ลุงวัย 69 วิ่งไล่ตามรถบัสที่สตาร์ตเครื่องแล้วไหลชนป้อมยาม บ้านเอื้ออาทรลาดหลุมแก้ว 2 พัง แล้วเกิดหอบและช็อกหมดสติหน้าป้อมยามก่อนจะเสียชีวิต เผยมีโรคประจำตัว ตร.ส่งศพไปชันสูตรหาปมการตายต่อไป
เมื่อเวลา 06.20 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 ร.ต.อ.ประสพศิลป์ พิมพ์มีลาย รอง สว.(สอบสวน) สภ.คูบางหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุรถบัสรับส่งคนงานพุ่งชนป้อมยาม การเคหะแห่งชาติ บ้านเอื้ออาทรลาดหลุมแก้ว 2 ม.5 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และมีคนขับคาดว่ามีโรคประจำตัวหมดสติ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ลาดหลุมแก้ว และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ในที่เกิดเหตุบริเวณป้อมยามหน้าทางเข้าออกของบ้านเอื้ออาทรดังกล่าว พบรถบัสรับส่งพนักงาน หมายเลขทะเบียน 30-1474 ปทุมธานี สภาพด้านซ้ายชนกับป้อมยาม หน้ารถกระจกร้าว ข้างรถมีรอยครูด ส่วนตัวป้อมยามได้รับความเสียหายจำนวนมาก พร้อมกับไม้กั้นทางเข้าก็หักพับ ที่ริมถนนพบร่างนายสมทรง ทองขาวขำ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125/21 ม.5 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี นอนหงายหมดสติ เจ้าหน้าที่กู้ชีพฯ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ จึงพยายามช่วยกันทำซีพีอาร์ปั๊มหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบถามลูกชายผู้ตาย กล่าวว่า รถคันดังกล่าวพ่อตนเป็นคนขับรถบัสส่งพนักงาน และพักอยู่ในบ้านเอื้ออาทรแห่งนี้ โดยจะมาจอดรถไว้ที่ริมถนนใกล้ป้อมยามเป็นปกติ และช่วงเช้าของทุกวัน จะมาเช็ดรถก่อนไปรับคนงานทุกวัน และเมื่อช่วงเช้ามืดขณะที่รถจอดก็มีรถเก๋งของคนในหมู่บ้านเดียวกันขับมาชน และทางประกันก็มาเจรจาและยอมรับชดใช้ให้ จากนั้นเมื่อเช้าพ่อตนได้มาเช็ดรถ เพื่อเตรียมตัวออกไปรับพนักงาน โดยคาดว่าพ่อตนน่าจะสตาร์ตรถไว้เพื่อไล่ลม โดยตัวพ่อยืนอยู่ข้างรถ แต่แล้วจู่ๆ รถเกิดไหล พ่อตนพยายามจะวิ่งไล่เพื่อจะเข้าไปในรถแต่ไม่ทัน ทำให้รถพุ่งไปชนไม้กั้นและเฉี่ยวชนกับป้อมยามจนพัง ส่วนพ่อตนคงจะเกิดอาการเหนื่อยหอบและช็อกหมดสติล้มลงหน้าป้อมยาม และเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบว่าพ่อมีโรคประจำตัวหรือไม่
ทางด้านพนักงานสอบสวน กล่าวว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดก็พบว่ารถไหลมาโดยไม่มีคนขับ และในขณะนั้นมี รปภ.ป้อมยาม จำนวน 2 คนเห็นเหตุการณ์และกระโดดวิ่งหนีได้ทัน สันนิษฐานว่าคนขับสตาร์ตเครื่องไว้ แล้วรถเกิดเข้าเกียร์ทำให้ค่อยๆ ไหลพุ่งมาชนดังกล่าว ส่วนคนขับพยายามจะขึ้นรถเพื่อจะหยุดแต่ด้วยอายุมากและเดินไม่ค่อยถนัดจึงทำให้ไม่สามารถขึ้นเบรกรถได้ทัน สำหรับการเสียชีวิตนั้นคาดว่าช่วงที่ดันรถอาจจะเหนื่อย จนทำให้โรคหัวใจกำเริบและเสียชีวิต อย่างไรก็ตามจะต้องสอบถามภรรยาและผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้งว่าผู้ตายมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจหรือไม่ ก่อนมอบศพให้มูลนิธิฯ นำส่ง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง และจะได้มอบศพให้ญาติมารับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป.