ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้ชุมชนท้ายกรม จ.อยุธยา เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงนับ 10 คัน เร่งควบคุมเพลิง คาดสาเหตุเกิดจากช่วงไฟดับชาวบ้านนำเทียนมาจุด จนเกิดเพลิงรุกไหม้ มีเพียงผู้บาดเจ็บสำลักควัน 5 ราย ส่วนค่าเสียหายยังประเมินไม่ได้...

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 27 ก.ย.62 ร.ต.อ.สามารถ รักษาศักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนท้ายกลม หมู่ 8 ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จึงประสาน นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ เลขานุการนายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา แลประสานงานรถดับเพลิงพื้นที่ใกล้เคียง กว่า 10 คัน พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา เข้าระงับเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบเป็นซอยคับแคบ ภายในชุมชนท้ายกลม ภายในซอยพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเรือนประชาชน ซึ่งปลูกเป็นห้องเช่า เลขที่ 56 หมู่ 8 ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็วเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมรถดับเพลิงในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คันช่วยกันระดมฉีดน้ำใช้เวลากว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควัน 4 – 5 ราย เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา อาการปลอดภัย

...

สอบถาม นายมงคล ปรางค์สมจิตร อายุ 40 ปี ชาวบ้าน ซึ่งอยู่บ้านใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ เล่าว่าขณะเกิดเหตุนั้นไฟฟ้าบริเวณชุมชนได้ดับลง เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. จนทำให้บ้านเรือนที่อยู่ในชุมชนต้องจุดธูปและเทียนเพื่อส่องแสงสว่างหลายชั่วโมงขณะเกิดเหตุตนเองนั่งอยู่หน้าบ้านและเห็นแสงเพลิงกำลังลุกไม่ขึ้น ตนจึงร้องตะโกนให้ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นช่วยกันฉีดน้ำสกัดและแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้มาทำการช่วยเหลือ

นางอัญมณี มณีนัย 42 เจ้าของหอ เล่าว่าบ้านหลังดังกล่าว ปลูกเป็น 2 ชั้นชั้นบนปลูกเป็นบ้าน ไม้และชั้นล่าง ปลูกเป็นปูนแบ่งเป็นห้องเช่า จำนวน 7 ห้อง มีคนเช่าอยู่ 5 ห้อง แต่ขณะเกิดเหตุตนเองไม่ได้อยู่ ที่นี่ จะอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลได้ มีชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งว่าหอพักตนถูกไฟไหม้ จึงรีบเดินทางมาดู ก็แทบช็อค ว่าหอพักตนเองถูกไฟไหม้ ส่วนสาเหตุ เบื้องต้นเกิดจากคนที่เช่าห้อง น่าจะเป็นห้องที่ 6 ได้จุดเทียนตั้งไว้ภายในห้อง และได้มานั่ง ย่างหมูกะทะกิน นอกห้อง ขณะนั้น คาดว่าเทียน อาจจะล้ม จนทำให้ ไปติดวัสดุไวไฟ จึงเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบและให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้.