กีฬา
100 year

แก๊งตีกันในโรงพยาบาล ถูกจับแล้ว 3 คน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 พ.ย. 2562 05:13 น.
SHARE

ตำรวจหิ้วดำเนินคดีแล้ว 3 แก๊งนักเที่ยวอันธพาลตีกันในร้านอาหาร ก่อนยกพวกตะลุมบอนซ้ำอย่างอุกอาจในห้องฉุกเฉิน รพ.อ่างทอง มีหลักฐานกล้องวงจรปิดยืนยันชัด เผยยังมีผู้ร่วมก่อเหตุเตรียมมอบตัวเพิ่มเติม แฉที่ผ่านมาเคยมีเหตุถล่มกันในโรงพยาบาลแห่งนี้มาแล้ว ลั่นเอาผิดเด็ดขาดฐานบุกรุกเข้าไปก่อเหตุในสถานที่ราชการ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเตรียมหามาตรการล้อมคอกเหตุร้ายโรงพยาบาลทุกแห่ง

จากเหตุการณ์แก๊งนักเที่ยว 2 กลุ่มเกิดเขม่นยกพวกตีกันในร้านอาหารดังใน จ.อ่างทอง เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย แต่ยังไม่หายซ่าเปิดศึกตะลุมบอนกันอีกรอบ ขณะมารักษาตัวห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทอง เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งตำรวจนำกำลังมาระงับเหตุ พร้อมคุมตัววัยรุ่นคู่กรณีทั้งสองกลุ่มไปสอบสวน เพื่อหาตัวผู้ร่วมก่อเหตุดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด เนื่องจากพฤติกรรมอุกอาจก่อเหตุวิวาทในสถานที่ราชการ

ต่อมาสายวันที่ 11 พ.ย. พ.ต.ท.รุ่งเกียรติ นาทัย สว. (สอบสวน) สภ.เมืองอ่างทอง นำตัวผู้ต้องหา 3 คนที่ร่วมก่อเหตุมาสอบสวนเพิ่มเติม หลังตำรวจสอบปากคำเบื้องต้นและปล่อยตัวไปชั่วคราว กระทั่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดยืนยันชัดผู้ต้องหาสามคนที่อยู่กลุ่มเดียวกันร่วมกันก่อเหตุ ก่อนขอหมายจับศาลจังหวัดอ่างทองให้ดำเนินคดีผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.นายนันทวัช หรืออาร์ม สร้างเขต อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 10 ต.บ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง นายบุญประสิทธิ์ หรือต้น วีระพงศ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ถนนอ่างทอง-โพธิ์ทอง ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง และนายธนาธิป หรือเอ็ม มุรินทร์จันทร์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ 10 ต.บ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง

บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบ.ช.ภ.1 เดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องหาที่ สภ.เมืองอ่างทอง พล.ต.ต.ธนายุตม์เปิดเผยว่า มาเร่งรัดคดีดังกล่าว และมาให้กำลังใจแพทย์และพยาบาล เพราะเหตุการณ์ตะลุมบอนในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลอ่างทองเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ดูจากคลิปพบว่าเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำให้ประชาชนที่เข้ามารับการบริการในโรงพยาบาลเกิดความกลัวไม่ปลอดภัยจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ พร้อมสั่งให้ตำรวจเพิ่มความเข้มในการดูแลรักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาล

รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ฝากเตือนพี่น้องประชาชนขอให้ช่วยดูแลลูกหลานให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันลักษณะนี้ เพราะโรงพยาบาลถือเป็นสถานที่ทีี่่ต้องปลอดภัยที่สุด ขณะนี้ตำรวจดำเนินคดีผู้ต้องหาไปแล้ว 3 คนในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มวัยรุ่นร่วมก่อเหตุจะเดินทางเข้ามอบตัวรับข้อกล่าวหาเพิ่มเติมก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน

ที่ห้องประชุมสุวัตร์ งามภูพันธ์ โรงพยาบาลอ่างทอง นพ.ประภาส ลี้สุทธิพรชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง พร้อมผู้บริหารร่วมกันแถลงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าแนวทางการรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลมีขั้นตอนที่ชัดเจน โดยประสานตำรวจเข้ามาระงับเหตุแล้ว โรงพยาบาลให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยผู้รับบริการ แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่สมควรเกิดขึ้นในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานพยาบาลดูแลรักษาผู้ป่วย และขณะนั้นมีผู้ป่วยหนักใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ในห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขสั่งให้ดำเนินการกับผู้ก่อเหตุความรุนแรงในโรงพยาบาลทุกกรณีไม่มียกเว้น อีกทั้ง ผวจ.อ่างทองลงมาดูแลสั่งให้เอาผิดผู้ก่อเหตุทุกคน

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงแนวทางป้องกันเหตุร้ายในโรงพยาบาลว่า กรณีที่เกิดขึ้นต้องอาศัยมาตรการป้องปราม เริ่มจากให้โรงพยาบาลทั่วประเทศเตรียมความพร้อม เช่นมีระบบรักษาความปลอดภัยในห้องฉุกเฉิน ทำประตู 2 ชั้น ติดกล้องวงจรปิดทุกจุด และต้องใช้งานได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ จะให้โรงพยาบาลทุกแห่งมีระบบเชื่อมต่อตำรวจทันที เมื่อเกิดเหตุตีกันในโรงพยาบาลสามารถแจ้งตำรวจได้โดยตรงเพื่อนำกำลังมาระงับเหตุอย่างทันท่วงที เนื่องจากตำรวจเพียง 2-3 คนไม่สามารถระงับเหตุได้เพราะผู้ก่อเหตุจำนวนมาก ต้องเตรียมกำลังเป็นการเฉพาะ ขอย้ำว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะไม่มีการยอมความ ไม่ว่าอายุมากหรือน้อยให้ดำเนินคดีทุกรายถึงที่สุด ทั้งนี้ ยังประสานศาลให้เพิ่มโทษผู้ก่อเหตุในโรงพยาบาลด้วย ส่วนบทลงโทษจะรุนแรงแค่ไหนขึ้นอยู่ดุลพินิจของศาลแต่อยากให้เพิ่มโทษมากกว่ากรณีอื่นๆที่มีการบุกรุก หรือก่อเหตุใช้ความรุนแรงในสถานที่ราชการทั่วไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตีกันวัยรุ่นตีกันยกพวกตีกันตีกันในรพ.3โจ๋ตีกันรพ.อ่างทองข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้