ข่าว
100 year

ชัยวัฒน์-พวก ได้ประกันตัว โอดเป็นจําเลยสังคม (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์13 พ.ย. 2562 05:25 น.
SHARE

พร้อมสู้แบบเปิดหน้า ดีเอสไอค้นไร่เพชรบุรี

“ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” พร้อมลูกน้องรวม 4 คนควงทนายเข้ามอบตัวดีเอสไอตามที่ประกาศไว้ สอบเครียด 4 ชม.ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนส่งฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ พร้อมคัดค้านการประกันตัว ต่อมาศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ด้วยหลักทรัพย์คนละ 8 แสนบาท อัดดีเอสไอตั้งธงดำเนินคดีกับตัวเอง โวยสื่อสร้างสตอรีจนกลายเป็นจำเลยสังคม พร้อมสู้คดีในชั้นศาลให้ถึงที่สุด “ไพสิฐ” ยัน ดีเอสไอไม่ได้กลั่นแกล้ง เป็นไปตามพยานหลักฐาน พร้อมส่งกำลังอีกชุดตรวจค้นไร่ชัยราชพฤกษ์และจุดต้องสงสัยใน จ.เพชรบุรี พี่ชายชัยวัฒน์เผย ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย โวยถูกกลั่นแกล้ง

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หอบสำนวนการสอบสวนขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมพวกรวม 4 คน ความผิด 11 ข้อหา กรณีละเว้นปฏิบัติหน้าที่และอุ้มฆ่านายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกลุ่มกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 พ.ย. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และอดีตเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอีก 3 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ พร้อมทนายความ เดินทางมามอบตัวท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมาก นายชัยวัฒน์เผยว่า หลังจากดีเอสไอแถลงข่าวเป็นระยะ พอจะรู้แล้วว่า เป้าหมายอยู่ที่ตนกับลูกน้อง วันนี้พร้อมให้การ เนื่องจากที่ผ่านมาสื่อสร้างสตอรีสร้างอะไรต่างๆขึ้นมาจนชีวิตราชการของตนและลูกน้องไม่มีที่ยืน หลักฐานที่มีมามันจริงเท็จอย่างไร สื่อเองต้องนำเสนอตามความเป็นจริง

“วันนี้ชีวิตข้าราชการผมต้องมายืนอยู่แบบนี้ ผมคือผู้พิทักษ์ป่าและรักษาป่ามาตลอดชีวิต ทุ่มเทชีวิตและจิตใจเพื่อแผ่นดิน แต่กระแสข่าวที่ออกมาทำให้ตกเป็นจำเลยสังคม โดยเฉพาะโลกโซเชียล ทำกันแบบนี้ให้ความเป็นธรรมกับผมมากน้อย ยืนยันว่าผมต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมมาตลอด ไปกล่าวหาใครผมให้เขามีสิทธิต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม เขามีสิทธิพูด กล่าว เอ่ยในทุกเรื่อง แต่สื่อเองทำผม ครอบครัว หรือแม้แต่สถาบันของผมเป็นผู้ร้ายในโลกโซเชียล ความผิดชอบชั่วดี ใครเป็นคนทำ หลักฐานเป็นอย่างไร เคยนำเสนอหรือไม่” นายชัยวัฒน์กล่าว

นายชัยวัฒน์กล่าวด้วยว่า วันนี้จะมาดูหลักฐานที่ดีเอสไอ ขอหมายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบกลางซึ่งเป็นศาลที่ชี้ว่าผมทุจริต ไม่ได้ชี้ว่าผิดในคดีอาญาไปฆ่าใคร แต่มูลสารมูลเหตุที่จูงไปยังการถูกแจ้งข้อกล่าวหา มันจูงไปว่าทำร้ายร่างกาย ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต และที่มาวันนี้ต้องการรู้ว่า ดีเอสไอแจ้งข้อหาอะไรบ้าง เพราะศาลอาญาไม่ได้ออกหมายจับ ขอความเป็นธรรมกับสื่อดูไปเรื่อยๆว่า ข้อมูลที่มีอยู่ทุกวันนี้ ดีเอ็นเอ เศษกะโหลกที่เจอ แม้กระทั่งถัง ตนและลูกน้องพร้อมสู้ไม่หนี ครอบครัวตนอยู่นี่ รับราชการอยู่ รักศักดิ์ศรีมาตลอด หากเข้าไปแล้วทราบว่า ดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหาอะไรบ้าง จะออกมาชี้แจงอีกครั้ง

มีรายงานด้วยว่า นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เดินทางมาให้กำลังใจนายชัยวัฒน์และลูกน้อง เผยว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจนายชัยวัฒน์ที่เดินทางมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ในฐานะลูกน้องเก่าที่เคยร่วมชะตากรรมปราบปรามไม้พะยูงที่ จ.ภูเก็ตด้วยกัน แต่ไม่ได้พูดคุยกัน เพียงแค่ตบไหล่ให้กำลังใจเท่านั้น ส่วนเรื่องคดีความต้องไปสู้กันในชั้นศาล ตนไม่สามารถชี้นำได้ เนื่องจากนายชัยวัฒน์เป็นผู้รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร

