ข่าว
100 year

เจอหลักฐานเด็ด คราบเลือดในรถ ของเจ้าหน้าที่อุทยาน เชื่อมโยงฆ่าบิลลี่

ไทยรัฐฉบับพิมพ์11 ก.ย. 2562 05:21 น.
SHARE

ดีเอสไอแอบคุยทีมสืบตำรวจภาค 7 ชุดคลี่คลายการหายตัวไปของกะเหรี่ยงบิลลี่ พบข้อมูลสอดคล้องกัน เข้าหลักเกณฑ์ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่รองโฆษก ตร. เผยเด้งดาบเท่งสืบภาค 7 เข้ากรุแล้ว หลังเป็นประเด็นโทร.ขู่เมียลูกน้องเก่าชัยวัฒน์ให้ซัดลูกพี่เป็นตัวการฆ่า ชี้ผลสอบ ผิดวินัยจริงแต่ไม่ร้ายแรง เป็นการคุยในลักษณะสนิทสนมไม่ใช่ขู่บังคับ ขณะที่ ป.ป.ท.โอนสำนวน คดี “บิลลี่” ถูกอดีต หน.แก่งกระจานจับคดีลอบขนน้ำผึ้งป่า แต่ไม่ส่งตำรวจ ให้ดีเอสไอ-ป.ป.ช.ชี้มูลต่อ ส่วนนายกฯกำชับดีเอสไอดูแลคดี “บิลลี่” ด้วยความเป็นธรรม

ความคืบหน้าการคลี่คลายคดีฆ่าเผานายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ยัดถังน้ำมัน 200 ลิตร ถ่วงน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่ดีเอสไอรับมาสอบสวนเป็นคดีพิเศษหลังการหายตัวไปอย่างปริศนา 5 ปี โดยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ประธานอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีนายบิลลี่ หรือพอละจี รักจงเจริญ ร่วมแถลงข่าวหลังประชุมหาข้อสรุปของคดี ใช้เวลาในการประชุม 2 ชั่วโมง พ.ต.ท.วันนพเผยว่า ผลประชุมสรุป ป.ป.ท.มีมติไม่รับสอบสวนคดีนายบิลลี่ ให้ส่งสำนวนสอบสวนทั้งหมดไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ ป.ป.ช. เพื่อมีมติชี้มูลต่อไป

โดยมีความเห็นว่าปรากฏข้อเท็จจริงจากสำนักงาน ป.ป.ช. ตามหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. ลงวันที่ 12 ก.ค. 62 แจ้งว่าสำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหานายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกจากดีเอสไอว่า กระทำความผิดฐานทุจริตหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีไม่เปรียบเทียบปรับ และไม่นำตัวนายบิลลี่ ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยาน พ.ศ.2504 พร้อมของกลาง ส่ง สภ.แก่งกระจาน ในคดีลักลอบขนน้ำผึ้งป่า เพราะมีสาเหตุโกรธแค้นกับนายบิลลี่มาก่อน

พ.ต.ท.วันนพเผยอีกว่า วันที่ 27 ธ.ค.61 สำนักงาน ป.ป.ช.มีมติส่งเรื่องให้ดีเอสไอดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 61 วรรค สอง และส่งเรื่องให้ดีเอสไอไปแล้ว ประกอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาแล้ว น่าเชื่อว่าจะมีความผิดอาญาอื่นรวมอยู่ด้วย ไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ท.ให้ส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาส่งให้ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.สิริพงษ์กล่าวว่า ป.ป.ท.รื้อคดีนี้ขึ้นมาสอบสวนก่อนดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษ พบว่าคดีค่อนข้างมีอุปสรรค ซับซ้อน และมีความพิเศษ โดยให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย คือเจ้าหน้าที่อุทยาน และครอบครัวนายบิลลี่ ที่ผ่านมาสอบพยานไปกว่า 30 ปาก รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หาข้อมูลเชิงลึก เปิดให้ทั้ง 2 ฝ่ายสืบพยานอย่างเต็มที่ แต่คดีนี้มีความท้าทาย เป็นการไต่สวนกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท รวมถึงเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ ป.ป.ท.ไม่มีอำนาจ ต้องทำคดีอย่างรอบคอบ ยืนยันคดีไม่ได้ล่าช้า เพราะดำเนินการเสร็จสิ้นตั้งแต่ปลายปี 59 แต่ฝ่ายผู้เสียหายยื่นให้สอบพยานเพิ่มเติม และเสนอความเห็นไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ท. จากนั้นคณะกรรมการป.ป.ท.สั่งให้ไต่สวนเพิ่มเติม ระหว่างนั้นในปี 61 ดีเอสไอขอรับเป็นคดีพิเศษ ป.ป.ท.ประสานงานร่วมกับดีเอสไอมาตลอด กระทั่งดีเอสไอแถลงพบโครงกระดูกนายบิลลี่ คณะทำงานป.ป.ท.มีมติให้ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. หลังจากนี้จะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของดีเอสไอ ไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาทั่วไป หรือความผิดเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จ.อุบลราชธานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มอบอำนาจให้ตัวแทนเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี กรณีมีผู้อ้างเป็นตำรวจภูธรภาค 7 ข่มขู่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อดีตผู้ใต้บังคับบัญชานายชัยวัฒน์ เพื่อให้การปรักปรำนายชัยวัฒน์ว่าเป็นตัวการฆ่านายบิลลี่ โดยสัญญาว่าจะกันตัวไว้เป็นพยาน ถ้าไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว

