กรณี "แท็กซี่ทิ้งลุง" วางซองไว้ในรถ เดินไปเอาของ ปรากฏว่าแท็กซี่ออกไปก่อน มีพลเมืองดีช่วยพาลุงขับตาม สุดท้ายได้เอกสารคืน ฝากไว้ที่ป้อมตำรวจ แต่ลุงยังข้องใจ อ้างเงินสด 3 พันหายไป ฝ่ายโชเฟอร์ยืนยัน ในซองมีแค่เอกสาร ไม่มีเงินแน่นอน

จากเหตุการณ์ที่มีลุงคนหนึ่งจะขึ้นรถแท็กซี่ เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันที่ 7 ม.ค. และได้นำเอกสารวางไว้ในรถ แต่แท็กซี่ขับออกไปโดยทิ้งลุงไว้ จนกระทั่งลุงต้องตามเอกสารจนได้คืน ต่อมาเวลา 10.30น. ของวันที่ 8 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบลุงคนดังกล่าว ทราบชื่อ นายบุญทัน โสดา อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.6 ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร บอกเล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า เมื่อเวลา 14.30 น. ตนได้เรียกแท็กซี่จากวัดราษฎร์รังสรรค์ ต.คอกกระบือ อ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อจะเดินทางไปห้างเซ็นทรัลพระราม 2 โดยถามคนขับว่าไปไหม เขาบอกว่าไป ตนจึงไปเปิดประตูด้านหลังรถแล้วเอาเอกสารบางส่วนไปวางและบอกเขาว่าวางเอกสารก่อนนะเดี๋ยวไปเอากระเป๋าก่อน และที่ประตูยังปิดไม่สนิท พอตนวิ่งไปเอากระเป๋า คนขับรถแท็กซี่ได้ขับรถออกไปเลย ซึ่งตนได้วิ่งตามรถไป

ขณะนั้น มีรถยนต์มีชายหญิง 2 คน เห็นเหตุการณ์และมีกล้องหน้ารถ พาตนตามไปถึงปั๊มน้ำมันปตท.ช่วงแสมดำ และเข้าไปถามคนขับแท็กซี่ให้ช่วยเหลือ จากนั้นจึงโทร.ไปที่ จส.100, 191 พร้อมกับเช็กทะเบียนรถว่าเป็นของอู่ไหน จนกระทั่ง 16.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมมหาชัยเมืองใหม่ ได้โทรมาบอกว่ามีคนเอาเอกสารมาฝากไว้ แต่ออกเวรพอดี จึงฝากของไว้ที่ร้านขายอุปกรณ์รถด้านข้างป้อม ซึ่งตนได้ไปรับเอกสารอยู่ครบถ้วน

“แต่เงินสด 3,000 บาท ที่อยู่ในซองได้สูญหายไป แต่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากเอกสารมีการเปลี่ยนมือ จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าสูญหายตอนไหน และอยากจะฝากคนขับแท็กซี่ว่าขอให้มีสติกันหน่อยครับ”

...

ต่อมา เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อ และได้พบกับคนขับแท็กซี่ ชื่อนายณรงค์ ด้วงปั้น อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/1 ม.1 ต.คอกกระบือ อ.เมืองสมุทรสาคร ขับรถแท็กซี่โตโยต้าสีชมพู หมายเลขทะเบียน ทษ 1004 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในวันดังกล่าว ลุงแกใส่หูฟังโทรศัพท์ และถามตนว่าไปเซ็นทรัลไหม ตนบอกว่าไป แล้วลุงก็วางเอกสาร ตนได้ยินเสียงประตูปิดแต่ไม่ได้มองไปข้างหลัง จึงนึกว่าแกขึ้นรถแล้ว ซึ่งตนก็ไม่ได้มองกระจกหลังจึงขับไปเรื่อยจนถึงห้างเซ็นทรัลพระราม 2 จากนั้นจะขอเก็บเงิน 130 บาท แต่พอหันไป มีแต่เอกสารคนไม่มี จึงขับรถมาที่จุดเดิมเพื่อจะวนรถมาดูลุง แต่ลุงไม่อยู่ จึงโทรหาพี่ชายที่เป็นตำรวจที่ป้อมมหาชัยเมืองใหม่แต่พี่ชายบอกว่าออกตรวจ ให้เอาไปฝากไว้ที่ร้านขายเหล็กข้างป้อม เมื่อตนฝากเอกสารแล้วก็กลับบ้าน

“หลังมีข่าวออกมา จึงต้องชี้แจงว่าลุงพูดไม่เป็นความจริง ผมได้ยินเสียงปิดประตูก็ออกรถ คือสัญชาตญาณของคนขับ และนึกว่าลุงแกขึ้นรถแล้วก็ขับออกมา ส่วนเอกสารที่พบนั้นดูแล้วเป็นเอกสารสำคัญเพราะเป็นหนังสือมอบอำนาจจึงรีบเอากลับมาคืนและไม่ได้ยุ่งอะไรเลย ไม่ใช่กระเป๋าอย่างลุงพูดเลย อันนี้เป็นแฟ้มเอกสาร การให้ข่าวของเขาเงินหาย 3,000 บาทมันไม่มีเลย มายังไงไปอย่างงั้น ผมไม่เคยคิดเอาของของใคร เพราะขับรถมา 20 ปีแล้ว ไม่เคยมีประวัติ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องมันเป็นอย่างนี้ ก็ต้องขอโทษ บางทีคนขับรถไม่เคยสังเกตผู้โดยสาร ซึ่งถ้ามีเจตนาจะเอา จะเอาทำไมแค่กระดาษ มันทำอะไรไม่ได้ไม่ใช่กระเป๋า ในกระเป๋าอาจมีของมีค่า มีเงิน มีทอง แต่นี่เป็นกระดาษเอาไปทำอะไร ซึ่งขอยืนยันว่าเงิน 3,000 บาทไม่มีแน่นอน เพราะเป็นซองสีน้ำตาล มีเอกสารต้องสำคัญ และตนไม่มีการเปิดซองใดๆ ทั้งสิ้น ขับรถมา 20 ปีไม่เคยมีปัญหา เพิ่งมีเคสนี้ครั้งแรก