หลังสอบปากคำนายชัยวัฒน์และลูกน้องร่วม 4 ชม. พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ คุมตัวนายชัยวัฒน์พร้อมพวกเดินทางไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นายชัยวัฒน์กับพวกมีสีหน้าเครียด ก่อนถูกคุมตัวขึ้นรถตู้ 2 คัน คันละ 2 คน นายชัยวัฒน์กล่าวเพียงสั้นๆว่า จะไปขอยื่นประกันตัวที่ศาล

พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาและแจ้งพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ได้ใช้สิทธิขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง พนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว

ส่วนกรณีที่นายชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อหาที่ถูกแจ้งเป็นคดีอาญา แต่ศาลคดีอาญาทุจริตฯ เป็นผู้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ปกรณ์ระบุว่า เนื่องจากเป็นการทุจริตในหน้าที่ราชการ ประพฤติโดยมิชอบส่วนความคืบหน้าคดียังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับใครเพิ่ม ต้องสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมให้ครบถ้วนก่อน แต่ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าตรวจค้นบ้านนายชัยวัฒน์และญาติ 4-5 จุดพื้นที่ จ.เพชรบุรี เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าได้หลักฐานอะไรเพิ่มบ้าง ยืนยันคดีนี้ดีเอสไอไม่ได้ตั้งธงหรือพุ่งเป้าไปที่ใคร ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติกลาง เมื่อเวลา 14.25 น. พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ควบคุมนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร นายบุญแทน บุษราคำ นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่าบิลลี่มายื่นฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 พ.ย. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น พร้อมคัดค้านการให้ประกันตัว ทันทีที่นายชัยวัฒน์ลงจากรถตู้ของดีเอสไอ สื่อมวลชนจำนวนมากเริ่มยิงคำถาม นายชัยวัฒน์ตอบยืนยันความบริสุทธิ์ว่า ไม่ได้ทำ และส่วนตัวไม่กังวลเรื่องของคดีความ เพราะไม่เกี่ยวข้อง และกำลังขอยื่นประกันตัว เตรียมใช้เอกสารรับรองจากกรมอุทยานฯ ใช้ตำแหน่งยื่นเป็นหลักทรัพย์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฝากขังนี้ น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของนายบิลลี่ในฐานะผู้เสียหาย เดินทางมายื่นคำร้องขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ด้วย ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 500,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง ต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายชัยวัฒน์ กับพวกรวม 4 คน ตีหลักทรัพย์คนละ 800,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศและต้องมารายงานตัวในวันที่ 25 พ.ย.

น.ส.พิณนภา หรือมึนอ ภรรยาบิลลี่ ระบุว่า ส่วนตัวยังรู้สึกดีที่มีความยุติธรรมหลงเหลือให้พวกตนบ้าง ขอบคุณดีเอสไอที่ทำคดีนำมาสู่การแจ้งข้อหา แต่คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด ต้องสู้ต่อ ส่วนกรณีผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ยอมรับว่ารู้สึกไม่ปลอดภัยเรื่องอิทธิพลมืด แต่ดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลแล้ว วันนี้มีโอกาสพบหน้านายชัยวัฒน์แต่ไม่ได้คุย ไม่ได้รู้สึกอะไร ส่วนตัวไม่ได้เจาะจงว่า ใครทำสามี แต่คิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อยากให้คนทำออกมารับผิดชอบ

ต่อมาเวลา 19.00 น. หลังได้ประกันตัว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณศาลให้ความเมตตาพิจารณาให้ประกันตัว หลังจากนี้พร้อมสู้คดีในชั้นศาล ยืนยันมาตลอดว่า เมื่อจับกุมเรื่องน้ำผึ้งแล้วปล่อยตัวนายบิลลี่ไป วันที่ 16 พ.ย. จะเดินทางไปที่สะพานแขวนเพื่อสาบานยืนยันความบริสุทธิ์หากใครทำในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำขอให้บุคคลนั้นมีอันเป็นไป หลังจากนี้พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับข้อมูลที่พอจะบอกได้ พร้อมสู้แบบเปิดหน้า อย่างไรก็ตาม ตนและน้องเจ้าหน้าที่ต่างมีครอบครัว ขออย่ามองคดีนี้เป็นเพียงประเด็นดราม่า ส่วนตัวคิดมาตลอดว่า อาจมีประเด็นเรื่องการถูกกลั่นแกล้งจากที่ตนทำงานจับกุมคดีใหญ่หลายคดี

