ข่าว
100 year

นาแปลงใหญ่ กข 43 รัฐเอกชนหนุนชาวนา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ต.ค. 2562 07:15 น.
SHARE

“ทำนาปลูกข้าวมาตลอดทั้งชีวิต ถึงเวลาเกี่ยวข้าวจะเอาไปขายให้ท่าข้าว หรือไม่ก็เข้าโรงสี ต่างคนต่างขาย ชาวบ้านแต่ละคนได้ราคาแตกต่างกัน ตีราคารับซื้อให้เท่าไรก็ต้องยอม”

นายประวิทย์ หอมยามเย็น ประธานกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่เดิมบางร่วมใจ 1 อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เล่าว่า เมื่อก่อนปลูกข้าวปทุมธานี ทุกปีส่งข้าวขายให้ท่าข้าวที่มาเปิดจุดรับซื้อ กระทั่งจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับบริษัท ข้าว ซี.พี.จำกัด (ข้าวตราฉัตร) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว และกรมวิชาการเกษตร มีโครงการนาแปลงใหญ่ปลูกข้าว กข 43 จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ

หลังเข้าโครงการ ทีมเจ้าหน้าที่จะเข้ามาให้คำแนะนำเป็นพี่เลี้ยง เดินลงทุ่งลงนาไปด้วยกัน ตรวจเช็กตั้งแต่เตรียมดิน เก็บตัวอย่างน้ำ เดินสำรวจแปลงนาอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งเกี่ยวข้าวได้ ช่วงไหนมีข้อสงสัยซักถามกันได้เลยไม่ต้องเสียเวลาไปหาที่สำนักงานเหมือนสมัยก่อน

“ทำนาได้ข้าวมากน้อยแค่ไหนอยู่ที่คนปลูก หากใส่ใจดูแลจัดการตามที่เจ้าหน้าที่เข้ามาแนะนำ ข้าวได้มาตรฐาน ก็ขายได้ราคา ตอนปลูกยังสามารถลดการใช้สารเคมีอย่างถูกวิธี ต่างจากเมื่อก่อนมีการรณรงค์ให้งดปุ๋ย งดเคมี แต่เพราะชาวบ้านใช้เคมีกันมานานจนกลายเป็นความเคยชิน ครั้นจะให้เปลี่ยนโดยที่ไม่มีความรู้ ไม่มีใครเข้ามาช่วยแนะนำ อบรม มีผลทำให้ปริมาณข้าวลดลง ขายได้ไม่คุ้มทุน”

ข้าวที่ปลูกระยะเวลาสั้น ต้นทุนลดลง หลังผ่านการตรวจได้มาตรฐานแปลงนา GAP ก็จะขายข้าวได้ง่ายราคาดี ไม่ต้องใช้เคมี สุขภาพคนปลูกดี ข้าวของเราปลอดภัยทั่วทั้งแปลงนา และข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวจะแบ่งส่งขายให้ ซี.พี.ตราฉัตร อีกส่วนแบ่งสีขายในแบรนด์ “กลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่เดิมบางนางบวช” ให้นักท่องเที่ยว ตลาดใกล้เคียง และตามงานต่างๆ จากปีแรกที่ปรับพื้นที่เข้าร่วมโครงการ 50 ไร่ ปีนี้ ลุงประวิทย์ เลยชักชวนญาติพี่น้องกับเพื่อนบ้านเข้าโครงการพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 113 ไร่

นายไตรรัตน์ อุดมศรีโยธิน รองกรรมการผู้จัดการงานพัฒนาวัตถุดิบต้นน้ำ บริษัท ข้าว ซี.พี.จำกัด (ข้าวตราฉัตร) บอกว่า ทีมงานเจ้าหน้าที่จะให้คำปรึกษาต่อเนื่องตั้งแต่วางแผนเพาะปลูก ใช้เทคโนโลยี และเครื่องจักรกลเข้ามาใช้ในระบบการผลิต ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก ดูแลรักษา เพื่อให้เก็บเกี่ยวผลผลิตพร้อมกัน การรวมกลุ่มเกษตรกรทำให้เกิดความเข้มแข็ง มีอำนาจในการต่อรอง เพื่อลดต้นทุนการผลิต สามารถประหยัดทั้งเวลา และแรงงาน ผลผลิตข้าวจึงได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค

ด้าน นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการ มกอช. เผยว่า กระบวนการรับรองการผลิตข้าวแบบกลุ่ม เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถขอการรับรองได้รวดเร็วขึ้น โดยกลุ่มเกษตรกรต้องมีระบบการผลิตและระบบควบคุมภายในกลุ่ม (Internal Control System) ที่มีประสิทธิภาพ มีการผลิตที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดเชื่อถือได้ ระบบควบคุมภายในกลุ่มช่วยให้การบริหารงานเป็นระบบ กลุ่มสามารถปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามแนวทางความยั่งยืนตรงตามข้อปฏิบัติที่ได้ตกลงกันไว้.

เพ็ญพิชญา เตียว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทำนาเกษตรแปลงใหญ่นาแปลงใหญ่กข 43สุพรรณบุรีเพ็ญพิชญา เตียวเกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้