ข่าว
100 year

พิสูจน์ซากเสืออยู่ครบ เตรียมเสนอเผาทำลาย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์21 ก.ย. 2562 05:15 น.
SHARE

กรมอุทยานฯ พาสื่อพิสูจน์ซากเสือของกลางวัดหลวงตาบัว ยัน “เขี้ยว-หนัง-กระดูก” ยังอยู่ครบไม่มีหาย เก็บใส่ถัง 200 ลิตรแช่ฟอร์มาลินเอาไปใช้ประโยชน์ต่อไม่ได้แน่ ขั้นตอนสุดท้ายขออนุมัติเผาทำลายตามหลักวิชาการและจะไม่นำเสือกลับไปให้วัดหลวงตามหาบัวเลี้ยงตามคำขอ ยันเจ้าหน้าที่ทุกคนดูอย่างดีถูกต้องตามหลักวิชาการ แต่ที่ตายเพราะเป็นโรคร้ายแรง

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชพาทีมสื่อมวลชนบุกพิสูจน์ซากเสือที่เสียชีวิต ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 20 ก.ย. น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ พร้อมด้วยนายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานฯ พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ พิสูจน์ซากเสือโคร่งที่บรรจุในถังแช่ฟอร์มาลิน เป็นเสือโคร่งของกลางจากการตรวจยึดจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี ที่ตายไปจำนวน 86 ตัว จากเสือของกลางทั้งหมด 147 ตัว โดยเคลื่อนย้าย ไปดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง 85 ตัว และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จ.ราชบุรี 62 ตัว ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา

โดยเสือโคร่งของกลางได้ทยอยตายลงไป 86 ตัว จากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดสุนัขที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสุนัขและสัตว์ป่าหลายชนิด รวมทั้งเสือโคร่ง ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเป็นการเฉพาะ ทำได้เพียงรักษาตามอาการ ส่วนซากเสือโคร่งได้ถูกบรรจุในถังพลาสติก 200 ลิตร และแช่ฟอร์มาลิน แต่การนำซากเสือบรรจุลงในถัง 200 ลิตร ไม่เพียงพอต่อขนาดของเสือโคร่งที่มีขนาดใหญ่ จึงต้องมีการตัดชิ้นส่วนเสือ เช่น ขาหน้า ขาหลัง แยกออกจากลำตัว และบรรจุใส่ถังที่เขียนรหัสไว้ เพื่อให้ทราบว่าเป็นซากเสือตัวไหน ขณะที่ซากเสือโคร่งบางตัวที่ถูกแช่มานาน ทำให้ฟอร์มาลินระเหยและเกิดแก๊สซึ่งจะทำให้ถังระเบิดจึงต้องนำฝังลงดินทั้งถัง

นายสมโภชน์กล่าวว่า การพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อให้สื่อและสาธารณชนได้ทราบข้อเท็จจริงในพื้นที่สถานที่ที่นำเสือของกลางมาเลี้ยงดูแล เพื่อให้ได้เห็นสภาพแวดล้อมของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี หนึ่งในสถานที่เก็บรักษาสัตว์ป่าของกลางของกรมอุทยานฯ และเป็นสถานที่เลี้ยงดูแลเสือของกลางที่ยึดจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ซากเสือของกลางแช่ฟอร์มาลินเพื่อรักษาซากและป้องกันไม่ให้นำอวัยวะของเสือไปทำประโยชน์อื่นได้อีก จากนี้จะฝังซากพร้อมถังลงพื้นดิน ความลึกไม่น้อยกว่า 3 เมตร หลังจากนี้หากมีการชี้แจงให้สังคมเข้าใจและหลักฐานครอบคลุมทั้งหมดแล้ว จะมีการเสนอขออนุมัติจากกรมอุทยานฯ เพื่อทำลายซากเสือโคร่งด้วยการเผา เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดตามหลักวิชาการ จะไม่เหลือซากให้ใครนำไปหาประโยชน์ได้อีก

ด้านนายบรรพต มาลีหวล หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง กล่าวว่า ตั้งแต่รับเสือของกลางมา เสือส่วนใหญ่มีอาการหายใจแรง เครียด อุจจาระสีคล้ำ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯได้ดูแลอย่างดีที่สุดตามหลักวิชาการ โดยปรับสภาพการดูแล ตั้งแต่อาหารการกิน ซึ่งรับเนื้อสดมาจากโรงงานผลิตที่ได้รับมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ ขณะที่กรงขังมีขนาด 40 ตารางเมตร แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่วิ่งเล่น มีบ่อน้ำ ส่วนพื้นที่ให้อาหารและส่วนพื้นที่นอน ขนาดกรง 50-60 ตารางเมตร สำหรับพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ แต่ทุกตัวขังแยกหมด ไม่มีการผสมพันธุ์

นายบรรพตกล่าวอีกว่า ต่อมาเริ่มมีเสือตายตัวแรกในเดือน พ.ค 2559 และเริ่มตายอีก 3-4 ตัว จึงได้ส่งชิ้นเนื้อตัวอย่างให้คณะสัตวแพทย์ มหิดล พบว่าเป็นโรคอัมพาตลิ้นกล่องเสียงและเป็นโรคหัดสุนัข ทางมหิดลได้ร่วมกับกรมอุทยานฯดูแลเสือโคร่งของกลางทั้งหมดเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นโรคร้ายแรง ยังไม่มียารักษาเป็นการเฉพาะ จึงเป็นสาเหตุให้เสือทยอยตาย โดยที่เขาประทับช้างได้รับเสือของกลางมา 85 ตัว ตายไป 54 ตัว และนำฝังกลบไปแล้ว 40 ตัว แช่อยู่ในถังฟอร์มาลินอีก 14 ตัว ขณะนี้ยังมีเสือที่มีชีวิตอยู่ 31 ตัว เสือที่เหลือเจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังเป็นอย่างดี

เมื่อถามว่า กรณีที่ทางวัดท้าว่าให้นำเสือกลับไปเลี้ยง โดยวัดจะเลี้ยงไม่ให้ตายอีก นายบรรพต กล่าวว่า อย่าท้าเลย เราไม่ควรเอาชีวิตสัตว์มาท้ากันแบบนี้ ใครจะว่าเจ้าหน้าที่ดูแลไม่ดี แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนดูแลอย่างดีที่สุดแล้ว และดูแลถูกต้องตามหลักวิชาการ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซากเสือวัดหลวงตาบัวพิสูจน์ซากเสือกรมอุทยานเขาประทับช้างราชบุรีข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้