ส่วนนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ เผยว่า หลังจากคุมตัวนายบิลลี่ยืนยันว่า ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปอย่างแน่นอน เป็นไปตามที่พวกตนเคยให้การไว้ ส่วนการถูกดำเนินคดีรู้สึกตกใจอยู่เหมือนกันและกังวลที่ถูกดำเนินคดี เพราะเราทำงานตรงนี้มานาน ไม่เคย ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งหลักฐานที่ดีเอสไอเสนอมา ไม่ใช่สิ่งที่พวกตนทำกัน ยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นคนปล่อยนายบิลลี่ และนำรถจักรยานยนต์ลงจากรถขนส่งให้เอง ส่วนที่หลักฐานครั้งนี้เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดหรือไม่ ขอให้สื่อมวลชนลองติดตามดู ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า มีกลุ่มบุคคลใดทำให้พวกตนต้องถูกดำเนินคดีหรือไม่ ยังพูดอะไรไม่ได้ ขอให้ดูกันต่อไป พวกตนรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวเหมือนกัน เพราะเคยมีกรณีที่ครอบครัวถูกคุกคาม

ที่สำนักงาน ปปง. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ว่า จากหลักฐานที่มีทั้งหมด ทั้งพยานบุคคลที่สอบไปแล้วกว่า 100 ปาก พยานวัตถุ ภาพกล้องวงจรปิด พยานหลักฐานทางเทคนิค และบันทึกการใช้โทรศัพท์พบว่า นายชัยวัฒน์จับกุมนายบิลลี่ไป แต่ไม่มีหลักฐานการปล่อยตัว นายชัยวัฒน์ไม่สามารถปฏิเสธข้อเท็จจริงนี้ได้ รวมทั้งนายชัยวัฒน์กับพวกมีข้อพิพาทเป็นคู่กรณีกับกลุ่มกะเหรี่ยงในพื้นที่มาตลอด ทั้งปัญหาที่อยู่อาศัย ผู้นำชุมชนถูกยิง และยังมีข้อมูลจากศาลปกครองที่มีคำสั่งให้ชดใช้บ้านกะเหรี่ยงที่ถูกเผา ประเด็นการสอบสวนนายชัยวัฒน์วันนี้เน้นยืนยันและเชื่อมโยงหลักฐานที่มีทั้งหมด หลังจากนี้จะออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้ใดอีกหรือไม่ ต้องดูพยานหลักฐานเชื่อมโยง ยืนยันดีเอสไอไม่ได้กลั่นแกล้ง แต่ดำเนินการตามขั้นตอนและพยานหลักฐาน

นายสุริยันห์ หงส์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมเผยว่า เหตุที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษนำคำร้องขอหมายจับตัวนายชัยวัฒน์กับพวกต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เนื่องจากคดีนี้กล่าวหาว่า ผู้ต้องหากระทำผิดหลายข้อหาและมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวพันอยู่ด้วย ซึ่งเป็นเพียงชั้นสอบสวนและขอออกหมายจับเท่านั้น ดังนั้น ชั้นขอออกหมายจับไปขอต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯได้

ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ดีเอสไอดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม ออกหมายจับหมายค้น ดีเอสไอ ต้องดำเนินการไปตามคำสั่งศาล ให้ไปตรวจค้นหรือกระทำการใดก็แล้วแต่ เป็นการสืบหาหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบถ้วน หากถูกออกหมายจับบุคคลนั้นต้องมอบตัวหรือดีเอสไอเข้าจับกุม ส่วนเรื่องการควบคุมตัวอยู่ที่ศาลให้ประกันหรือไม่ แต่เมื่อศาลออกหมายจับแสดงว่ามีมูล พยานหลักฐานต่างๆที่ดีเอสไอมีอยู่รัดกุม ที่ต้องไปหาหลักฐานเพิ่มเติมเป็นเรื่องของกระบวนการเพื่อความสมบูรณ์

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ทราบว่านายชัยวัฒน์เข้ามอบตัวแล้ว ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการไปตามข้อกล่าวหาไม่มีอะไรพิเศษ ต่างฝ่ายต่างมีสิทธิ์ ผลจะออกมายังไง ทส.น้อมรับคำตัดสิน ไม่มีอะไรซับซ้อน และนายชัยวัฒน์ไม่ได้เข้ามาพูดคุยอะไรกับตน

ส่วนที่ไร่ชัยราชพฤกษ์ ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำหมายค้นศาลอาญาคดีทุจริตฯเข้าตรวจค้น โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไป มีนายสุรสีห์ ลิ้มลิขิตอักษร อายุ 73 ปี อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนอกจอก พี่ชายนายชัยวัฒน์ เป็นคนนำตรวจค้น หลังจากนั้นนายสุรสีห์เผยว่า ไร่แห่งนี้เป็นที่ดินที่พวกเราทำกินกันมาตั้งแต่ดั้งเดิมเมื่อครั้งเป็นไร่สับปะรด ช่วงเช้าดีเอสไอนำนักประดาน้ำมาตรวจค้นสระน้ำ 2 แห่ง และบริเวณรอบๆไร่ที่มีเนื้อที่กว่า 70 ไร่ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย การออกหมายจับนายชัยวัฒน์ครั้งนี้ มูลเหตุถูกกลั่นแกล้งจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์การทำหน้าที่หัวหน้าชุดพญาเสือของน้องชายที่ต้องผจญกับผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรดีเอสไอบิลลี่บิลลี่ พอละจีพอละจี รักจงเจริญแก่งกระจานข่าวหน้า1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้