ข่าว
100 year

คลื่นคริสตชนปีติ รับเสด็จโป๊ป สามพราน-จุฬา อัสสัมฯบางรัก พิธีงดงามอลัง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 พ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

คริสต์ศาสนิกชนนับหมื่นคนหลั่งไหลมาเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่วัดนักบุญเปโตร สามพราน นครปฐม ตั้งแต่เช้ามืด ปลาบปลื้มปีติ ประทานพระโอวาทให้กำลังใจเหล่าธรรมทูตในการเผยแผ่คำสอนพระเจ้า และให้ทุกคนตั้งใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไม่ต้องกลัวเพื่อประวัติศาสตร์ที่สวยงาม จากนั้นเสด็จจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงปาฐกถาและขอให้ช่วยเด็กด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างความยุติธรรมทางสังคม รักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แสวงหาหนทางเพื่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติและรักษาทรัพยากรให้ชีวิตบนโลก ก่อนเสด็จประกอบพิธีมิสซาที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก ด้วยพิธีที่สุดงดงามอลังการ

วันที่สองของการปฏิบัติภารกิจของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสตจักรนิกายโรมัน คาทอลิกในประเทศไทย คือการพบปะพี่น้องคริสตชนที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ชุมชุนชาวคริสต์ที่ใหญ่อันดับสองของไทยรองจากชุมชนท่าแร่ จ.สกลนคร

ทั้งนี้ เมื่อตอนสายวันที่ 22 พ.ย. สมเด็จพระสันตะปาปาพรานซิส เสด็จไปยังวัดนักบุญเปโตร อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยมีคริสต์ศาสนิกชนกว่า 20,000 คน มาเฝ้ารอรับเสด็จตั้งแต่เวลา 05.30 น. สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงพบกับเหล่าธรรมทูตโรมันคาทอลิก บาทหลวง นักบวช นักพรต ผู้รับเจิมสามเณรและครูคำสอน ประจำวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร สามพราน พร้อมประทานโอวาทใจความว่า ขอให้กำลังใจเหล่าธรรมทูตในการเผยแผ่คำสอนพระเจ้า อยากให้นักบวชมุ่งมั่นรับใช้พระเจ้า ช่วยเหลือผู้คนให้หลุดพ้นจากการดูหมิ่นเหยียดหยาม หลุดพ้นจากการเป็นเครื่องมือเพื่อความสุขทางเพศ ขอให้ทุกคนตั้งใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไม่ต้องกลัวเรื่องใด เพื่อจะสร้างประวัติศาสตร์ที่สวยงาม

ต่อมาเวลา 11.00 น. สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จไปยังสักการสถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง เข้าสักการสถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง บาทหลวงชาวนครปฐม สังกัดมิสซังโรมัน คาทอลิกกรุงเทพฯ ผู้เคยถูกตำรวจจับในข้อหา “กบฏภายนอกราชอาณาจักร” อันเป็นผลสืบเนื่องจากกรณีข้อพิพาทฝรั่งเศส-ไทย (ปี 2483-2484) และถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 15 ปี ที่เรือนจำกลางบางขวาง กระทั่งถึงแก่กรรมภายในเรือนจำเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2487 ขณะอายุได้ 48 ปี จากนั้นเสด็จไปพบปะสมาชิกคณะนักบวชเยสุอิตที่สังกัดในประเทศไทย ภายในห้องด้านหลังสักการสถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง แล้วเสด็จกลับในเวลา 12.20 น.

