ไม่เช่นนั้นเขาจะหาว่าตำรวจหมดความสามารถ

ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เดินทาง โดยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่สนามกีฬาพระราเมศวรก่อนไปประชุมกับชุดสืบสวนที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ลพบุรี โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ อย่างไรก็ตาม จากการ สอบถามแหล่งข่าวในชุดสืบสวนระบุว่า การเดินทางมาอย่างกะทันหันในครั้งนี้ของ ผบ.ตร. เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้คนหนึ่ง ลักษณะใกล้เคียงกับคนร้ายและใช้ปืนแบบเดียวกันด้วย

หลังการประชุมใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า หลังการประชุมวิเคราะห์หลักฐานต่างๆที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจค้นกว่า 10 จุดในวันนี้ ยอมรับว่าบางจุดได้หลักฐานและบางจุดไม่พบอะไร ขณะนี้เชื่อว่าคนร้ายคงเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศโดยเคลื่อนไหวอยู่แถบชายแดน เพราะเขาได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นกัน ขณะที่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า การนำเสนอข่าวเผยแพร่ภาพบุคคลที่เป็นผู้ต้องสงสัยแต่ไม่ใช่ตัวจริง และออกมาแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่ใช่คนร้าย การนำเสนอข่าวแบบนี้สุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ส่วนตำรวจที่นำข้อมูลออกมาเปิดเผยได้คาดโทษไว้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โจรปล้นทองข่าวหน้า1ข่าวโจรปล้นทองข่าวโจรปล้นทองล่าสุดคดีปล้นร้านทอง ลพบุรีจับโจรปล้นร้านทองโจรปล้นร้านทองข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้