ข่าว
100 year

เรื่องของเสือ หลวงตาจันทร์ ย้ำเสียงดัง "เลี้ยงไม่ได้ เราเลี้ยงเอง"

ไทยรัฐออนไลน์17 ก.ย. 2562 21:22 น.
SHARE


รมว.ท๊อป ส่ง "จตุพร บุรุษพัฒน์" ว่าที่ปลัด ทส. พบ "หลวงตาจันทร์" พูดคุยเข้มข้น เรื่องเสือของกลางตาย 86 ตัว ยืนยัน มานมัสการด้วยความเป็นห่วง ฝายหลวงตาโผงผางเสียงดังตามสไตล์ ย้ำวัดพร้อมเลี้ยงเสือ

จากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยึดเสือโคร่งของกลาง จำนวน 147 ตัว จากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือ(วัดเสือ)ที่เคยเป็น แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกในอดีต ตั้งอยู่ริมถนนสาย 323 กาญจนบุรี-ไทรโยค หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี นำไปดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เมื่อปี พ.ศ.2559 หรือ 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่กรมอุทยานฯได้เคลื่อนย้ายเสือจำนวนดังกล่าวไป ทำให้วัดเสือ แหล่งท่องเที่ยวซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เสือของกลางได้ทยอยเสียชีวิตลงด้วยโรคอัมพาตลิ้นกล่องเสียง จำนวน 86 ตัว จากของกลางทั้งหมด 147 ตัว

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พระวิสุทธิสารเถร (ภูสิต ขันติธโร) หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาส "วัดเสือ" ที่เคยเลี้ยงดูแลเสือมานานกว่า 15 ปี ไม่สบายใจ อีกทั้งยังได้เปิดเผยผ่านสื่อมวลชนว่า หากกรมอุทยานฯเลี้ยงไม่ไหวก็ขอให้เอากลับคืนมา แล้วจะลี้ยงให้ แต่ขอเป็นลูกเสือที่เกิดใหม่เท่านั้น นอกจากนี้หลวงตาจันทร์ ยังเกิดความไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากกรมอุทยานฯมีการให้ข้อมูลสื่อมวลชนว่า เสื้อที่ล้มตายทั้ง 86 ตัวนั้น ติดเชื้อมาตั้งแต่อยู่ที่วัดเสือ

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 ก.ย.62 นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยาการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ว่าที่ปลัดกระทรวงทรัพยาการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อม นายยุทธชัย ปัทธมสนธิ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ทสจ.กาญจนบุรี เดินทางเข้าพบ พระวิสุทธิสารเถร (ภูสิต ขันติธโร) หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ที่บริเวณศาลาการเปรียญ โดยมีสื่อมวลชนหลายสังกัด ติดตามไปทำข่าว

ขณะเดียวกันนายอธิธัช ศรีมณี ผู้จัดการมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้นำเอกสารแผนการบริหารจัดการเสือ ที่วัดเสือแบบเบ็ดเสร็จ ที่องค์กรอนุรักษ์สัตว์สากล VER PFOTEN โดย Dr.Amir Khalil ในฐานะเลขาธิการองค์กรอนุรักษ์สัตว์สากล VER PFOTEN เคยเสนอไปถึงกรมอุทยานฯเมื่อครั้งอดีต ที่วัดเสือกำลังโด่งดังมามอบให้กับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ เพื่อนำไปศึกษาและพิจารณาถึงแผนการบริหารจัดการเสือ ที่วัดเสือ แบบเบ็ดเสร็จ อีกครั้งหนึ่งด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ กราบนมัสการหลวงตาจันทร์แล้ว หลวงตาจันทร์จึงได้เล่าเรื่องในอดีตเกี่ยวกับแผนการที่ Dr.Amir Khalil เลขาธิการองค์กรอนุรักษ์สัตว์สากล VER PFOTEN จะให้การสนับสนุนเป็นเงินจำนวนมากถึง 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งนายจตุพร ก็รับฟัง