เวลา 15.25 น. สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จถึงหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีพระคาร์ดินัลฟรันซิส เซเวียร์เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช อาร์ชบิชอปแห่งเขตศาสนปกครองกรุงเทพฯ ศ. นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล นายกสภาจุฬาฯ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ บิชอร์ป ยอแซฟชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประมุขแห่งเขตศาสนปกครองนครราชสีมา ประธานกรรมาธิการฝ่ายเสวนาระหว่างศาสนาและคริสตศาสนสัมพันธ์ของสภาประมุขบาทหลวงโรมัน คาทอลิกแห่งประเทศไทยรับเสด็จ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้กราบทูลรายงานและถวายของที่ระลึก จากนั้นเป็นการร้องเพลงประสานเสียงจากนักร้องหลากหลายกลุ่มศาสนา

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงแสดงปาฐกถาในหัวข้อ “สร้างสะพานแห่งความเข้าใจและสันติสุข” ตอนหนึ่งว่าเป็นเวลา 122 ปีที่แล้วหรือเมื่อ พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเยือนกรุงโรม พบกับสมเด็จพระ สันตะปาปาลีโอที่ 13 ในรัชสมัยของพระองค์นั้นได้ทรงเลิกทาส ทำให้เราได้ย้อนคิดและกระตุ้นให้มุ่งมั่นดำเนินการต่ออย่างจริงจังที่จะช่วยยุติภาวะการเป็นทาส ที่ยังคงมีอยู่หลายรูปแบบในยุคปัจจุบัน เช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ ความนับถือและความร่วมมือระหว่างศาสนาจะต้องมีมากขึ้นเพื่อมนุษยชาติ

สมเด็จพระสันตะปาปากล่าวอีกว่า โลกของเรากำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน เช่น โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจและการเงินและผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง ต่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี รวมถึงความขัดแย้งในประเทศที่ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของผู้อพยพผู้ลี้ภัย ความหิวโหย และสงคราม ความท้าทายเหล่านี้เตือนเราว่า ไม่มีภาคส่วนไหนจะช่วยเราได้นอกจากครอบครัวของเราเอง โดยเชื่อว่าความรักจากครอบครัวจะเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีต่อตนเองและเพื่อนมนุษย์

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงกล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษา ถือเป็นของขวัญพิเศษที่จะเป็นก้าวสำคัญในการผลิตคนรุ่นใหม่ เพราะเยาวชนคือความยุติธรรมและสันติภาพที่จะช่วยสร้างโลกใบนี้ให้ยั่งยืน อยากให้พวกเราทุกคนได้ฟังเสียงของคนจน คนที่ถูกตัดสิทธิ์ ผู้ถูกกดขี่ ชนพื้นเมืองและชนกลุ่มน้อยทางศาสนาให้มากขึ้น ทุกคนต้องร่วมกันส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเคารพสิทธิเสรีภาพทางศาสนา ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความงามทางธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม หวังว่าพวกเราทุกคนจะช่วยคนหนุ่มสาวในการค้นหามรดกทางวัฒนธรรมที่พวกเราอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้เด็กด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าการสร้างความยุติธรรมทางสังคม รักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แสวงหาหนทางเพื่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติและรักษาทรัพยากรให้ชีวิตบนโลกของเรา จากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงฉายภาพหมู่ร่วมกับผู้นำศาสนาต่างๆ และรับมอบของที่ระลึกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนเสด็จฯกลับ

เย็นวันเดียวกัน สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จไปประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณสำหรับเยาวชน ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ สมเด็จพระสันตะปาปา ประทานพรให้แก่เยาวชนตอนหนึ่งว่า พระเจ้าได้รับทราบว่าคุณคนหนุ่มสาวเป็นอนาคตบนโลกใบนี้ และคาดหวังว่าเยาวชนจะสานภารกิจให้แก่พระองค์ได้เป็นอย่างดี โดยร่วมกันแบ่งปันความสุขให้แก่ผู้อื่น มีความอดทนต่อความทุกข์ที่เข้ามาในชีวิต หวังว่าเยาวชนจะเป็นพลังและความหวังให้แก่โลกใบนี้ ขอให้ทุกคนรักษาความสุขของทุกคนไว้และมองไปสู่อนาคตด้วยความมั่นใจ ขอให้พระเยซูคือน้ำมันที่จำเป็นต่อการจุดประกายชีวิตของทุกคน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสโป๊ปฟรานซิสคริสตชนไทยรับเสด็จวัดนักบุญเปโตรนครปฐมข่าวหน้า1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้