จับแก๊งขน "กระท่อมผงเมียนมา" ลักลอบขนข้ามแดนที่ประจวบคีรีขันธ์ มากันเป็นคาราวานนับสิบ ของกลางกว่า 1 ตัน คนขนสารภาพ ได้ค่าจาง 6 พัน นำไปขายให้แรงงานที่มหาชัยทำสี่คูณร้อย
วันที่ 19 ธันวาคม ด.ต.ดำเนิน คุ้มสา หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว(ชปข.)ที่ 3 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 146 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดการข่าว 5 นาย ดักซุ่มขบวนการลักลอบนำกระท่อมผงจากประเทศเมียนมาเข้าประเทศไทย ภายหลังสืบทราบจากสายลับบริเวณช่องเขากล้วย ชายป่าด้านหลังวัดรัตนวิเวกวราราม หมู่ 6 บ้านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
ต่อมา พบขบวนการค้ากระท่อมมีกว่าสิบคน จึงประสานกำลังในพื้นที่ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.146 ตม.ประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจสภ.คลองวาฬ กองร้อยอส.จังหวัด เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทหาร ฉก.จงอางศึก ภายใต้การอำนวยการ นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สามารถจับกุม นายวิชัย โคสินธิ์ อายุ 34 ปี ภูมิลำเนาอยู่ หมู่ 6 ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นส่วนล่วงหน้า นำกระท่อมใส่ถุงปุย ลงจากเขาชายแดนประเทศเมียนมา และมีส่วนคุ้มกันตามหลัง ซึ่งมีอาวุธปืนสงคราม
...
เจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่ได้แสดงตัว กลุ่มคนร้ายได้วิ่งหนีเตลิดไปยังประเทศเมียนมา มีเพียงนายวิชัย ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและสวมกุญแจมือ แต่พยายามวิ่งหนีเข้าป่าลึก เจ้าหน้าที่จึงไล่ตะครุบและนำผ้าขาวม้าผูกที่ขาทั้งสองข้าง ค้นที่ตัวพบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์มีกระสุนในรังเพลิงพกเหน็บเอว ลูกกระสุนลูกซองเบอร์ 12 ที่กระเป๋ากางเกงด้านซ้าย 3 นัด สะพายกระเป๋าลายพราง ภายในพบโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง บุหรี่
นำตัวผู้ต้องหาและของกลางมาที่กองร้อย ตชด.146 นายวิชัย สารภาพว่าตนเองอาศัยอยู่ที่ ชุมชนสะพานสาม บ้านมูด่อง อ.ตะนาวศรี จ.มะริด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 3 กิโลเมตร โดยกลุ่มคนร้ายได้เดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติ จ้างตนและเพื่อนลำเลียงกระท่อมในราคา 6,000 บาท ส่วนปืนสั้นลูกซองไทยประดิษฐ์เป็นของตน จะนำไปฝากเพื่อนชาวกะเหรี่ยงที่ป่าละอู อ.หัวหิน
เบื้องต้น ทราบว่าขบวนการขนกระท่อมผง เป็นกลุ่มเดียวกันที่เจ้าหน้าที่ยึดของกลางกระท่อมใส่ถุงปุ๋ย จำนวน 13 กระสอบ น้ำหนักรวม 434 กิโลกรัม บริเวณช่องทางธรรมชาติ ช่องวังเป้า หมู่ 12 บ้านย่านซื่อ ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ในครั้งนี้ มีการขนในปริมาณเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยกับส่วนที่สูญหายเพราะถูกเจ้าหน้าที่ยึดจับกุม พร้อมนำคนคุ้มกันมาด้วยสิบคน เคราะห์ดีที่ไม่มีการปะทะของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมด้วยการนำอาวุธปืนสั้น และปืนเอ็ม 16 ติดตัวไปด้วย
สำหรับค่าจ้างการขนยาเสพติด ได้รับค่าจ้างคนละ 6,000 บาท นำกระท่อมผงบดละเอียดมาจากประเมียนมาในราคากิโลกรัมละ 1,000 บาท มีเป้าหมายนำไปขายให้กับผู้ใช้แรงงานชาวเมียนมาที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร ในราคากิโลกรัมละ 2,000 บาท โดยจะมีนายหน้าคนไทยมารับช่วงต่อ ซึ่งขบวนการลักลอบขนกระท่อมผงนิยมใช้เส้นทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นทางผ่าน เนื่องจากมีช่องทางธรรมชาติตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี รอยต่อชายแดนไทย-เมียนม่ากว่า 30 ช่องทาง ซึ่งคนร้ายจะนำสิ่งผิดกฎหมายหลบสายตาเจ้าหน้าที่ หากอยู่ใกล้แนวตะเข็บชายแดน คนร้ายจะวิ่งหนีกลับไปยังประเทศตนเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามได้ ซึ่งในรอบสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมกระท่อม 2 ครั้ง ได้จำนวน 1,012 กิโลกรัม มูลค่า 2,024,000 บาท