จากนั้น นายจตุพร ได้กล่าวกับหลวงตาจันทร์ว่า การที่ตนเดินทางมาในครั้งนี้ เนื่องจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีความเป็นห่วงหลวงพ่อ หลังจากเสือของกลางได้ทยอยตัวไปจำนวน 86 ตัว ซึ่งต้องการมารับฟังคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการดูแลเสือที่เหลือด้วย

หลวงตาจันทร์ ได้กล่าวกับนายจตุพรว่า ตนทราบข่าว รู้สึกเสียใจ เราเลี้ยงดูมารักเหมือนลูก แต่พอเอาไปก็ตายจำนวนมาก ความรู้สึกก็เหมือนกับคนที่ทราบว่า ลูกตาย ถ้าเลี้ยงไม่ได้ ส่งคืนมาเราจะเลี้ยงต่อเอง

นายจตุพร ได้กล่าวตอบว่า อยากยืนยันตรงนี้ว่า เสือที่เหลือทางราชการจะดูแลเอาใจใส่เต็มที่ ตอนนี้กำลังสอบสวนโรคว่าเกิดจากอะไรแน่ แต่ยืนยันว่า สามารถตรวจสอบซากทุกตัวได้ ส่วนการที่จะนำเสือกลับมา เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเพราะเป็นเสือของกลางที่มีกฎหมาย จะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่มาเพราะห่วงใยและเข้าใจถึงความรู้สึกของหลวงพ่อ จึงมากราบนมัสการ และขอรับฟังข้อแนะนำต่างๆ เพื่อนำไปรวบรวมกับแนวทางการบริหารจัดการต่อไป

หลวงตาจันทร์ กล่าวต่อว่า ตนเองยังต้องการทำโครงการเลี้ยงเสือต่อ เพราะหากดำเนินการต่อไปก็จะเกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว การจ้างงานในท้องถิ่น และสามารถนำเงินจากการท่องเที่ยวให้มาสะพัดใน จ.กาญจนบุรี เพราะที่ผ่านมามีการเสียภาษีปีละ 120 ล้านบาท ตรวจสอบได้ที่สรรพากรอำเภอไทรโยค ซึ่งการสานต่อโครงการนี้แต่เดิมเคยมีหน่วยงานแห่งหนึ่งที่เป็นของชาวต่างชาติ จะเข้ามาให้การสนับสนุนงบประมาณให้กับทางวัดในการดูแลเสือเพื่อรองรับการท่องเที่ยว โดยจะสนับสนุนเป็นเงินจำนวนมากถึง 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้มีการพูดคุยกันไปพอสมควร แต่มีการขนย้ายเสือออกจากวัด การพูดคุยจึงจบไป

ส่วนปัญหาการเสียชีวิตของเสือ 86 ตัว ก็ขอให้ช่วยดูแลเสือที่เหลืออย่างดีที่สุด เป็นอำนาจหน้าที่ของทางราชการ เราเชื่อว่า หากเอาใจใส่ก็จะทำให้เสือสามารถรอดอยู่ได้ แต่หากเลี้ยงไม่ได้ เราก็พร้อมที่จะรับมาดูแล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการพูดคุยระหว่างนายจตุพร บุรุษพัฒน์ กับหลวงตาจันทร์ ในครั้งนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น โดยหลวงตาจันทร์กล่าวกับนายจตุพรด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ทางนายจตุพรก็จะใช้คำพูดในการอธิบายอย่างอ่อนโยน ทำให้สามารถพูดคุยสนทนาอย่างต่อเนื่องราบรื่น แม้ว่านายจตุพรจะต้องคอยพูดขอให้หลวงตาจันทร์ใจเย็นๆ แต่เนื่องจากหลวงตาจันทร์ มีบุคลิกเป็นคนที่พูดจาเสียงดังโผงผาง และตรงไปตรงมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การพูดเสียงดัง จึงเป็นเรื่องปกติของหลวงตาจันทร์ อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นายจตุพร จึงกราบนมัสการลาหลวงตาจันทร์ เดินทางกลับ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เสือเสือตายวัดเสือเสือของกลางหลวงตาจันทร์ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้