ข่าว
100 year

เกษตรกรแนะพัฒนาดิน ทำเกษตรอินทรีย์ไร่สารเคมี ได้ผลผลิตงาม

ไทยรัฐออนไลน์6 ก.ย. 2562 01:11 น.
SHARE

"เกษตรอินทรีย์" เป็นการทำการเกษตรด้วยหลักธรรมชาติ บนพื้นที่การเกษตร ที่ไม่มีสารเคมีตกค้าง และหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของสารเคมีทั้งทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของดินและความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ รวมถึงฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้กลับคืนสู่สมดุลธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี ปลูกพืชจะใช้ปุ๋ยหมักแทนปุ๋ยเคมี ทำให้ดินได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังเช่น เกษตรกรในพื้นที่ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนใหญ่ จะมีการทำเกษตรโดยใช้สารเคมีมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ยิ่งทำไปเป็นเวลานาน กลับยิ่งขาดทุน เงินที่ได้มาต้องนำไปซื้อปุ๋ยเคมี ยิ่งนานยิ่งใช้ปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม จึงลองปรับเปลี่ยนความคิด หันมาทำเกษตรอินทรีย์

นางทิพวัลย์ แก้วร่วมวงศ์ นักวิชาการเกษตรปฎิบัติการ สถานีพัฒนาที่ดินประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สถานีพัฒนาที่ดินประจวบคีรีขันธ์ ได้สนับสนุนเมล็ดพันธ์ปอเทือง ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง และน้ำหมักชีวภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์ พด. พอใช้ต้นไม้ก็เจริญเติบโตดีขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตดีขึ้น ดินดีขึ้น ซึ่งเราได้สนับสนุนหญ้าแฝก เอาไว้ให้เกษตรกรปลูกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน เพราะว่าแปลงนี้เป็นที่ดินลาดชัน อีกอย่างที่สำคัญ คือ เกษตรกรที่นี่ไม่เป็นหนี้ เพราะว่าทำการเกษตรแบบอินทรีย์ ลดต้นทุนการผลิตไปได้เยอะ ทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้มากขึ้น

นายสมประสงค์ นาคดี เกษตรกร กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ที่ตนเองดูแลทำการเกษตรอยู่มี 32 ไร่ ปลูกพืชแบบผสมผสาน เช่น กล้วย กล้วยหักมุก กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยเล็บมือนาง กล้วยไข่ ซึ่งถ้าถามว่าทำไมปลูกหลากหลาย เพราะว่าคนกิน กินหลากหลาย ถ้าผู้บริโภคอยากได้กล้วยแทนที่จะอยากได้กล้วยหอมอย่างเดียว ราคาโลละ 30 บาท แต่ปรากฏว่ามีกล้วยเล็บมือนาง ผู้บริโภคจะซื้อกล้วยเล็บมือนางด้วย มันหลากหลายชนิดทำให้เรา มีผลผลิตเรื่องกล้วยอย่างเดียว แต่หลากหลายชนิด ผู้บริโภคจะจ่ายเงินกับเรามากขึ้น

เมื่อหลายปีก่อน สถานีพัฒนาที่ดินประจวบคีรีขันธ์มาช่วยเรา แต่ขณะนี้เราเหมือนเป็นสื่อกลาง เราเป็นพื้นที่ที่กรมพัฒนาที่ดิน เห็นแล้วว่าที่นี่ทำงาน ร่วมแล้วมีการพัฒนาที่ดินโดยใช้ปอเทือง ใช้ปุ๋ยตามกรมพัฒนาที่ดิน ยกตัวอย่าง เช่น ปอเทือง เป็นพืชที่ดีมาก ๆ กับพื้นดิน ที่มันแข็งกระด้าง ที่หมดสภาพ โดนเคมีมานาน ๆ และใช้ปอเทืองปรับปรุงบำรุงดินไม่เกินปี แทบไม่ต้องใส่อะไรเข้าไปอีก พอมันย่อยสลายแล้วปรากฏว่าผักที่ปลูกไป ในแปลงปอเทืองที่ถูกไถกลบมันงามมาก ๆ ปอเทืองถ้าไปปลูกในนาข้าว หรือแปลงตรงไหนก็ตามแต่ ปอเทืองจะดีมากกับการปรับปรุงดิน

"คนที่ทำงานกับดินวันนี้มันต้องพัฒนาดิน ไม่ใช่ไปพัฒนาพืช คือเราดูแลดิน แล้วดินต้องดูแลพืช อันนี้เป็นเรื่องหลักของการทำงานของเรา แต่วันนี้ถ้าเราบอกว่าฉีดน้ำหมักกับพืชตลอด เราไปดูแลพืชอย่างเดียว ผมคิดว่า มันเหนื่อยเกินไป สำหรับเราคือเราดูแลดินให้ดีที่สุด แล้วดินจะดูแลพืชการใช้แต่ละอย่างที่สถานีพัฒนาที่ดินประจวบคีรีขันธ์สนับสนุนมา เราต้องเข้าใจว่าเขาใช้ยังไง ที่นี่ดีที่เป็นแปลงต้นแบบ หลังจากนั้น เอาความรู้กลับไปที่สถานีพัฒนาที่ดิน จังหวัดประจวบเราเนี่ยแหละ หลังจากนั้นสถานีก็ขยายต่อ กับการให้ความรู้ในชุมชนอื่นๆ ซึ่งพอชาวบ้านไม่เข้าใจก็สามารถมาดูที่แปลงต้นแบบ"นายสมประสงค์ กล่าว

ในพื้นที่ของเกษตรกรรายนี้ สามารถทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสูงสุด ทั้งด้านการผลิต การดูแลรักษาพื้นที่ทำการเกษตร ตลอดจนให้ความรู้กับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงให้สามารถมาดูงานได้ ซึ่งก่อให้เกิดความสามัคคีกันในชุมชน รู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนประสบความสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์ดังเช่นทุกวันนี้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกษตรอินทรีย์เกษตรกรห้วยสัตว์ใหญ่เมล็ดพันธ์ปอเทืองพืชผสมผสานสถานีพัฒนาที่ดินประจวบเกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้