ข่าว
100 year

ศูนย์ฟื้นฟูดินเขาชะงุ้มหนุนเกษตรกรเลี้ยงไส้เดือนดิน เพื่อเกษตรอินทรีย์

ไทยรัฐออนไลน์4 ก.ย. 2562 01:00 น.
SHARE

ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงไส้เดือนดิน เพราะมูลของไส้เดือนดินช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้น โดยทำให้มีการรวมตัวของดินอย่างเหมาะสมตามธรรมชาติ เป็นสารอินทรีย์ปลอดสารพิษและพบว่าปริมาณธาตุโลหะหนักในมูลไส้เดือนดินนั้น ต่ำกว่าที่ทางราชการกำหนดให้มีได้ถึง 10 เท่า ไม่ทำให้เกิดรากไหม้ในพืชแม้ใช้ในปริมาณที่มาก ปราศจากกลิ่นและมีฤทธิ์ในการดับกลิ่น ยับยั้งการเจริญของเชื้อราที่เป็นกับพืชและมีฤทธิ์ในการขับไล่แมลง ช่วยให้พืชมีการเจริญเติบโตดีขึ้นตามธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดแมลงและศัตรูพืช

นางสาวธัญญกานต์ เซ้งเครือ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ กล่าวว่า ทางศูนย์ฯได้ทดลองเลี้ยงจริง ๆมี 2 สายพันธุ์ คือแอฟริกัน ไนท์ ครอเลอร์ เรียกสั้นๆว่า AF และไทเกอร์เวิร์ม เป็นไส้เดือนลายเสือ ทั้ง 2 สายพันธุ์มีลักษณะที่แตกต่างกันที่ขนาดตัว แอฟริกันไนท์คอลเลอร์ขนาดตัวใหญ่กว่า ใช้เลี้ยงเพื่อที่จะผลิตเป็นปุ๋ยหมักคุณภาพดีส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ในรูปแบบของเกษตรอินทรีย์ ส่วนตัวไทเกอร์เวริ์มจะมีลักษณะตัวสั้นป้อม หนังจะมีลายคล้าย ๆ เสือ เป็นลายสีเหลืองคาดขาว มีความทนทานต่ออุณหภูมิความชื้นที่เปลี่ยนแปลงไปตามในที่เลี้ยงจะทนทานได้ดีกว่า นี่คือข้อแตกต่าง ทางศูนย์ฯของเรามีการรวบรวมภาชนะเลี้ยงหรือว่ารวบรวมข้อมูลของวัสดุที่ใช้เลี้ยงไส้เดือนที่หลากหลายเพื่อที่จะส่งเสริมหรือว่าบอกให้คนที่สนใจได้รู้ข้อมูลเชิงลึกในเรื่องของการเลี้ยงไส้เดือนดิน

โครงการการเลี้ยงไส้เดือนของศูนย์ฯ จัดอบรมเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อถ่ายทอดความรู้และสาธิตการเลี้ยงไส้เดือนดินให้กับเกษตรกรและนำมูลไส้เดือนที่ผลิตได้ส่วนหนึ่งไปทดลองใช้ในแปลง เพื่อให้เกษตรกรได้เปรียบเทียบความแตกต่างในการใช้ปุ๋ยมูลไส้เดือนกับที่ไม่ได้ใช้ ทั้งนี้ ศูนย์ฯกำลังทำการขยายผลเน้นเป็นกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายรอบศูนย์ฯ เพราะสามารถสื่อสารกันได้ง่าย และอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ดังเช่นคุณลุงวันชัย ทองมินทร์ เกษตรกร ต.ท่าชุมพล อ.โพธารา จ.ราชบุรี ที่ได้นำความรู้เกี่ยวกับปุ๋ยมูลไส้เดือน จากศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม มาใช้ในพื้นที่การเกษตรของตนเอง เป็นการลดต้นทุน ลดการใช้สารเคมี

นายวันชัย ทองมินทร์ เกษตรกร ต.ท่าชุมพล อ.โพธารา จ.ราชบุรี กล่าวว่า ทำให้ได้ผลผลิตดีขึ้นกว่าเดิม ในสวนปลูกหลายอย่าง เช่น มะนาว ชะอม ฝรั่ง ชมพู มะกรูด มะยงชิด ทุเรียน ลองกอง เงาะ ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีเลย ใช้แต่ปุ๋ยมูลไส้เดือนอย่างเดียว เพราะปุ๋ยเคมีลูกหนึ่งราคา 500-600 บาท ปุ๋ยมูลไส้เดือนช่วยประหยัดต้นทุนได้เยอะ ทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสุขภาพดีขึ้น การที่เกษตรกรใช้มูลของไส้เดือนดินและน้ำหมักของไส้เดือนในแปลงเพาะปลูก หากเกษตรกรเลือกใช้ตรงจุดก็จะช่วยลดต้นทุนลงได้ และประสบความสำเร็จมากขึ้นในการทำเกษตรอินทรีย์ เป็นการหมุนเอาวัสดุเหลือทิ้งในแปลงกลับมาใช้ใหม่ โดยการผ่านกระบวนการย่อยของไส้เดือน ทำให้ได้ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น และเกษตรกรได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งยังช่วยดูแลระบบนิเวศโดยรอบพื้นที่เพาะปลูกให้คงความอุดมสมบูรณ์ ปลอดมลพิษ ที่สำคัญไปกว่านั้นสุขภาพของเกษตรกรก็จะดีตามไปด้วย.



อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์ฟื้นฟูดินไส้เดือนดินไส้เดือนดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มเกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้