ป.ป.ช.กัดไม่ปล่อยตามลากคออดีตเจ้าหน้าที่การเงิน สำนักงานประชาสงเคราะห์ จังหวัดชัยภูมิ ทุจริตเงินกว่า 9 ล้านบาท หนีคดีเกือบ 9 ปี สุดท้ายไม่รอด ถูกแกะรอยตามรวบตัวได้ขณะนั่งขายผลไม้อยู่ในตลาด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เผยมติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญา 3 ข้อหา เจ้าตัวไม่ไปรายงานตัวต่ออัยการกระทั่งศาลออกหมายจับ ต่อมาอดีตภรรยาไปยื่นเรื่องต่อศาลให้สามีเป็นบุคคลสาบสูญ แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ เดินหน้าสืบสวนเชิงลึกจนได้ข้อมูลจากธุรกรรมการเงินที่ไปเปิดบัญชีธนาคารร่วมกับภรรยาใหม่ กระทั่งติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

อดีตเจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์ทุจริตเงินกว่า 9 ล้านบาท หนีคดีนานเกือบ 9 ปี สุดท้ายไม่รอดถูกตามจับกุมตัวเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ธ.ค. นายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ร่วมกับตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เข้าจับกุมนายชาญชิต พิทักษ์พลรัตน์ อายุ 55 ปี อดีตเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี 5 สำนักงานประชาสงเคราะห์จังหวัดชัยภูมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชัยภูมิ ที่ 9/2554 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 จับกุมได้ขณะนั่งขายผลไม้อยู่ในตลาดสดแห่งหนึ่ง ใน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

นายสุทธิเผยว่า นายชาญชิต ผู้ต้องหา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี 5 สำนักงานประชาสงเคราะห์จังหวัดชัยภูมิ ได้เบียดบังเงินของทางราชการจำนวน 9,221,225 บาท ไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นไปเสีย และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น และมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 157 และมาตรา 161 ต่อมาปรากฏว่า นายชาญชิตไม่ไปรายงานตัวต่อพนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดีต่อศาล และศาลจังหวัดชัยภูมิได้ออกหมายจับ

...

ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. เผยต่อไปว่า จากการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวตามหมายจับ ปรากฏว่า นายชาญชิตถูกศาลจังหวัดชัยภูมิสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญตั้งแต่ปี 2554 โดยผู้ยื่นคำร้องต่อศาลคือ อดีตภรรยาของนายชาญชิต แต่เจ้าหน้าที่สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ยังไม่ปักใจเชื่อว่านายชาญชิตจะเป็นบุคคลสาบสูญจริง จึงเริ่มกระบวนการสืบสวนเชิงลึกหาพยานหลักฐานว่านายชาญชิตยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จนได้ข้อมูลและเอกสารหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินจากธนาคารแห่งหนึ่งที่นายชาญชิตยื่นคำขอเปิดบัญชีร่วมกับภรรยาคนใหม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เมื่อปี 2560

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสืบสวนหาตัวนายชาญชิต เริ่มจากที่อยู่ตามคำขอเปิดบัญชีธนาคาร เป็นบ้านของภรรยาที่เปิดบัญชีธนาคารร่วมกันและได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2560 แต่นายชาญชิตยังคงครอบครองและพักอยู่อาศัยเรื่อยมา นอกจากนี้ยังปรากฏว่านายชาญชิตได้ครอบครองรถกระบะที่มีชื่อภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และใช้เป็นยานพาหนะในการประกอบธุรกิจขายของชำ เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ มักจะไปเลือกซื้อของจากตลาดสี่มุมเมือง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นประจำ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนปฏิบัติการลงพื้นที่สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เข้าจับกุมตัวได้ที่ตลาดสดแห่งหนึ่งใน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จากนั้นนำตัวนายชาญชิตส่งให้พนักงานอัยการเพื่อฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ต่อไป