ข่าว
100 year

ดีเอสไอจ่อสอบ “ชัยวัฒน์” ไขคดี “บิลลี่” ตาย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ย. 2562 05:10 น.
SHARE

เจ้าตัว-โชว์หลักฐานโต้ ยธ.เยียวยาเมีย 1.2 แสน

“บิ๊กตู่” ย้ำ ดีเอสไอต้องเร่งสางคดีบิลลี่ จับกุมคนผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ว่าเป็นใคร ขณะที่รองอธิบดีดีเอสไอพร้อมคณะบุก จ.เพชรบุรี เยี่ยมเมียบิลลี่ถึงบ้าน ยันส่งชุดสืบสวนแฝงตัวลงพื้นที่มาหลายปี ก่อนรับเป็นคดีพิเศษแล้ว เก็บพยานหลักฐานได้เป็นจำนวนมาก พร้อมส่งชุดคุ้มครองพยานและผู้เกี่ยวข้องเพื่อความอุ่นใจ เตรียมออกหมายเรียก 5 เจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจานชุดจับกุมบิลลี่เมื่อปี 2557 มาสอบสวน ด้าน “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” โชว์ภาพถ่ายทางอากาศปี 57-59 บริเวณสะพานแขวนจุดทิ้งศพ พบสภาพน้ำแห้ง มีก่อสร้างถนน คนพลุกพล่าน เผยใครจะเข้าไปทำชั่วร้ายอะไรก็ได้ ยธ.เตรียมมอบเงินเยียวยาครอบครัวบิลลี่ เบื้องต้นได้แน่ 1.2 แสนบาท ส่วนอื่นต้องเข้าที่ประชุมวันที่ 12 ก.ย.อีกครั้ง ส่วน พท.จี้รัฐบาลคลี่คลายคดีฆาตกรรม “บิลลี่” ให้เร็วที่สุด

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงข่าวความคืบหน้าการสืบสวนคลี่คลายคดีการหายตัวไปของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำกลุ่มกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ที่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา หลังจากถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นำโดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแก่งกระจานขณะนั้น จับกุม ขณะนำน้ำผึ้งป่าออกจากพื้นที่อุทยานฯตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.2557 หลังจากนั้นไม่มีใครพบนายบิลลี่อีกเลย หลังญาติเข้าร้องเรียนหลายหน่วยงานจนถึงมือดีเอสไอ เข้าสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีหาพยานหลักฐานอยู่นาน จนพบหลักฐานสำคัญ ชิ้นส่วนกระดูกถูกเผาทิ้งอำพรางคดีอยู่ก้นเขื่อนแก่งกระจาน จุดที่พบกระดูกยังมีถังน้ำมัน 200 ลิตรและหลักฐานอีกหลายอย่าง นำกระดูกมาตรวจสารพันธุกรรมพบว่า ตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดานายบิลลี่ ประกาศว่านายบิลลีี่เสียชีวิตแล้ว ต่อไปเป็นขั้นตอนการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจาก จ.เพชรบุรี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.ย. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมคณะ เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจ น.ส.พิณนภา หรือมุนอ พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ที่บ้านป่าเด็ง ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อเป็นกำลังใจและยืนยันว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะทำคดีการหายตัวไปของนายบิลลี่อย่างเต็มความสามารถ พ.ต.ท.กรวัชร์เผยว่า คดีนี้ดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แฝงตัวและติดตามค้นหาหลักฐานก่อนหน้านี้หลายปี หลักฐานที่ได้มีทั้งจากแหล่งข่าว การวิเคราะห์ถึงภูมิประเทศตามแนวสืบสวนของเอฟบีไอ จนได้มาซึ่งหลักฐานที่พบ อาทิ ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร และชิ้นส่วนกระดูกที่พิสูจน์ได้ว่า เป็นกระดูกมนุษย์บริเวณใกล้เคียงกัน ต่อมาพบชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มอีก 20 ชิ้น 8 ชิ้นยืนยันว่าเป็นกระดูกมนุษย์ ต้องนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาดีเอ็นเอ (DNA) ใช้เวลาอีกพอสมควร แต่ยืนยันว่าหลักฐานทั้งหมดสืบสวนสอบสวนและค้นหามาก่อนที่จะรับเป็นคดีพิเศษ

