ข่าว
100 year

ยืนคุก 4 ปี 2 สาวไทย-รองอัยการฯลด 2 ปี คดีขนนอแรด จ่อประกันสู้ชั้นฎีกา

ไทยรัฐออนไลน์11 ธ.ค. 2562 16:55 น.
SHARE

ศาลอุทธรณ์ ลดโทษจำคุก "อดีตรองอัยการฯ" เหลือ 2 ปี-ส่วน "2 สาวไทย" ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา "คดีลอบขนนอแรด" เลี่ยงศุลกากร เข้าสุวรรณภูมิ ปี 60 มูลค่ากว่า 173 ล้านบาท จำเลยทั้ง 3 เตรียมส่งทนายยื่นประกัน ให้ศาลฯ พิจารณา สู้ชั้นฎีกาต่อ  

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ธ.ค.62 ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ บัลลังก์ที่ 6 ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นัดฟังคำพิพากษาคดีลักลอบขนนอแรด หมายเลขคดีดำ อ.3682/2560 เลขคดีแดง อ7424/61 ที่พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางฐิติรัตน์ อาราอิ, น.ส.กานต์สินี อนุตรานุศาสตร์ และ พ.ต.ต.วรภาส บุญศรี อดีตรองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระบุรี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันพา หรือนำของต้องจำกัด หรือของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร หรือเกี่ยวข้องด้วยประการใดๆ ในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากรฯ, ร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งซากสัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันนำซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ ได้พิเคราะห์จากพยานหลักฐาน พฤติกรรมแสดงออกของจำเลยที่ 3 ตั้งแต่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ว่า เมื่อกำลังออกผ่านเจ้าหน้าที่ศุลกากรบริเวณช่องเขียว และเมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรพบแล้วว่าในกระเป๋ามีนอแรดบรรจุอยู่ และการแสดงตัวว่าเป็นพนักงานอัยการหลังถูกพบการกระทำผิด ประกอบกับข้อเท็จจริง ตามที่ปรากฏทางนำสืบของโจทก์แล้ว เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 3 น่าจะรู้เพียงว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีกระเป๋าเดินทางมาด้วย และต้องเดินผ่านออกไปนอกอาคารผู้โดยสาร การที่จำเลยที่ 3 มาปรากฏตัวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมกับเจ้าพนักงานตำรวจโดยมีเจตนาจะพาจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 1 ออกมาทางช่องทางไม่มีสิ่งของต้องสำแดงพร้อมกับกระเป๋าที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 พามาโดยสะดวก และไม่ต้องเสี่ยงกับการต้องเสียภาษีศุลกากร ซึ่งไม่ว่าในกระเป๋าจะมีสิ่งของใดอยู่ก็ตาม ก็จะส่งผลให้จำเลยที่ 1 และ 2 กับกระเป๋าของกลาง รอดพ้นจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ศุลกากร แต่เมื่อการกระทำดังกล่าวถูกตรวจค้นได้เสียก่อน การกระทำของจำเลยที่ 3 จะเป็นการกระทำโดยเจตนาในความผิดฐานเกี่ยวกับหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร อุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตาม พฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยที่ 3 สมควรได้รับโทษน้อยกว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เมื่อวินิจฉัยแล้วว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 และ 2 เป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัดอันเกี่ยวแก่ของนั้น ตามพระราชบัญญัติศุลกากร ส่วนการกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดฐานเกี่ยวข้องในการพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร แต่จำเลยที่ 3 มิได้เป็นผู้นำ หรือพาเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งนอแรด การกระทำของจำเลยที่ 3 จึงไม่เป็นความผิดฐานนำเข้าซากของสัตว์ป่าตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์และฐานนำเข้าซากสัตว์ ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พิพากษาแก้ว่าให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดฐานนำเข้าซึ่งซากของสัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและฐานนำเข้าซึ่งซากสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ ให้ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 3 จากจำคุก 4 ปี แก้เป็นจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาชั้นต้นจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา

สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มี.ค.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านตรวจอาคารผู้โดยสาร ตรวจค้นกระเป๋าต้องสงสัย พบนอแรด 21 นอ มูลค่ากว่า 173 ล้านบาท จำเลยทั้ง 3 อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนส่งให้อัยการจังหวัดสมุทรปราการ สั่งคดีโดยอัยการสั่งฟ้องทั้ง 3 ตามความผิด พ.ร.บ.ศุลกากรพ.ศ.2469, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535, พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.60 กระทั่งวันที่ 20 พ.ย.61 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1-3 คนละ 4 ปี โดยไม่รอการลงอาญา ก่อนที่จะขอประกันตัวออกมาสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จำเลยทั้ง 3 คน พร้อมทนาย ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการรับฟังคำพิพากษา จำเลยทั้ง 3 ได้เตรียมหลักฐานให้ทนายยื่นขอประกันตัว ก่อนให้ศาลอุธรณ์พิจารณาต่อสู้ในชั้นฎีกาต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คดีขนนอแรดนอแรดลักลอบขนนอแรดศาลอุทธรณ์จำคุกข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้