โดยได้รับรายงานในประเด็นนี้ว่า พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ ผบช.ภ.7 มีคำสั่งให้ บก.สส.บช.ภ.7 ตรวจสอบข้อเท็จจริง และรับฟังเป็นข้อยุติได้ส่วนหนึ่งว่า ด.ต.พงศ์ษาวดี หรือเท่ง ไทยกูล ผบ.หมู่ กก.สส.1 บก.สส.ภ.7 เกี่ยวข้องและให้การยอมรับได้โทรศัพท์คุยกับนางรัตน์ดาวรรณ หรืออร บุษราคัม ภรรยานายบุญแทน บุษราคัม อดีตเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ข้อเท็จจริงการพูดคุยตามที่ปรากฏทางสื่อ มีลักษณะพูดคุยซักถามในฐานะคนรู้จักสนิทสนม มากกว่าการข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา กระทำมีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ในความผิดฐานกระทำการหรือละเว้นการกระทำการใดอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการ หรือทำให้เสียระเบียบแบบแผนของตำรวจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสอบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 โดย พล.ต.ต.สงวน โรงสะอาด ผบก.สส.ภ.7 มีคำสั่งให้ ด.ต.พงศ์ษาวดี ไปปฏิบัติราชการยัง ศปก.บก.สส.ภ.7

ขณะที่การทำงานคลี่คลายคดีทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีรายงานว่า พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เร่งรัดให้สอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม โดยนัดหมายชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ที่ทำคดีนี้เดิม ได้หลักฐานเป็นภาพวงจรปิดรถของเจ้าหน้าที่อุทยานฯในคืนเกิดเหตุที่อ้างว่าควบคุมนายพอละจี แล้วนำไปปล่อยใกล้บ้านพัก ตามคำให้การที่ให้ไว้กับทีมสอบสวนภูธรภาค 7 ชุดดังกล่าวจากการเรียกสอบเจ้าหน้าที่อุทยานฯชุดจับกุมนายบิลลี่มาสอบปากคำ ทั้งหมดให้การขัดแย้งกัน ไม่ว่าจะเป็นระยะทางหรือจุดปล่อยตัว ผิดวิสัย จนท.อุทยานฯที่ต้องคำนวณระยะทางค่อนข้างแม่นยำในป่าที่คุ้นเคย รวมทั้งพยานที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน 2 คนที่นายชัยวัฒน์อ้าง ได้กลับคำให้การว่าไม่ได้เห็นการปล่อยตัวจริง

นอกจากนี้ ชุดสอบสวนดีเอสไอ กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมทีมนิติวิทยาศาสตร์ ยังตรวจสอบรถของ จนท.อุทยานฯ ที่ชุดสืบสวนตำรวจภาค 7 อายัดและนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พบคราบเลือดที่พรมและเก็บตัวอย่างไว้ ก่อนตามแกะรอยจนพบจุดทิ้งศพนายบิลลี่ที่ใต้สะพานแขวนในอุทยาน หลักฐานที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 รวมทั้งพยานหลักฐานในมือดีเอสไอ ทั้งพยานแวดล้อม ภาพจากกล้องวงจรปิด พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ค่อนข้างเชื่อมโยงกัน พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพอที่ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัย เพราะเข้าหลักเกณฑ์ขอออกหมายจับ

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งสอบสวนคดีของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ และนำผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีพร้อมชดเชยผู้เสียหายและครอบครัว

รวมทั้งออกกฎหมายตามหลักสากลและลงสัตยาบรรณในอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องอันเนื่องมาจากคดีของบิลลี่ว่า ในฐานะที่กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้กำชับไปแล้วว่า ให้ตรวจสอบให้เกิดความยุติธรรม เที่ยงธรรม ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ว่าใครตามที่ทำผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษ ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกประการ “ผมไม่เข้าข้างใครอยู่แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน ให้ดีเอสไอดำเนินการให้เต็มที่ ในส่วนของต่างประเทศที่เรียกร้องมา เรารับฟัง ทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายไทยทุกประการ การไปเร่งรัดให้ทำเร็วๆ บางทีเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ดำเนินการ และทราบว่าวันที่ 12 ก.ย. จะมีการเยียวยาก่อน ส่วนเรื่องการต่อสู้ต่างๆ มีกองทุนยุติธรรมที่ดูแลอยู่”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฆ่าบิลลี่ดีเอสไอพอละจี รักจงเจริญแกนนำชาวกะเหรี่ยงเจอหลักฐานสำคัญประยุทธ์ จันทร์โอชาข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้