“ขณะนี้เรามีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และให้ความคุ้มครองพยานทั้ง น.ส.พิณนภากับแม่ และแม่ของนายบิลลี่ การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อแสดงความห่วงใย อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษฝากความห่วงใยมาบอกให้ทราบ หากมีสิ่งใดที่ต้องการให้แจ้งทันที เพราะเรามีเจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่แล้ว พร้อมพาสื่อมวลชนไปดูบริเวณสะพานแขวนในที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจุดที่พบวัตถุพยาน ยืนยันว่าถังที่พบและชิ้นส่วนกระดูกมีร่องรอยการเผาไหม้ด้วยอุณหภูมิสูง ส่วนรายละเอียดอื่นอยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้” รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีรายงานว่า ขั้นตอนการดำเนินคดีหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียกนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 9 อุบลราชธานี พร้อมพวกรวม 5 คนเข้าพบ เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมบางประเด็นที่ตั้งไว้ หลังจากก่อนหน้านี้นายชัยวัฒน์พร้อมพวกเคยให้ข่าวว่า จับกุมนายบิลลี่จริง หลังตรวจพบว่านำน้ำผึ้งป่าออกจากพื้นที่อุทยานฯแต่ปล่อยตัวไปแล้ว แค่ว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ดำเนินคดี

ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 9 อุบลราชธานี ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังทำงานตามปกติ ไม่อยากโต้แย้งแบบรายวัน สำหรับข้อกล่าวหาที่กรมสอบสวนคดี พิเศษให้ข่าว ขออธิบายตามเหตุผลและหลักฐานที่มีอยู่ ตนมีภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2557-2559 ระหว่างเดือน มี.ค.-ก.ย.ใต้สะพานแขวน บริเวณที่อ้างว่าเป็นที่เกิดเหตุไม่มีน้ำอยู่เลย มีชาวบ้านเดินข้ามไปมาได้โดยไม่ต้องใช้สะพาน อีกทั้งยังมีเครื่องจักรหนักอยู่บริเวณใกล้เคียงเพื่อทำถนนลาดยาง บริเวณสะพานดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ปิดอย่างที่ให้ข่าวว่า ไม่มีใครเข้าไปได้ เพราะพื้นที่นั้นห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานราว 700 เมตรถึง 1 กิโลเมตรเท่านั้น และยังมีบ้านพักนักท่องเที่ยวอยู่อีก 6-7 หลัง ไม่ใช่พื้นที่เปลี่ยว ใครจะเข้าไปทำชั่วร้ายอะไรก็ได้ อยากขอความเป็นธรรมจากสังคมว่า อย่าตัดสินอะไรจากการฟังความข้างเดียว ตนพร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจและต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้ตัวเอง

ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างรัดกุม หาตัวผู้กระทำความผิดมาให้ได้ ไม่ว่าเป็นใคร กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเรื่องนี้ไปแล้ว และระบุว่าจะชัดเจนภายใน 3 เดือน ขอย้ำว่าไม่ว่าเป็นใครก็ทำผิดกฎหมายไม่ได้ทั้งสิ้น ตนคงไปช่วยใครไม่ได้ เพราะกฎหมายว่าอย่างไรต้องทำตามนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนและวัตถุพยาน ศาลก็ตัดสินไปตามนั้น

ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ว่า กรณีนายบิลลี่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา เบื้องต้นจะได้รับเงินชดเชยการเสียชีวิต 80,000 บาท ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร 40,000 บาท รวมทั้งหมด 120,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นจะประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งวันที่ 12 ก.ย. เมื่อถามถึงกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า กระบวนการสืบสวนคดีนายบิลลี่เป็นไปอย่างล่าช้า นายสมศักดิ์ตอบว่า ดีเอสไอเพิ่งรับมาเป็นคดีพิเศษเมื่อปี 2561 และสืบสวนมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจะบอกว่าช้าหรือเร็วไปคงไม่ได้ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ มวยล้มต้มคนดู ขอให้ทุกคนดูกันต่อไปว่าเป็นอย่างไร ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าดีเอสไอจะทำงานด้วยความตั้งใจ เพราะเขาอยากสร้างผลงานให้ออกมาเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน กำชับให้ดีเอสไอติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความดูแลและรักษาความปลอดภัยภรรยานายบิลลี่เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า หลังพิจารณาแล้วเห็นว่า การเสียชีวิตของนายพอละจีเข้าลักษณะเป็นผู้เสียหายที่อาจได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และแก้ไขเพิ่มเติม นายสมณ์ พรหมรส อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมาย ทีมเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯลงพื้นที่ติดตามและเข้าพบทายาท เพื่อแจ้งสิทธิและรับคำขอค่าตอบแทนฯ จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนของกรมคุ้มครองสิทธิฯ วันที่ 12 ก.ย.นี้ เนื่องจากเป็นคดีพิเศษและอยู่ในความสนใจของประชาชน หากคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาเห็นว่าเป็นไป ตามหลักเกณฑ์พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ ทายาทนายพอละจีจะได้รับค่าตอบแทน ได้แก่ ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย ค่าจัดการศพ ค่าขาดอุปการะ และค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ทั้งนี้การช่วยเหลือค่าเล่าเรียนบุตรจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือต่อไป

ขณะที่นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายพอละจีถูกฆาตกรรมซ่อนเร้นอำพรางศพ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจะต้องถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ส่งตัวนายบิลลี่ให้ตำรวจดำเนินคดีข้อหา ลักลอบเก็บของป่า และคดีฆาตกรรมซ่อนเร้นอำพรางศพ กรณีนี้กำลังตกเป็นข่าวครึกโครมในสื่อมวลชนและสื่อโซเชียลมีเดีย รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด การอุ้มนายบิลลี่ไปฆาตกรรมซ่อนเร้นอำพรางศพ เป็นกรณีหนึ่งที่ทำให้องค์การสหประชาชาติ (UN) นำเสนอรายงานเมื่อปี 2561 ให้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีเป็น 1 ใน 38 ประเทศ ที่มี พฤติกรรมน่าละอาย เนื่องจากมีการกระทำคุกคามเหยื่อที่เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนด้วยการสังหาร ทรมาน จับกุมโดยพลการ ปฏิบัติการอย่างโหดร้าย


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 9 อุบลราชธานี ทำรายงานถึงผู้บังคับบัญชาเรื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงข่าวพบกระดูกของบิลลี่บริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และระบุว่าเป็นพื้นที่ปิด บุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าได้ เพื่อความชัดเจน เป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ และต่อกรมอุทยานแห่งชาติฯ ตนซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจานขณะนั้น ก่อนมีคำสั่งให้ไปทำหน้าที่ ผอ.ส่วนการจัดการต้นน้ำ สบอ.1 ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2557 ขอชี้แจงเพื่อความถูกต้องว่า พื้นที่บริเวณสะพานแขวนเป็นพื้นที่อะไร และเคยมีการก่อสร้างอะไรบ้างหลังปี 2557 ดังนี้ 1.บริเวณสะพานแขวนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว จุดที่นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าออก มาถ่ายรูปได้ตามปกติ มิได้ปิดไม่ให้เข้าแต่อย่างใด 2.บริเวณสะพานแขวนมีบ้านพักนักท่องเที่ยว 10 หลัง พักได้ 50 คน เปิดเป็นบ้านพักออนไลน์อยู่ติดริมน้ำใกล้สะพานแขวน 3.ปีงบประมาณ 2558 มีการก่อสร้างลานกางเต็นท์ ลานจอดรถ ปรับปรุงภูมิทัศน์ และลาดยางถนน 4.ปี 2558-2559 น้ำในเขื่อนแก่งกระจานแห้งจนเดินไปมาได้ ที่สำคัญบริเวณใต้สะพานน้ำแห้งเดินลอดไปได้เช่นกัน บริเวณดังกล่าวจัดกิจกรรมให้บุคคลภายนอกเข้าออกได้ ไม่ใช่พื้นที่ปิด ขณะที่ก่อสร้างมีเครื่องจักร คนงาน อุปกรณ์เครื่องมือมากมาย ตามมาด้วยการให้ข่าวของดีเอสไอ อันทำให้ภาพลักษณ์ของหน่วยงาน องค์กร มุมมองจากสังคมด้านนอกมองติดลบ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พอละจี รักจงเจริญชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกะเหรี่ยงดีเอสไอเพชรบุรีข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้